
อภิสิทธิ์เตรียมเจรจาช่วยวีระ-ราตรี
กสม.บินไปเขมรร่วมตัดสินวีระ-ราตรี ชวรัตน์จวกม็อบต้านเขมรทำการค้าชายแดนพัง ปชป. ทำหนังสือ MOU43 แจงปมคาใจม็อบพันธมิตร หวังช่วยคลี่คลายสถานการณ์ชุมนุม ด้าน"แซมดิน-ตายแน่" ฟ้องนายกฯทำแผ่นดินไทยเสียอธิปไตยเขมร
(31ม.ค.) เมื่อเวลา 14.00 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือนายวีระ สมความคิด และนางราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ ซึ่งในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ศาลกัมพูชาจะพิจารณาคดี ว่า ต้องรอดูว่าจะเป็นอย่างไร
“พูดตรง ๆ เราก็เสียดายว่าคุณราตรีตอนนั้นไม่ได้ตัดสินใจในการที่จะให้มีการตัดสินพร้อมกับอีก 5 คน ที่ได้รับการปล่อยตัวและกลับมาประเทศไทยแล้ว เพราะส่วนของคุณราตรีนั้นจะไปพันกับคุณวีระ เราก็พยายามและหาทางที่จะให้คุณราตรีได้ออกมา ซึ่งก็จะเป็นการช่วยคุณวีระด้วย แต่บังเอิญว่าเมื่อเขาเลือกแนวทางการต่อสู้อีกแบบหนึ่ง เราก็ต้องให้เขาเดินตามแนวทางนั้น”นายกฯกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่กลุ่มพันธมิตรประชาชานเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) โจมตีกัมพูชาอย่างรุนแรงคิดว่าจะมีผลต่อคดีหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวยอมรับว่า ก็เป็นห่วง ตนถึงพูดมาตั้งแต่ต้นว่าเวลาเราพูดอะไรต้องนึกถึงคนของเราที่อยู่ที่กัมพูชาด้วย แต่คนที่เขาพูดก็คิดอีกแบบหนึ่ง คิดว่าการพูดแรงแล้วจะช่วยกดดัน ตนมองว่าอาจจะไม่ใช่ซึ่งก็เป็นมุมมองที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถ้านายวีระและนางราตรี ยังไม่มีโอกาสได้กลับประเทศไทยก็ต้องช่วยต่อไปเพราะถือเป็นหน้าที่ของเราและเมื่อเรื่องพ้นจากฝ่ายศาลแล้ว เราก็จะเดินต่อในฝ่ายของบริหารซึ่งขณะนี้มีการเตรียมการอยู่ ซึ่งการเจรจาก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ต้องรอดูก่อนว่าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์จะเป็นอย่างไร และทั้งสองคนจะมีท่าทีอย่างไร ส่วนเรื่องการขออภัยโทษหรือไม่นั้นก็เป็นเรื่องของเจ้าตัวไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล
กสม.บินไปเขมรร่วมตัดสินวีระ-ราตรี
ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นายปริญญา ศิริสารการ กรรมการสิทธิฯ เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้มีกลุ่มเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนให้กสม. เข้าไปดูเรื่องสิทธิมนุษยชน และปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนพื้นฐานของนายวีระ สมความคิด แกนนำกลุ่มประชาชนไทยหัวใจรักชาติ และ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ที่ถูกตั้งข้อหาฐานพยายามประมวลข่าวสาร ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อการป้องกันประเทศตามกฎหมายกัมพูชา และศาลกัมพูชาได้นัดไต่สวนในวันที่ 1 ก.พ.นี้นั้น ตนในฐานะตัวแทนกสม.พร้อมคณะจะเดินทางไปประเทศกัมพูชา เพื่อร่วมรับฟังการไต่สวนคดีดังกล่าวนี้ด้วย
นายปริญญา กล่าวว่า การเดินทางไปในครั้งนี้กสม.จะไม่แตะต้องเรื่องการเมือง แต่จะเข้าไปดูเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานที่นายวีระ และน.ส.ราตรีที่ได้รับ นอกจากนี้ก็จะไปประสานงานในส่วนของข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานรัฐของไทยที่ได้รับการร้องเรียนจากเครือข่ายฯว่าไม่ได้รับความร่วมมือ เพราะหลักฐานและข้อมูลข่าวสารต่างๆ เป็นส่วนสำคัญในการต่อสู้คดีกับศาลกัมพูชา
ชวรัตน์จวกม็อบต้านเขมรทำการค้าชายแดนพัง
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ( พธม.) ชุมนุมและอาจทำให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ชายแดนไทยกัมพูชา ว่า เป็นเรื่องนานาจิตตัง มันก็เป็นเวทีที่เขาจะเล่นได้ ซึ่งก็ได้กำชับผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัดบริเวณชายแดนแล้วว่า ให้เพิ่มความระมัดระวัง เท่าที่ทราบการชุมนุมนั้น กระทบต่อการค้าชายแดนมาก เพราะการค้าชายแดนในแต่ละปีเป็นเงินจำนวนมาก
ปชป.แจกMOU43แจงปมคาใจพธม.
เมื่อเวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำหนังสือ "MOU43 ทำให้ประเทศไทย เสียดินแดนจริงหรือ" โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่าจัดพิมพ์เป็นครั้งแรก ทั้งหมด 50,000 เล่มเพื่อแจกจ่ายให้กับส.ส.ของพรรค โดยมี นางผุสดี ตามไท และน.ส.รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้จัดทำ ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สัมภาษณ์ น.ส.รัชดา ถึงกรณีดังกล่าวว่าหนังสือดังกล่าวได้อ้างอิงมาจากบันทึกลงนามความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2543 ซึ่งทางผู้ใหญ่ในพรรค คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ได้ดูเนื้อหาที่พิมพ์เผยแพร่
“เนื้อหาในหนังสือดังกล่าวได้อธิบายในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา และการทำเอ็มโอยูนี้มีทำเพื่อวัตุประสงค์อะไร ซึ่งเบื้องต้นนั้นได้อธิบายว่าการทำเอ็มโอยูเกิดบนพื้นฐานข้อเท็จจริง ทางภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงข้อกังวลที่เกิดในสังคมขณะนี้ เช่น แผนที่ 1 ต่อ 2 แสนยอมรับได้หรือไม่ และเหตุการณ์ของคนไทยทั้ง 7 คนที่ถูกจับเกี่ยวข้องกับพื้นที่หรือไม่ ทั้งนี้สิ่งที่เขียนในหนังสือเป็นข้อเท็จจริงที่นายกฯและคุณชาย อธิบายฝ่ายสื่อไปหลายครั้ง พอเป็นทีละครั้งคนฟังก็ไม่เห็นภาพรวม บวกกับบางฝ่ายยกไปอธิบายเพียงประเด็นอาจจะทำให้เกิดความไม่เข้าใจได้ ดังนั้นหนังสือเล่มนี้ต้องการขอโอกาสทำความเข้าใจกับประชาชน” น.ส.รัชดา กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าหนังสือดังกล่าวออกมาในช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ หากผู้ชุมนุมอ่านจะเกิดความเข้าใจหรือไม่ น.ส.รัชดา กล่าวว่า ตนก็หวังว่าจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ แต่เนื้อหาในหนังสือไม่ได้เป็นการตอบโต้กลุ่มบุคคลใด เพียงแค่อธิบายเพื่อหวังสร้างความเข้าใจเท่านั้น ซึ่งหากผู้ชุมนุมได้เปิดใจอ่าน เชื่อว่าการแสดงออกในความคิดเห็นที่แตกต่างกันจะไม่นำไปสู่ความรุนแรงอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์แน่นอน
ด้านนายปานเทพ พัวพงศ์พันธ์ โฆษกพันธมิตร แถลงว่าเวลา 11.00 น.เรือตรีแซมดิน เลิศบุตร พร้อมนายตายแน่ มุ่งมาจน จะเดินทางไปศาลอาญา โจกย์ฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ นายกษิต ภิรมย์ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รมว.กระทรวงกลาโหม ในความผิดต่อประมวลกม.อาญาม.119 และ ม.120 ที่ทำให้ส่วนหนึ่งส่วนใดของราชอาณาจักรไทยตกอยู่กับอธิปไตยของประเทศอื่นมีความผิดโทษสูงสุดจำคถุกตลอดและประหารชีวิต
นายปานเทพกล่าวว่าด้วยว่า กรณที่มีกลุ่มชาวบ้าน สระแก้วเข้าพบนายกฯเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านนั้น เป็นการจัดฉากของรัฐบาล ที่ต้องการบิดเบือนหลักฐานว่าสระน้ำยูเอ็นเป็นของกัมพูชา เพราะต้องการผลักให้ 7 คนไทย มีความผิดเพรราะรุกล้ำแดนไปในเขตกัมพูชา ถือเป็นการปัดความรับผิดชอบรัฐบาล ทั้งนี้พธม.ยืนยันข้อเรียกร้องให้ปลดธงกัมพูชาลง วัดแก้วสิขาคีรีสวาระ



