
บัวแก้วเตือนคนไทยงดไปอียิปต์ช่วงนี้
กต.ออกประกาศเตือนคนไทยงดไปอียิปต์ในช่วงนี้ หากเป็นไปได้ขอให้เลื่อนจนกว่าสถานการณ์จะสงบ ระบุ หากต้องไปขอให้เลี่ยงพื้นที่ชุมนุม ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุความวุ่นวายในอียิปต์เพิ่มขึ้นอย่างมาก จนเกินระดับ 100 แล้ว ส่วนวัยรุ่นอียิปต์ออกตระเวณฉกฉวยของมีค่าทั
(30ม.ค.) นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการชุมนุมประท้วง ในกรุงไคโรและเมืองสำคัญอื่นๆในสาธารณรัฐอา หรับอียิปต์นับตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2554 เป็นต้นมา จนนำไปสู่เหตุการณ์ปะทะและใช้ความรุนแรงระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนหนึ่งนั้น ว่า สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงไคโรรายงาน ว่า ในขณะนี้การชุมนุมประท้วงยังดำเนินต่อไป และยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง กระทรวงการต่างประเทศจึงขอแจ้งเตือนผู้ประสงค์เดินทางไปอียิปต์ในระยะนี้ขอให้เลื่อนการเดินทางออกไปก่อน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและกลับสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องการเดินทาง ขอพึงใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงสถานที่ซึ่งมีความเสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่และสถานที่ซึ่งมีการชุมนุม
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดกระแสต่อต้านอย่างหนัก หลังประธานาธิบดีฮอสนี่ มูบารัค ของอียิปต์ แต่งตั้งหัวหน้าเจ้าหน้าที่ข่าวกรองเป็นรองประธานาธิบดี หลายฝ่ายมองว่าเรื่องนี้เป็นสัญญาณของการแต่งตั้งทายาททางการเมือง ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมและถูกปราบปรามพุ่งขึ้นอย่างมาก โดยในการประท้วงนาน 5 วัน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 102 ราย โดยเฉพาะเมื่อวานนี้วันเดียวมีผู้เสียชีวิต 33 ราย
สถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเมื่อวาน ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในช่วงเกือบ 30 ปีที่มูบารัคอยู่ในอำนาจ เมื่อวานเมืองหลวงตกอยู่ในความระส่ำสะสายอย่างหนัก เจ้าของบ้านและธุรกิจร้านค้าในย่านคนมีอันจะกิน ต้องป้องกันตนเองกันอย่างเต็มที่จากพวกที่จะบุกมาปล้นทรัพย์สิน โดยคนเหล่านี้ ที่มีมีดและอื่นๆเป็นอาวุธ พากันเดินไปตามท้องถนน และหยิบฉวยทุกอย่างเท่าที่จะหาได้ นอกจากนั้นก็ยังทำลายรถยนต์ ป้าย และหน้าต่าง ขณะที่มีเหตุเพลิงไหม้ในบางเขต
รถถังและรถหุ้มเกราะกระจายกำลังกันตามจุดต่างๆทั่วเมืองที่ประชากร 18 ล้านคนเพื่อให้การคุ้มครองอาคารที่ทำการของรัฐบาลสำคัญๆ สถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่สำคัญทางโบราณคดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิพิธภัณฑ์อียิปต์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดเก็บสิ่งของเก่าแก่ล้ำค่าสำคัญของประเทศ และทำเนียบรัฐบาล
แต่ทหารไม่ได้ดำเนินการปราบปรามประชาชนในเมืองหลวงอีกต่อไป แม้กระทั่งหลังจากที่เข้าสู่ช่วงเคอร์ฟิวก็ตาม เมื่อประชาชนต่างก็พากันละเมิดคำสั่งเคอร์ฟิวเป็นวันที่ 2 เพื่อแสดงการปฏิเสธแผนของมูบารัคที่จะอยู่ในอำนาจต่อไป ด้วยการเสนอให้มีการปฏิรูปการเมืองและให้มีรัฐบาลใหม่ ขณะที่การแต่งตั้งนายโอมาร์ สุไลมาน หัวหน้าหน่วยข่าวกรองของประธานาธิบดี และคนสนิทของมูบารัค เป็นรองประธานาธิบดี ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ประท้วงพอใจเช่นกัน
การปราบปรามการชุมนุมประท้วง ทำให้ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ของสหรัฐออกมาวิจารณ์ทางการอียิปต์อย่างหนัก รวมทั้งขู่ที่จะตัดลดความช่วยเหลือมูลค่า 1 พัน 500 ล้านลงด้วย ขณะที่ผู้โดยสารจำนวนมาก ต้องตกค้างอยู่ที่สนามบินกรุงไคโรจากการที่เที่ยวบินมากมายเลื่อนหรือไม่ก็ยกเลิก ขณะที่ชาติอาหรับหลายประเทศ ก็เริ่มอพยพประชาชนของตนเองกลับประเทศ
การประท้วงต่อต้านรัฐบาลอียิปต์ กลายเป็นการปล้นทรัพย์ครั้งใหญ่แล้ว ขณะที่ประชาชนต้องหาทางปกป้องทรัพย์สินของตนเอง เมื่อตำรวจและทหารต่างก็พากันใส่เกียร์ว่างกันเป็นแถว ซึ่งชาวบ้านบางคนมองว่าเป็นแผนของรัฐบาล
มีรายงานว่าปัจจุบัน แทบไม่มีใครเห็นตำรวจในกรุงไคโรแต่อย่างใด ขณะที่ทหารนั้นแม้จะส่งรถถังและยานหุ้มเกราะมาประจำการณ์ทั่วกรุง แต่โดยหลักก็เข้าคุ้มครองอาคารของทางการ ไม่ใช่บ้านเรือนทรัพย์สินของประชาชน และเมื่อประเทศเข้าสู่ช่วงกลางคืน ซึ่งทางการออกคำสั่งเคอร์ฟิวตั้งแต่เวลา 4 ทุ่มจนถึง 8 โมงเช้า แต่สภาพความยุ่งเหยิงวุ่นวายก็ยังคงดำเนินต่อไป
ชาวบ้านรายงานว่าแก็งวัยรุ่น ซึ่งบางคนมีมอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะ พากันตระเวณไปตามท้องถนน เพื่อบุกเข้าฉกฉวยข้าวของตามโชว์รูมรถยนต์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า และร้านค้า บางคนบุกเข้าไปในย่านผู้มีอันจะกิน บุกเข้าไปในบ้านพักหรูหราและอพาร์ตเม้นต์ ทำให้มีเสียงยิงปืนดังขึ้นเป็นระยะทั้งในเขตใจกลางเมืองและชานเมือง
นักฉวยโอกาสเหล่านี้ขนทุกอย่างที่จะหยิบฉวยได้ รวมถึงโทรทัศน์ อุปกรณ์อิเล็คโทรนิคและเฟอร์นิเจอร์จากห้าง สุรา เก้าอี้ โต๊ะจากสถานคาสิโนและไนท์คลับ บางคนบุกเข้าไปในธนาคาร คาเฟ่ และร้านอาหาร
สำหรับฝ่ายที่ไหวตัวทันก็พยายามปกป้องทรัพย์สินด้วยตัวเองตั้งแต่ตอนบ่าย อพาร์ต เม้นต์บางแห่ง มีการติดอาวุธให้กับยามรักษาความปลอดภัยด้วย บางย่านก็เรียกระดมกำลังกลุ่มวัยรุ่น เพื่อให้มาช่วยกันป้องกันพวกฉวยโอกาส
ชาวบ้านบางคนบอกว่าแม้กระทั่งฝ่ายรถพยาบาลฉุกเฉินก็ไม่มีใครมาทำงาน และพวกเขามองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นการตอบโต้ของทางการที่มีการวางแผนเอาไว้ หลังจากประชาชนออกมาเรียกร้องให้ประธานาธิบดี ฮอสนี่ มูบารัคลงจากตำแหน่ง



