
ร้องกต.ช่วย4คนไทยติดที่สนามบินไคโร
ร้องกระทรวงการต่างประเทศ ช่วย 4 แชมป์แกะสลักน้ำแข็งชาวไทยติดในสนามบินไคโร บัวแก้ว เผย ติดต่อคนไทยติดค้างสนามบินอียิปต์ได้แล้ว
(30ม.ค.) นายอาณัติ ลิ้มจิระวัฒนา ผู้ประสานงานกิจการการแข่งขันแกะสลักน้ำแข็งและแกะสลักหิมะ ชิงแชมป์โลก เเถลงข่าวเรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศช่วยเหลือคนไทยจำนวน 4 คน ที่ติดอยู่ในสนามบินไคโร ประเทศอียิปต์ ได้แก่ นายพนม หมึกขุนทด กัปตันทีม,นายสมศักดิ์ สุดจันทึก,นายภูริทัต จันทรวงศา และนายจตุพร จึงมีสุข ซึ่งเป็นตัวแทนคนไทยเข้าแข่งขันแกะสลักน้ำแข็งและแกะสลักหิมาะชิงแชมป์โลก ที่ประเทศฝรั่งเศส เบื้องต้นอยากให้กระทรวงการต่างประเทศประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศอียิปต์ เพื่อให้ช่วยเหลือ
“คนไทยทั้ง 4 คน หลังได้เข้าแข่งขันงานดังกล่าว เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมาและมีกำหนดการเดินทางกลับประเทศ วันที่ 29 ม.ค. แต่ขณะนี้ยังเดินทางมาไม่ถึง เพราะช่วงที่ไปเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินไคโร ประเทศอียิปต์ เกิดการจราจลจนเป็นเหตุให้ปิดสนามบิน และจนถึงขณะนี้คนไทยทั้ง 4 คนก็ ติดค้างอยู่ที่สนามบินไคโร ซึ่งน่าเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยอย่างมาก” นายอาณัติ กล่าวเเละว่าสำหรับตัวแทนทั้ง 4 คนภายใต้ชื่อทีม Thailand Culinary Academy Ice & Snow Sculpture Team ไปรวมแข่งขันที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 22 ม.ค. โดยได้รางวัลมาครอบครองทั้งประเภทแกะสลักน้ำแข็ง และแกะสลักหิมะ ถึง 3 ประเภท คือ รางวัลชนะเลิศประเภท ป๊อปปูล่าโหวต รางวัลขวัญใจสื่อมวลชน และ รางวันคะแนนรวมอันดับ3
ด้านนายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กรณีข่าวระบุว่า ทีมแข่งแกะสลักน้ำแข็งไทยตกค้างที่สนามบินในอียิปต์ ว่า ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตไทย ที่ประเทศอิยิปต์ได้ติดต่อสื่อสารกับคนไทยติดค้างที่สนามบินได้แล้ว ผ่านทางโทรศัพท์ ทราบว่ามีจำนวน 10 คน แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นทีมแข่งแกะสลักน้ำแข็งหรือไม่ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นคือสายการบินยกเลิกเที่ยวบิน จึงไม่สามารถเดินทางกลับไทยได้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยกำลังเร่งเดินทางไปยังสนามบินแล้ว แต่เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มีอุปสรรคในการเดินทางจึงอาจล่าช้า ทั้งนี้สถานทูตไทยได้รายงานเพิ่มเติมว่า คนไทยที่อยู่ที่อิยิปต์ประมาณ 2,600 คน ปลอดภัย โดยได้ประสานกับผู้นำของแต่กลุ่มคนไทยให้ช่วยกันดูแล พร้อมกันนี้ย้ำว่าผู้ที่ต้องการเดินทางไปประเทศอียิปต์ในช่วงนี้หากไม่มีความจำเป็นจริงๆ ขอให้เลื่อนการเดินทางออกไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ด้านหลายชาติในเอเชีย อย่างออสเตรเลีย ฮ่องกง และไต้หวัน ออกมาเตือนประชาชนของตนเองเรื่องการเดินทางไปยังอียิปต์ในช่วงนี้ เนื่องจากวิตกว่าอาจจะเกิดอันตรายจากปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองภายในประเทศ
รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น เซอิจิ มาเอฮาระ แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ในอียิปต์กับเอกอัครราชทูตอียิปต์ประจำญี่ปุ่น และเรียกร้องให้มีการจัดตั้งรัฐบาลที่มีความมั่นคงผ่านการเจรจา และแก้ปัญหาอย่างสันติ พร้อมกับขอให้ฝ่ายอียิปต์ช่วยเหลือชาวญี่ปุ่นราว 500 คนที่ติดค้างอยู่ที่สนามบินกรุงไคโร เนื่องจากสายการบินอียิปต์ยกเลิกเที่ยวบิน ขณะเดียวกันก็สั่งให้นักการทูตญี่ปุ่นในประเทศใกล้เคียงช่วยดูแลความปลอดภัยให้กับชาวญี่ปุ่นในอียิปต์
ส่วนฟิลิปปินส์ก็จัดตั้งศูนย์พักพิงใน 4 จุด หากมีความจำเป็นที่แรงงานฟิลิปปินส์ในอียิปต์จะต้องอพยพออกมา โดยในอียิปต์มีชาวฟิลิปปนส์ประมาณ 6 พัน 500 คน ซึ่งส่วนมากมาขายแรงงาน
ขณะที่สายการบินแห่งชาติของเกาหลีใต้ ก็ยกเลิกเที่ยวบินที่เดินทางมาอียิปต์ทั้งหมด พร้อมทั้งยกเลิกชั้นเรียนภาษาเกาหลีในกรุงไคโรด้วย พร้อมกับมีการเตรียมแผนอพยพชาวเกาหลี หากจำเป็น
ออสเตรเลียนั้นออกมาเรียกร้องให้ฝ่ายต่างๆในอียิปต์ตั้งอยู่ในความสงบและอดทนอดกลั้น ขณะที่กระทรวงต่างประเทศ ก็ยกระดับการเตือนชาวออสเตรเลีย
จากที่เคยแนะนำให้พิจารณาเรื่องการเดินทางไปอียิปต์ มาเป็นไม่ควรเดินทางมายังอียิปต์ และแนะนำให้คนที่อยู่ในอียิปต์แล้ว ให้รีบกลับออกมาหากทำได้
โดยเชื่อกันว่าในอียิปต์มีชาวออสเตรเลียอยู่เป็นพันคน
ขณะที่นักโทษหลายพันคน พากันแหกคุก อาทิคุกวาดี นาตรุน ทางเหนือของกรุงไคโร ปรากฏว่า นักโทษหลายพันคน ที่มีกำลังมากกว่าเจ้าหน้าที่ ได้พากันแหกคุกออกไปเมื่อคืน และกระจัดการะจายออกไปหลบซ่อนตัวตามหมู่บ้นและเมืองใกล้เคียง โดยนักโทษหลายคนในกลุ่มนี้เป็นนักโทษการเมืองกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง
ส่วนที่คุกอาบู ซาบาล ทางเหนือของเมืองหลวง ก็มีนักโทษถูกยิงตาย 8 คน หลังการจลาจลในคุก นอกจากนั้น นักโทษอีกหลายสิบคน ก็หลบหนีอกจากคุกฟายุม ทางใต้ของเมืองหลวงเมื่อช่วงเย็นวานนี้ หลังจากปะทะกัยเจ้าหน้าที่ ซึ่งทำให้มีตำรวจตายไป 1 นาย
นอกจากนั้น นักโทษก็ยังหลบหนีออกจากคุกเล็กๆในเมืองต่าง แต่ไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนในเรื่องนี้ การชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลในหลายส่วนของประเทศ ทำให้ตำรวจต่างก็ใส่เกียร์ว่าง เมื่อรู้ว่าไม่สามารถทานต่อแรงของกลุ่มผู้ประท้วงได้ ทำให้บ้านเมืองตกอยู่ในสภาพยุ่งเหยิง ชาวบ้านต้องจัดตั้งกลุ่มกันเอง เพื่อดูแลทรัพย์สินทั้งองทางการและของส่วนตัว



