
พธม.ไม่หวั่นรัฐใช้กำลังสลายการชุมนุม
พธม.ไม่หวั่นรัฐบาลใช้กำลังสลายชุมนุม เรียกร้องใช้กำลังไปจัดการชุมนุมกัมพูชาดีกว่า พร้อมแนะแสดงแสนยานุภาพทางกองทัพต่อกัมพูชา
(30ม.ค.) เวลา 10.00 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดย พล.ต.จำลอง กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลขู่จะสลายการชุมนุมว่า ขอให้รัฐบาลเอาเวลาที่คิดเรื่องการสลายการชุมนุมไปทำการปกป้องแผ่นดินจะเกิดประโยชน์มากกว่า ตนในฐานะที่ออกมาชุมนุมต่อต้านรัฐบาลครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 9 นั้นขอยืนยันว่าหากมีการสลายการชุมนุมรัฐบาลจะทำไม่สำเร็จ เพราะถ้าไล่ เราก็มาอีก ทั้งนี้ ยืนยันว่าการชุมนุมถือเป็นการแสดงออกตามสิทธิของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเรายืนยันจะปักหลักชุมนุมต่อไปจนกว่ารัฐบาลจะรับข้อเสนอ 3 ข้อ ของพันธมิตรฯ
ด้านนายปานเทพ กล่าวว่า สำหรับกรณีที่กัมพูชานำธงชาติกัมพูชาปักไว้ที่วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระนั้น ขณะนี้มีการให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกันระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี โดยนายสุเทพ บอกว่าเป็นธงประดับงานวัดเท่านั้น ขณะที่นายกฯ ได้กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยว่า สั่งให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการให้กัมพูชานำธงชาติออกจากวัดแก้วฯ ซึ่งถือเป็นวันที่ 3 แล้วที่นายกฯ สั่งการ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งนี้ จะเห็นว่ามีหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับป้ายบริเวณหน้าวัดเมื่อปี 2551 ไม่มีการปักธง แต่ล่าสุดปี 2554 มีธงชาติกัมพูชาปักอยู่ตรงกลาง ส่วนด้านข้างมีธงศาสนาของกัมพูชาปักอยู่ด้วย จึงสะท้อนให้เห็นว่ากัมพูชาได้แสดงความเป็นเจ้าของพื้นที่ ซึ่งเป็นผลมาจากเอ็มโอยู 2543 ทั้งที่เอ็มโอยูมีข้อห้ามระบุว่าห้ามมีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม ทำให้ไทยไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของการมีเอ็มโอยู 2543 นั่นเอง
นายปานเทพ กล่าวต่อว่า อยากเรียกร้องให้ไทยสำแดงอำนาจอธิปไตยบ้าง เพื่อเป็นการกดดันกัมพูชา ซึ่งจุดนี้ถือว่าฝ่ายไทยยังมีอำนาจต่อรองอยู่ เพราะกัมพูชากลัวว่าจะมีการปะทะกัน ทำให้มีปัญหาต่อแผนการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ดังนั้นจึงอยากให้นายกฯ ให้คำตอบว่าจะดำเนินการเอาธงชาติกัมพูชาที่ละเมิดออกจากดินแดนประเทศไทยเมื่อใด และการที่นายสุเทพ ขู่จะใช้กำลังสลายการชุมนุมนั้น อยากให้นายสุเทพ คิดใหม่ ควรใช้กำลังไปจัดกับชุมชนกัมพูชา และใช้อำนาจศาลเข้าไปดำเนินการในพื้นที่ประเทศไทย
“ที่ผ่านมาประเทศไทยสร้างหลักฐานมามากแล้ว เช่นหนังสือประท้วงนับ 10 ฉบับว่ากัมพูชาทำการละเมิดข้อตกลง แต่ก็ไม่เป็นผล ดังนั้นรัฐบาลจึงควรยกเลิกเอ็มโอยูนั้นเสีย และถอนตัวจากภาคีมรดกโลก ขณะเดียวกันการที่ประเทศไทยมีศักยภาพทางด้านการทหารมากกว่ากัมพูชาอยู่แล้ว ไทยก็ควรสำแดงแสนยานุภาพนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าให้ไทยจะไปรุกราน และเมื่อยกเลิกเอ็มโอยู 2543 แล้วเพราะกัมพูชาละเมิดเอ็มโอยูแล้วเราก็นำแสนยานุภาพไปต่อรอง เพื่อจะออกเอ็มโอยู 2554 ใหม่ก็ได้ เพียงเท่านั้นกัมพูชาก็ไม่กล้าอะไรแล้ว เพราะกลัวจะกระทบต่อการนำเขาพระวิหารขึ้นทะเบียนมรดกโลก"นายปานเทพกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ ได้งดการแถลงข่าวประจำวัน ในเวลา 11.00 น. โดยได้รับแจ้งจากแนวร่วมว่า แกนนำจะมีการประชุมหารือกันเพื่อประเมินสถานการณ์และท่าทีในช่วงเที่ยงวันนี้ โดยจะมีการแจ้งความคืบหน้าอีกครั้ง ส่วนบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯในช่วงเช้าวันนี้ยังคงมีการทำกิจกรรมกันตามปกติ ขณะที่การรักษาความปลอดภัย มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความเรียบร้อยโดยรอบทำเนียบรัฐบาลอย่างเข้มงวดเช่นเดิม



