
พร้อมส่งเครื่องบินรับคนไทยที่อียิปต์
บัวแก้วเผย 80 คนไทยตกค้างสนามบินไคโร ชี้สถานการณ์น่าห่วง ด้านแคนาดา-สหรัฐฯส่งเครื่องบินไปอพยพพลเมืองออกจากอียิปต์ ขณะที่"เอลบาราเด" ชุมนุมกดดันให้"มูบารัก"ลาออก เผย พร้อมเป็นปธน.เฉพาะกาลหากชาวอียิปต์ต้องการ
(31ม.ค.) เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการช่วยเหลือคนไทยที่อาศัยและตกค้างอยู่ที่ท่าอากาศยานไคโร ประเทศอียิปต์ ว่า ขณะนี้มีการเตรียมการในการช่วยเหลือ ซึ่งก่อนที่ตนจะออกเดินกลับจากเมืองซูริค สหพันธรัฐสวิส ก็ได้พูดคุยกับกระทรวงการต่างประเทศกรณีที่คนไทยจะเดินทางกลับ ตอนนี้กำลังประสานงานกันอยู่ โดยเครื่องบินที่จะบินไปช่วยเหลือก็พร้อมที่จะบินไปแล้ว
เมื่อถามว่ามีคนไทยอาศัยอยู่ที่อียิปต์จำนวนเท่าไหร่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีนักเรียนไทยค่อนข้างเยอะ แต่ตอนนี้จำนวนคนไทยที่อยู่ที่อียิปต์กับจำนวนคนไทนที่จะต้องกลับมา หรืออยากจะกลับมาอาจยังไม่ตรงกัน โดยเรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้ชี้แจง
“ได้สั่งการให้มีการเตรียมการในการช่วยเหลือไว้เรียบร้อยแล้ว เข้าใจว่ามีการประสานงานกับประเทศอื่นๆในการที่จะร่วมมือกัน เพียงแต่จังหวะเวลา สถานการณ์ความเหมาะสมที่จะให้คนของเราเดินทางกลับในกรณีที่มีความต้องการนั้นทางกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้พิจารณา ” นายกรัฐมตรี กล่าว
กต.เร่งช่วย80คนไทยที่สนามบินไคโร
นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า มีคนไทยราว 80 คน ตกค้างที่ท่าอากาศยานไคโรในอียิปต์ ในจำนวนนั้นมี 45 คน มีตั๋วโดยสารกลับประเทศไทยแล้ว ขณะที่ 17 คน ประสงค์จะเดินทางไปยุโรป และมีแรงงานไทย 17 คน จะเดินทางไปลิเบีย ขณะที่สถานทูตไทยจัดอาหารดูแล ตลอด 3 วันที่ผ่านมา ยอมรับว่าสถานการณ์ในกรุงไคโรน่าเป็นห่วง และควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปอียิปต์ พร้อมประเมินความจำเป็นต้องส่งเครื่องบินไปรับหรือไม่
ด้านนายลอเรนซ์ แคนนอน รัฐมนตรีต่างประเทศแคนาดา แถลงเมื่อวานว่า รัฐบาลแนะนำให้พลเมืองชาวแคนาดาออกจากอียิปต์ หลังสถานการณ์ประท้วงขับไล่ประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก ที่ยืดเยื้อเกือบหนึ่งสัปดาห์ทวีความรุนแรงขึ้น และรัฐบาลจะส่งเครื่องบินเช่าเหมาลำออกเดินทางไปวันนี้ เพื่อรับพลเมืองชาวแคนาดาออกจากอียิปต์ไปยังจุดหมายในยุโรปก่อน จากนั้นพวกเขาอาจจะต้องจัดหาเที่ยวบินเองเพื่อกลับประเทศ
ก่อนหน้านี้นางเจนิซ จาคอบส์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ก็แนะนำให้ชาวอเมริกันในอียิปต์อพยพออกมาโดยเร็วเท่าที่ทำได้ และเตรียมส่งเครื่องบินเช่าเหมาลำไปรับชาวอเมริกันหลายพันคนในอียิปต์ ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะอพยพได้หมด แต่ยังไม่รู้ว่ามีจำนวนเท่าใดที่ต้องการออกจากอียิปต์
การประกาศของนางจาคอบส์มีขึ้นหลังการประท้วงในอียิปต์ตลอด 6 วันเพื่อต่อต้านการปกครองแบบเผด็จการของประธานาธิบดีมูบารักนาน 30 ปีและการปราบปราบอย่างหนักของที่ตำรวจทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 125 คนแล้ว
นอกจากนี้อีกหลายประเทศ เช่น สวิตเซอร์แลนด์ ตุรกี และเนเธอร์แลนด์ได้แนะนำให้ประชาชนอพยพออกจากอียิปต์ และอีกหลายชาติก็เตือนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปอียิปต์ เช่น อาร์เจนตินา จีน ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส เยอรมนี เบลเยียม สวีเดน ฟินแลนด์ รัสเซีย และโปแลนด์
ขณะนายโมฮัมเหม็ด เอลบาราเด นักปฏิรูปประชาธิปไตยคนสำคัญของอียิปต์ที่เป็นเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ได้ท้าทายคำสั่งเคอร์ฟิวออกไปร่วมชุมนุมกับผู้ประท้วงหลายหมื่นคนที่จตุรัสทาห์รีในกรุงไคโรเมื่อค่ำวาน และประกาศเรียกร้องให้ประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก ลาออกจากตำแหน่ง โดยบอกว่า ความต้องการของชาวอียิปต์ในขณะนี้ คือ ให้รัฐบาลของมูบารักออกไปเพื่อการเริ่มต้นใหม่ของชาติอียิปต์ที่ประชาชนทุกคนมีเสรีภาพและเกียรติศักดิ์ศรี
นอกจากนี้เมื่อผู้สื่อข่าวซักถามว่า เขาพร้อมที่จะเป็นประธานาธิบดีเฉพาะกาลหากมูบารักก้าวลงจากตำแหน่งหรือไม่ เขาได้ตอบว่า หากชาวอียิปต์ต้องการให้เขาเป็นสะพานเชื่อมระหว่างระบบเผด็จการสู่ประชาธิปไตยแล้ว เขาก็จะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง และบอกด้วยว่ามูบารักควรออกนอกประเทศในไม่กี่วันนี้ได้แล้ว
ขณะเดียวกันนายเอลบาราเด บอกว่า บรรดาพรรคฝ่ายค้านได้เรียกร้องให้เขาเป็นกระบอกเสียงแทนพวกเขา และจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล รวมถึงยกเลิกรัฐธรรมนูญที่กีดขวางไม่ให้ผู้สมัครอิสระลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีได้
เอลบาราเด เป็นอดีตผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานปรมาณูสากลหรือ IAEA ของสหประชาชาติได้รับเสียงสนับสนุนเพิ่มมากขึ้นในหมู่นักเคลื่อนไหวประชาธิปไตย แต่ผู้ชุมนุมมองว่าเขาเป็นคนนอกเพราะเขาจากอียิปต์ไปนานแล้ว โดยระหว่างดำรงตำแหน่งเขาประจำอยู่ที่ออสเตรียและต้องปฏิบัติภารกิจเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ระหว่างการชุมนุมประท้วง ผู้ชุมนุมบางส่วนได้ยืนประจัญหน้ากับรถดับเพลิงที่ทหารใช้ฉีดน้ำขับไล่ผู้ประท้วง แต่ผู้ประท้วงไม่ยอมถอย จนทหารต้องถอนรถดับเพลิงออกไป ทำให้ผู้ชุมนุมปรบมือโห่ร้องด้วยความยินดี และปีนขึ้นไปรถถังพร้อมกับสวมกอดกับทหารด้วย นอกจากนี้ดูเหมือนว่าทหารจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนมากกว่าตำรวจและทหารอากาศนายหนึ่งบอกด้วยว่า ดีใจที่การประท้วงยังคงดำเนินต่อไป และมูบารักจะต้องพ้นตำแหน่ง นอกจากนี้ผู้ประท้วงหลายคนถือป้ายประท้วงที่มีข้อความว่า กองทัพจะต้องเลือกระหว่างอียิปต์และมูบารัก
แต่สถานการณ์จลาจลเริ่มบานปลาย มีการปล้นสะดมในหลายแห่ง ทำให้กองทัพต้องส่งเครื่องบินขับไล่และเฮลิคอปเตอร์บินลาดตระเวนในระดับต่ำเหนือกรุงไคโร รวมทั้งส่งยานยนต์หุ้มเกราะลาดตระเวนตามท้องถนนเพื่อควบคุมความสงบเรียบร้อย



