ข่าว

“สุรีย์-เชอร์รี่”ซัด ชลบุรีซิวถ้วย ก

“สุรีย์-เชอร์รี่”ซัด ชลบุรีซิวถ้วย ก

31 ม.ค. 2554

แฟนบอลแสบ ร่วมใจไล่”บังยี” “เปรม” สุรีย์ สุขะ ควงคู่ “เชอร์รี่” เอกพันธ์ อินทเสน ซัดคนประตูพา “ฉลามชล” ชลบุรี ย้ำแค้นเอาชนะ “กิเลนผยอง” เมืองทองฯ ยูไนเต็ด 2-1 คว้าแชมป์ถ้วยพระราชทาน ก ประจำปี 2553

ส่วนแฟนบอลสองทีมทำแสบรวมใจประสานเสียงตะโกนไล่นายกสมาคมฟุตบอล การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ก ประจำปี 2553 ที่สนามศุภชลาศัย เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา “กิเลนผยอง” เมืองทองฯ ยูไนเต็ด แชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกและแชมป์เก่าจากปีที่แล้วพบ “ฉลามชล” ชลบุรี แชมป์เอฟเอ คัพ และอดีตแชมป์ถ้วย ก สองสมัย โดยมี นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์ ทั้งสองทีมระดมนักเตะทัพใหญ่ลงเต็มอัตรา เมืองทองฯ นำทีมโดยนักเตะทีมชาติไทย ดัสกร ทองเหลา, ธีรศิลป์ แดงดา และนักเตะต่างชาติทั้ง ดักโน เซียกา และ เชห์ รามาน นักเตะตัวใหม่ดีกรีกัปตันทีมชาติปากีสถาน ส่วนชลบุรีมี เทิดศักดิ์ ใจมั่น, สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ณัฐพงษ์ ?สมณะ และนักเตะญี่ปุ่นตัวใหม่ คาซูโตะ กูชิดะ นำทัพ เปิดเกมเล่นมาเป็นชลบุรีที่มีโอกาสทักทายก่อนจากลูกยิง 2 จังหวะติดๆ กันของ สุรีย์ สุขะ แต่ยังเจาะตาข่ายไม่เข้า หลังจากนั้นเกมค่อนข้างสูสี นาที 17

ชลบุรีพลาดขึ้นนำ เทิดศักดิ์ ใจมั่น ซัดฟรีคิกจากนอกเขตโทษด้านซ้ายไปชนคานอย่างน่าเสียดาย นาที 42 เมืองทองฯ ได้ลุ้นบ้างจาก ธีรศิลป์ แดงดา ที่สับไกจากระยะ 35 หลาแต่กดไม่ลงบอลเหินข้ามคาน จบครึ่งแรกสกอร์ยัง 0-0 ช่วงพักครึ่งในสนามมีมินิคอนเสิร์ตแสดงโชว์ แต่แฟนบอลทั้งสองทีมประสานเสียงตะโกนขับไล่ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแบบดังลั่นทั้งสนาม รวมถึงมีการชูป้ายโจมตีสมาคมฟุตบอล เพราะไม่พอใจการบริหารงานของสมาคมฟุตบอลไทยที่ทำให้ทีมชาติไทยล้มเหลวตกรอบแรกในซูซูกิคัพและไม่ประสบความสำเร็จในรายการต่างๆ มานานหลายปี ส่วนเกมครึ่งหลังทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น กระทั่งนาที 66 ชลบุรีได้ลูกเตะมุมฝั่งซ้าย เทิดศักดิ์ ใจมั่น เปิดมาให้ พิภพ อ่อนโม้ โขกบอลไปติด ดักโน เซียกา ที่ยืนคุมเส้นโหม่งทิ้งออกมาเข้าทาง สุรีย์ สุขะ แปซ้ำอีกทีลูกหลุดเข้าไปซุกก้นตาข่ายเป็นประตูให้

“ฉลามชล” ออกนำ 1-0 แบบกองเชียร์กว่า 5 พันคนเฮกันสนามแทบแตก หลังเสียประตูนาที 71 เมืองทองฯ ต้องปรับแท็กติกส่ง อานนท์ สังสระน้อย กองหน้าตัวใหม่ลงมาแทน ดัสกร ทองเหลา ขณะที่ชลบุรีส่ง เนย์ ฟาบิโน โอลิเวียรา หัวหอกบราซิลลงไปแทน พิภพ อ่อนโม้ ในนาที 75 จากนั้นนาที 78 เมืองทองฯ ส่ง พิชิตพงษ์ เฉยฉิว ลงแทน ปกาศิต แสนสุข ก่อนจะเอา จักรพันธ์ พรใส นักเตะตัวใหม่ลงไปแทน บัวบาการ์ อิสซูโฟ ในนาที 84 ท้ายเกมนาที 86 ชลบุรีฉวยจังหวะโต้กลับเร็ว ชลทิตย์ จันทคาม ผ่านบอลให้ เอกพันธ์ อินทเสน หลุดเข้าไปซัดบอลเสียบเสาแรกให้ชลบุรีหนีเป็น 2-0 แต่เมืองทองฯ ยังไม่ยอมแพ้นาที 89 คริสเตียน คัวคู ฉกบอลตัดหน้า สินทวีชัย หทัยรัตนกุล เข้าไปยิงตีไข่แตกให้ “กิเลนผยอง” ไล่มา 1-2 แต่เวลาที่เหลือก็ไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมชลบุรีย้ำแค้นจากที่เคยชนะมาในเอฟเอ คัพนัดชิงชนะเลิศเอาชนะไป 2-1 คว้าแชมป์มาครองเป็นสมัยที่ 3 ทันที