ข่าว

ม็อบบุกรุกผบ.ตร.ลั่นใช้แก๊ซน้ำตาได้

ม็อบบุกรุกผบ.ตร.ลั่นใช้แก๊ซน้ำตาได้

29 ม.ค. 2554

ผบ.ตร.หนุนสถานศึกษาฟ้องแพ่ง พธม.เปิดถนนให้ตร.ชอบธรรมมากขึ้น ไฟเขียวใช้แก๊ซน้ำตา กระสุนยางได้ หากม็อบบุกรุก "จำลอง" ยัน "สุเทพ" ฟ้องศาลปกครองจัดการประชาชนไม่ได้ “ประพันธ์” เผยคนไทยในแอลเอชุมนุมหน้าสถานกงสุลพรุ่งนี้ ย้อน "พนิช" ไม่เคยประสานคุยกับพธม. ยันไม่

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่  29 ม.ค.พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร  พร้อม พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมกำลังพลเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับให้กำลังใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติงานดูแลทำเนียบรัฐบาล และรักษาความเรียบร้อยการชุมนุมของ พธม. โดย ผบ.ตร. กล่าวกำชับการทำงานของกำลังพล ว่า จะต้องดูแลไม่ให้มีการบุกรุกสถานที่ราชการอย่างเด็ดขาด ถ้าฝ่าฝืนจะต้องดำเนินการตามกฎหมายทั้งการควบคุมตัว และปะทะผลักดัน แต่จะไม่ใช้อาวุธถ้าไม่จำเป็น ทั้งนี้ยืนยันไม่มีตำรวจใส่เกียร์ว่าง แต่ที่ผ่านมาไม่มีกฎหมายมาควบคุมการชุมนุมทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ยากลำบาก อย่างไรก็ตามยังไม่มีเหตุจำเป็นต้องสลายการชุมนุม

 จากนั้น พล.ต.อ.วิเชียร ให้สัมภาษณ์ว่า พ.ร.บ.จราจร ไม่เพียงพอที่จะเอาผิดกับการชุมนุมตามกฎหมายได้ ส่วนความเป็นไปได้ในการขอให้โรงเรียนรอบพื้นที่ชุมนุมยื่นฟ้องแพ่งขอให้เปิดถนนนั้น การยื่นร้องเป็นเรื่องของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ขอให้ศาลดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ ถ้ามีการยื่นฟ้องจริง ก็เป็นเรื่องดีที่จะทำให้ตำรวจมีความชอบธรรมในการทำงานเพิ่มมากขึ้น

ไฟเขียวใช้แก๊ซน้ำตากระสุนยางได้หากม็อบบุกรุก

 พล.ต.อ.วิเชียร  กล่าวด้วยว่า การฝึกซ้อมแผนการรับมือกลุ่มผู้ชุมนุม เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมานั้น ตนยืนยันว่า ไม่ใช่การฝึกซ้อมสลายการชุมนุมอย่างที่แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เข้าใจ แต่เป็นการฝึกซ้อม เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ภายในทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น เนื่องจากมีความกังวลว่า จะมีการบุกรุก เข้ามาก่อความไม่สงบภายในทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอำนาจรัฐ

 อย่างไรก็ตาม หากมีการบุกรุกเข้ามาก่อความไม่สงบภายในทำเนียบรัฐบาล ก็จะมีการดำเนินการอย่างเด็ดขาด และหากมีความจำเป็นที่ต้องใช้แก๊สน้ำตา และกระสุนยาง ก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการได้

จำลองยันสุเทพฟ้องศาลปกครองจัดการปชช.ไม่ได้

 ส่วนบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรและกลุ่มเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติที่ชุมนุมด้านหน้าทำเนียบรัฐบาลในช่วงเย็นที่ผ่านมาว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้ทยอยเดินทางมาสมทบบริเวณพื้นที่ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรมากกว่าเครือข่ายประชาชนไทยฯอย่างเห็นได้ชัดเจน และที่เวทีของเครือข่ายประชาชนไทยฯไม่มีการปราศรัยแต่อย่างใด ทั้งนี้ประกอบกับเป็นวันหยุดทำให้จำนวนผู้ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯดูหนาตาขึ้นกว่าเดิมด้วย ทั้งนี้บนเวทีปราศรัยบริเวณเชิงสะพานสะพานมัฆวานรังสรรค์ของกลุ่มพันธมิตร ได้มีการเปิดเพลงสลับกับการขึ้นปราศรัยของแกนนำต่างๆ ซึ่งสร้างความคึกคักให้กับผู้ชุมนุมเป็นอย่างมาก ต่างพากันตีมือตบและตะโกนโห่ร้องตลอดการปราศรัย

 จากนั้นเวลา 17.10 น. แกนนำพันธมิตรฯเปิดแถลงข่าวรอบเย็น โดยนายประพันธ์ คูณมี กล่าวถึงกรณีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนไทยในประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ในวันพรุ่งนี้ (30 ม.ค.) คนไทยในประเทศสหรัฐฯ ที่ลอสแองเจลิส จำนวนกว่า 100 คน ได้ติดต่อประสานงานมาว่า จะมีการร่วมตัวชุมนุมประท้วงที่สถานกงสุลไทย ที่ลอสแองเจลิส เพื่อให้ประชาชนไทยที่อยู่ในต่างประเทศทราบและเห็นพ้องถึงการต่อสู้ของกลุ่มพันธมิตรฯ โดยก่อนหน้านี้ประชาชนในต่างประเทศได้ให้โอกาสนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แต่ต่อไปนี้นายกฯ จะต้องพิจารณาตัวเองได้แล้ว โดยการชุมนุมครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง และทางรัฐบาลกัมพูชาก็เริ่มมีความหวั่นไหวต่อการชุมนุมของพันธมิตรฯ

 ส่วนกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เตรียมฟ้องศาลปกครอง เพื่อให้กลุ่มพันธมิตรฯ ออกไปจากพื้นที่ชุมนุม นายประพันธ์ กล่าวว่า พันธมิตรได้ชุมนุมตามสิทธิที่มีตามระบอบประชาธิปไตย แต่ทางรัฐบาลกลับคิดหาทางจะสลายการชุมนุมอยู่ตลอด โดยนายสุเทพพยายามที่จะไปฟ้องศาลปกครอง ซึ่งตนเสียใจกับวิธีสิ้นคิด เพราะรัฐบาลควรจะร่วมมือกับประชาชน เพื่อหาทางแก้ไขปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ อย่างที่นายอภิสิทธิ์ ชอบพูดว่ายินดีจะฟังความเห็นประชาชน แต่สิ่งที่ทำอยู่เหมือนการปิดหูปิดตาประชาชนไทยมากกว่า

 “ผมขอให้นายสุเทพไปฟ้องศาลดำเนินการกับคนกัมพุชาที่รุกล้ำเข้ามาในแผ่นดินไทย ไม่ใช่ใช้อำนาจป่าเถื่อนฟ้องคนไทยให้ขึ้นศาลไทยเสียเอง” นายประพันธ์ กล่าว

 ส่วนกรณีที่นายนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาให้สัมภาษณ์ โดยระบุว่าได้มีการทำความเข้าใจกับกลุ่มอื่นๆ ไปแล้ว 2-3 กลุ่ม และเห็นพ้องต้องกันจะใช้แผนที่ 1 : 50,000 ว่า ตรงนี้เหมือนจะเป็นการสัมภาษณ์เพื่อเพิ่มน้ำหนักการต่อสู้ของภาคประชาชน แต่คิดว่านายพนิชพยายามจะช่วยรัฐบาลและนายกฯ มากกว่า โดยทางกลุ่มพันธมิตรฯไม่เคยได้รับการประสานงานและทำความเข้าใจดังกล่าวเลย

 นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกลุ่มย่อยที่นายพนิชไปคุยนั้นเป็นอีกเรื่อง แต่กลุ่มหลักที่ชุมนุมอยู่ขณะนี้คือ กลุ่มพันธมิตรฯ ส่วนการที่นายพนิชพูดว่าการชุมนุมไม่ควรกล่าวโจมตีด้วยถ้อยคำรุนแรงและไม่มีเหตุผล ตรงนี้อยากอธิบายว่า การชุมนุมที่ผ่านมาไม่เคยไปโจมตีรัฐบาลโดยปราศจากเหตุผล พร้อมข้อมูลที่นำเสนอนั้น มีเหตุผลอยู่ด้วยทั้งสิ้น และไม่มีการโจมตีใส่ร้าย เพื่อให้รัฐบาลเสื่อมเสีย นอกจากนี้ไม่มีการกล่าวโจมตีกระบวนการยุติธรรมของศาลกัมพูชาแต่อย่างใด แต่เพียงคิดว่าคนไทยทั้ง 7 รายถูกจับในผืนแผ่นดินไทย ฉะนั้นไม่สมควรที่จะต้องไปขึ้นศาลกัมพูชา

 “จริงๆแล้วอยากกราบเรียนให้นายพนิชเข้าใจ แต่ในวันนี้นายพนิชก็พยายามจะบอกว่า คนไทยถูกจับเลยเส้นปฏิบัติการไป โดยเมื่อวาน (28 ม.ค.) นายปานเทพได้ออกมาบอกแล้วว่า ถึงถูกจับเลยเส้นปฏิบัติการไปแล้ว ก็ยังอยู่ในดินแดนไทยเช่นเดิม” นายประพันธ์ กล่าว

 นายประพันธ์ กล่าต่อว่า การที่นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ จะไปคุยกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นั้น เป็นความเห็นส่วนตัวของนายไชยวัฒน์ ไม่ใช่ความส่วนใหญ่ของกลุ่มพันธมิตรฯ

 ด้าน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตร กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพจะฟ้องศาลปกครองว่า ตนไม่ทราบว่านายสุเทพเป็นรองนายกฯด้วยความง่อนแง่นได้ยังไง ถึงกับไม่รู้ว่าศาลปกครองเขาให้ฟ้องดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ใช่ฟ้องดำเนินการกับประชาชน ทั้งนี้อยากจะให้รัฐบาลใช้เวลาในการจัดการกัมพูชา ไม่ใช่จะหันมาจัดการผู้ชุมนุม โดยทางตำรวจก็ได้มีความพยายามที่จะมาเจรจา เพื่อขอให้เปิดถนนบริเวณแยกมิสกวัน แต่เรื่องนี้คงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะการจราจรบริเวณแยกมิสกวันยังคล่องตัวอยู่ อย่างไรก็ตามหากนายสุเทพเห็นว่ามีช่องทางไหนที่ดีกว่าการชุมนุมในการทวงแผ่นดินคืนก็ขอให้บอกมา แต่ตอนนี้เราคิดว่าการชุมนุมคือสิ่งที่ดีที่สุด

 พล.ต.จำลอง กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีกระแสข่าวที่ว่าเจ้าหน้าตำรวจมีการฝึกซ้อมในทำเนียบรัฐบาลเพื่อเตรียมตัวที่จะเข้าสลายการชุมนุมนั้น ตรงนี้ขอยืนยันว่า ไม่ว่าตำรวจจะเข้ามาสลายการชุมนุมด้วยอาวุธที่น่าจะนำไปจัดการกับกัมพูชาเมื่อไหร่ แต่ไม่มีทางทำสำเร็จอย่างแน่นอน แต่ถ้าทำสำเร็จก็จะกลับมาชุมนุมอีกครั้งแน่นอน เพราะเป็นการต่อสู้เพื่อแผ่นดินไทย และหากถูกจับความผิดเพียง “จิ๊บจ๊อย” เท่านั้น ไม่แน่ถ้าตำรวจเข้ามาสลายอาจจะถูกเราจับตัวไว้ก็เป็นได้ นอกจากนี้ พล.ต.จำลอง ยังกล่าวอีกว่า พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ อดีตรองเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก ซึ่งมาร่วมชุมนุมพบว่าตำรวจแถวนี้เปิดไฟแดงนานเกินไปจนทำให้รถติด