
ชาวเขมรแห่ซื้ออาหารโรงเกลือกักตุน
เขมรปอยเปต กลัวสงครามทำปิดพรมแดนแห่เข้ามาซื้ออาหารในตลาดโรงเกลือไปกักตุน ส่วนด่านชายแดนอรัญประเทศ ยังเงียบเหงา ส่วนจุดผ่านแดนช่องสะงำมีการจับจ่ายซื้อสินค้าน้อยผิดปกติ
(30ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตลาดปอยเปต ฝั่งกรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา ยังคงมีชาวกัมพูชาจำนวนมากต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์และตื่นกลัว จากข่าวว่าทหารกัมพูชาได้เคลื่อนรถถัง รถเกราะ และจรวด เตรียมพร้อมสู้รบกับทหารไทย ทำให้ชาวเขมรต่างกลัวว่าจะเกิดสงครามระหว่างไทย-กัมพูชาขึ้นมาจริงๆและจะทำ ให้ด่านพรมแดนอรัญประเทศ-ปอยเปต จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ถูกสั่งปิด จึงทำให้ตั้งแต่เช้าวันนี้มีชาวเขมรจำนวนมากเดินทางเข้ามาหาซื้อสินค้า ประเภทอาหารอุปโภค-บริโภค จากตลาดโรงเกลือ จำนวนมากแล้วว่าจ้างรถเข็น เข็นบรรทุกกลับไปฝั่งกัมพูชา ทำให้บริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ ช่วงเช้าคึกคักไปด้วยรถเข็นบรรทุกอาหารจากตลาดโรงเกลือ ออกไปฝั่งกัมพูชา โดยมี ร้อย ทพ. 1206 ฉก.กรม.ทพ. 12 กกล.บูรพา(กองร้อยทหารพรานที่ 1206 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา) ดูแลความสงบเรียบร้อยและตรวจค้นอย่างเข้มงวด
นางจู เวียน อายุ 32 ปี ชาวกัมพูชา เปิดเผยว่าขณะนี้ชาวเขมรในตลาดปอยเปต ฝั่งกัมพูชา เกิดความตื่นกลัวสงครามกันมาก เนื่องจากทั้งข่าวทีวี น.ส.พ.และวิทยุของกัมพูชา ต่างเสนอข่าวการให้สัมภาษณ์ของโฆษกรัฐบาลกัมพูชา ว่าทหารกัมพูชา เตรียมพร้อมสู้รบกับทหารไทยหากทหารไทยรุกพื้นที่กัมพูชา อีกทั้งสถานีวิทยุท้องถิ่นของกัมพูชารับฟังได้ที่ตลาดปอยเปต ก็ยังคงพูดจายุให้รัฐบาลกัมพูชาตัดสัมพันธ์กับไทยโดยบอกว่าประเทศไทยจะฮุบ ดินแดนกัมพูชาและยังยุให้ชาวกัมพูชาร่วมกันต่อต้านประเทศไทยด้วย นางจู เวียน กล่าวอีกว่าจากข่าวดังกล่าวทำให้ชาวเขมรจำนวนมากต่างเข้ามาซื้ออาหารจากตลาด โรงเกลือไปกักตุนไว้เนื่องจากเกรงว่าอาจมีการสู้รบกันและจะทำให้ด่านชายแดน ถูกสั่งปิด นอกจากนี้วิทยุกัมพูชายังได้เชิญชวนชาวกัมพูชาที่เข้าไปทำงานในประเทศไทยให้ รีบเดินทางกลับประเทศกัมพูชาโดยอ้างว่าชาวกัมพูชาอาจไม่มีความปลอดภัยใน ประเทศไทย
ส่วนบรรยากาศบริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ ยังคงเงียบเหงาคนไทยที่จะเดินทางออกไปท่องเที่ยวในกัมพูชาและไปเล่นพนันใน บ่อนกาสิโนฝั่งปอยเปต ต่างลดลงเป็นอย่างมาก ทำให้บรรยากาศเงียบเหงาและอึมครึม คนไทยไม่กล้าเดินทางเข้าไปในเขมร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา08.30 น.วันนี้(30ม.ค.) บรรยากาศตลาดนัดวันอาทิตย์ที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ประชาชนทั้งชาวไทยและกัมพูชาผ่านข้ามพรมแดนเข้าประเทศ เพื่อจับจ่ายซื้อหาสินค้า แลกเปลี่ยนสินค้า น้อยลงผิดปกติ คาดเกิดจากการติดตามสถานการณ์ทางโทรทัศน์ผ่านทีวีทั้งไทยและกัมพูชา ซึ่งมีการเสริมกำลังพลของทหาร 2 ชาติ ส่งผลทำให้เกิดความไม่มั่นใจต่อสถานการณ์ตามแนวชายแดนที่เกิดขึ้น
นายหัตถชัย เพ็งแจ่ม ผู้ประกอบการค้าการท่องเที่ยวนักธุรกิจไทยกัมพูชากล่าวว่า การเสริมและสับเปลี่ยนกำลังของทหารทั้งประเทศไทยและกัมพูชาเป็นเรื่องปกติ ส่วนประชาชนที่ขึ้นมาจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องมาจากเงินบาทของประเทศไทยแข็งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อ2-3 ปีที่ผ่านมา สนนราคาอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราอยู่ที่100 รีลต่อ 1 บาทไทย แต่ปัจจุบันนี้อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราของตลาดไทยและ ตลาดกัมพูชาอยู่ในอัตรา 135 - 138 รีล ต่อ 1บาทไทย
ประกอบกับสินค้าประเทศไทยขึ้นราคาหลายประเภท ทำให้ประชาชนกัมพูชาซึ่งคนส่วนใหญ่ยังยากจน ขาดกำลังเงินเพียงพอในการซื้อหาสินค้าจากฝั่งไทย ทำให่บางส่วนหันไปซื้อจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนกับเวียดนามวางขายเกลื่อนเมืองอัลลองเวง จังหวัดอุดรมีชัย
ส่วนเรื่องการเสริมกำลังหรือการสับเปลี่ยนกำลังของฝั่งกัมพูชาตลอดแนวชายแดนจากหน่วยทหาร 3 กองพล ประกอบด้วย กองพลปืนใหญ่ กองพลหน่วยรบพิเศษ และกองพลจากภูมิภาคที่4 นั้นเป็นเรื่องปกติของทหารทั้งสองประเทศ
ส่วนการปะทะใช้กำลังกันเป็นไปไม่ได้ เพราะผู้นำของกองทัพทั้ง 2ประเทศสนิทสนมชิดเชื้อกันเป็นอย่างดีสามารถพูดคุยเจรจากันได้ ด้านการท่องเที่ยวยังมีนักท่องเที่ยวชาวไทยจองเที่ยวนครธม นครวัด ต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยเฉพาะที่เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชานั้นเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจากนานาชาติไม่ว่าชาติจากยุโรป อเมริกา เอเซีย หรือชาติอื่น ๆ เป็นจำนวนมากที่ยังคงนิยมเข้าไปท่องเที่ยวดูความงดงามของศิลปะแบบโบราณ



