ข่าว

เสื้อแดงยันไม่ร่วมกับพธม.ชุมนุมไล่รบ.

เสื้อแดงยันไม่ร่วมกับพธม.ชุมนุมไล่รบ.

30 ม.ค. 2554

นปช.ยันไม่ชุมนุมกับพธม. เตรียมชุมนุม13 ก.พ.หน้าศาลอาญารัชดาฯ “ธิดา”อ่านจม.ปรับทุกข์แกนนำในเรือนจำ ก่อนเคลื่อนขบวนชุมนุมอนุสาวรีย์ ปชต. “จตุพร”ชวนเสื้อแดงชมถ่ายทอดสดวีดีโอลิงค์ทนายโรเบิร์ต แจงฟ้องนายกฯ-คณะ ศาลอาญาโลกพรุ่งนี้ 11.30 น.

(30ม.ค.) เวลา 14.30 น. นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และนายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ โฆษก นปช. และคณะ ร่วมกันแถลงข่าวที่ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว ยืนยันว่า  ไม่ร่วมกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ชุมนุมขับไล่รัฐบาล และการย้ายสถานที่ชุมนุมของ นปช. ในวันที่ 13 ก.พ.นี้ ซึ่งจะย้ายสถานที่จากการนัดหมายที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ เป็นหน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 13.00 น.  การแถลงข่าวครั้งนี้ นางธิดา ประธาน นปช. ได้อ่านสรุปเนื้อหาจดหมายเปิดผนึกของแกนนำ นปช.ในเรือนจำ ที่มีความยาว 6 หน้าด้วย โดยเนื้อหาตั้งข้อสังเกตุถึงการตั้งข้อกล่าวหา การสั่งฟ้องคดี กระบวนพิจารณาคดี สิทธิการประกันตัวและ พฤติการณ์ที่มีดำเนินการลักษณะ 2 มาตรฐาน

 นางธิดา กล่าวว่าตามที่กลุ่มประชาชนไทยหัวใจรักชาติ บอกว่า จะแบ่งพื้นที่ชุมนุมบริเวณสะพานอรทัย ให้กลุ่มคนเสื้อแดงร่วมชุมนุมนั้น เรายืนยันว่า ไม่จำเป็นต้องมาแบ่งพื้นที่ให้ ขณะที่มีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งลงข่าวว่าแกนนำคนเสื้อแดงได้คุยกับกลุ่มพันธมิตร ฯ ก็ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด  เราไม่เคยคุยกันเพราะจุดยืน เป้าหมายในการเคลื่อนไหวแตกต่างกันคนละทาง ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องพูดคุยกันเพื่อจะร่วมชุมนุม ขณะที่การชุมนุมในวันที่ 13 ก.พ. ของนปช. จะย้ายสถานที่จากด้านหน้าเรือนจำมาที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งเราจะนำจดหมายปรับทุกข์จากแกนนำนปช.ในเรือนจำมาอ่านให้ฟัง โดยสิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้ส่งผลให้ประชาชนหมดทางสู้ และจะทำให้ประชาชนไม่มีทางเลือก จึงขอเรียกร้องให้ผู้พิพากษา ผลักดันให้เกิดประชาธิปไตยแท้จริงในประเทศไทย และมีความเท่าเทียมกันภายใต้กรอบของกฎหมาย

 นางธิดา กล่าวด้วยว่าในวันที่ 31 ม.ค. เวลา 11.00 น. แกนนำดำเนินการถ่ายทอดสดการวีดีโอลิงค์ พูดคุยกับนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความ จากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เกี่ยวกับเนื้อหาคำฟ้อง ที่จะยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และคณะ ข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ จากเหตุการณ์การสลายชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่ผ่านมา โดยจะเริ่มการวีดีโอลิงค์ตั้งแต่เวลา 11.30 น. ที่จะมีการถ่ายทอดสดจากชั้น 5 ห้างอิมพีเรียล ถ.ลาดพร้าว ซึ่งจะมีคณะแปลภาษาอังกฤษมาร่วมแปลภาษาด้วย

 ด้านนายจตุพร กล่าวว่า การวีดีโอลิงค์นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความ จะบรรยายรายละเอียดถึงเนื้อหาคำฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและคณะ  โดยมีความหนา 100 หน้า และจะได้มีการอัพโหลดลงในเว็บไซต์ด้วย ซึ่งวันพรุ่งนี้จะทำให้นายอภิสิทธิ์ไม่อาจสู้หน้ากับต่างประเทศได้ ส่วนที่ก่อนหน้านี้ทั้งรัฐบาล นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ) เคยออกมาระบุว่า ไม่อาจฟ้องคดีได้เพราะประเทศไทยยังไม่ได้ให้สัตยบรรณการเป็นสมาชิกภาคี ซึ่งจาก 192 ประเทศมีเพียง 114 ประเทศที่ได้ลงนามไปแล้ว โดยนายโรเบิร์ตจะได้มาอธิบายเรื่องนี้ด้วย  ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้นำประเทศซูดานเคยถูกยื่นฟ้องศาลอาญาโลกมาแล้ว ดังนั้นก็จะได้มาพิสูจน์กันว่าเรามีอำนาจฟ้องหรือไม่ ขณะที่การเตรียมตัวในการยื่นฟ้องก็ใช้เวลาถึง 9 เดือนในการรวบรวมเอกสาร ประจักษ์พยานต่างๆ โดยการฟ้องครั้งนี้ตนเชื่อว่าจะทำให้ เกิดจุดเปลี่ยนทางการเมือง เพราะรัฐบาลจะมาปกปิดความจริงอีกไม่ได้ โดยนำเรื่องเขาพระวิหารมากลบเกลื่อนไม่ได้อีกแล้ว ส่วนเรื่องที่พูดถึงการรัฐประหารอีกครั้ง การข่าวของตนยืนยันว่า มีการเตรียมน้ำมันสำหรับรถถังและยุทธภัณฑ์เต็มที่ ซึ่งสามารถปฏิบัติการได้ ภายใน 4 ชั่วโมง

 ด้านนายวรวุฒิ กล่าวว่า เรายืนยันว่าจะร่วมกับกลุ่มพันธมิตร ฯ ชุมนุมขับไล่รัฐบาลไม่ได้ เพราะการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ พูดเฉพาะเรื่องปัญหาพิพาทเขาพระวิหาร แต่ไม่เคยพูดถึงการเสียชีวิตจากการสลายชุมนุมซึ่งเกิดขึ้นที่ผ่านมา ขณะที่นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกส่วนหัวหน้าพรรคประชาธิปไตย กล่าวถึงการแบ่งฝ่ายขณะนี้ว่าเปรียบเหมือนเขมร 3 ฝ่าย คือมีกลุ่มเสื้อแดง  กลุ่มพันธมิตร ฯ และรัฐบาลนั้น จริงๆ แล้วอยากฝากถึงนายเทพไทว่า เวลานี้ฝ่ายที่เกิดขึ้นมีแค่ 2 ฝ่าย คือฝ่ายรัฐบาลที่ยังคงฝืนนั่งบริหาร และฝ่ายที่เคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ซึ่งนี่คือประเทศไทย ไม่ใช่ประเทศเขมร

 นายวรวุฒิ ยังกล่าวถึงกำหนดในการชุมนุมวันที่ 13 ก.พ.นี้ ด้วยว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ ซึ่งเดิมนัดหมาย บริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ จะย้ายมาที่หน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ในเวลาเดิมคือ 13.00 น. โดยเหตุที่มีการย้ายสถานที่ เนื่องจากนางธิดา ประธาน นปช. และแกนนำ จะนำจดหมายเปิดผนึกที่แกนนำ นปช. ซึ่งถูกคุมขังในเรือนจำเขียนไว้หัวข้อ “ จดหมายปรับทุกข์ ” ที่ตั้งใจจะส่งให้ผู้พิพากษาจำนวน 1,300 คน มาเปิดอ่าน หลังจากนั้นเวลา 15.00 น. จะเริ่มตั้งขบวนเดินทางไปยังเวทีการชุมนุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยจะเดินทางตามเส้นทางเดิมคือ จาก ถนนรัชดาภิเษก มายังแยกรัชโยธิน มุ่งหน้าเข้าถนนพหลโยธินไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แล้วเข้าสู่แยกราชเทวี ไปยัง ถนนเพชรบุรี และแยกยมราช จึงเข้าสู่ถนนหลานหลวงและอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยตามลำดับ