ข่าว

พนิชเดินหน้าคุยทำความเข้าใจพธม.

พนิชเดินหน้าคุยทำความเข้าใจพธม.

29 ม.ค. 2554

"พนิช" เดินหน้าพูดคุยทำความเข้าใจ พธม. เผยเหลือเพียงกลุ่มกลุ่มเดียวที่ยังเห็นต่าง วอนอย่าโจมตีกระบวนการยุติธรรมกัมพูชา หวั่นกระทบคดี 2 คนไทย ดันกำหนดความสัมพันธ์ ปท.เพื่อนบ้านเป็นนโยบายหาเสียง "พล.ต.จำลอง”ปัดตร.ขอคืนพื้นที่ราชดำเนิน ด่านอรัญประเทศเงียบ

(29ม.ค.) ที่มัสยิดมิฟตาฮุ้ลยีนาน หรือมัสยิดลำเจียก  พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดงาน ส.ส. ส.ก.และส.ข. พบประชาชน โดยครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม. ได้ออกพบปะประชาชนในเขตพื้นที่บึงกุ่มหลังจากถูกปล่อยตัวและเดินทางกลับจากประเทศกัมพูชา โดยประชาชนได้ให้การต้อนรับนายพนิชและสอบถามถึงความเป็นอยู่พร้อมให้กำลังใจ ทั้งนี้นายพนิชกล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เดินทางกลับบ้านและมาพบปะกับประชาชนในเขตบึงกุ่ม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทำให้เขาแจ้งเกิดทางการเมือง  นอกจากนี้ยังรู้สึกภูมิใจที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น

 โดยในการลพื้นที่ครั้งนี้ นายพนิชยังได้ชี้แจงถึงการเดินทางไปยังบริเวณแนวชายแดนไทยกัมพูชาจนเป็นเหตุให้ถูกจับกุมตัวว่า พวกเราทั้ง 7 คน เข้าไปดูปัญหาของประชาชนบริเวณแนวชายแดนด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่ต้องติดคุกอยู่ถึง 20 คืน จนถึงขณะนี้ก็ยังมีคนไทยถูกดำเนินคดีและถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ จึงขอให้พี่น้องประชาชนส่งกำลังใจไปให้คนไทยที่ยังถูกดำเนินคดีในกัมพูชาด้วย

 “สำหรับตัวผมอาจมีความเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ผมบนศรีษะหายไปหมดเพราะถูกแมลงสาบกับ น้ำหนักลดไป 3 กิโลกรัมเพราะรับประทานอาหารมังสวิรัติขณะถูกจับกุมอยู่ในเรือนจำ ส่วนผิวที่เข้มหรือดำขึ้น เป็นเพราะขณะติดคุกออกมานั่งตากแดดเป็นเวลา 2 ชั่วโมงทุกวัน เนื่องจากต้องการรับแสงแดดให้ได้มากที่สุด ก่อนจะต้องถูกควบคุมตัวไม่โดนแดดเป็นเวลาถึง 22 ชั่วโมงต่อวัน ดังนั้นในช่วงนี้ผมจึงชอบแสงแดดและอากาศบริสุทธิ์มากที่สุด ” นายพนิชกล่าวกับประชาชนในเขตพื้นที่บึงกุ่มซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์

นายพนิช กล่าวถึงกรณีได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ไปเจรจากับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ชุมนุมยืดเยื้ออยู่บริเวณข้างทำเนียบรัฐบาล ว่า คงไม่ได้เป็นการเจรจา เพื่อให้กลุ่มพันธมิตรยุติการชุมนุม แต่เป็นการเข้าไปพูดคุยให้เข้าใจถึงจุดยืนของรัฐบาล และนำเอาจุดยืนพร้อมข้อมูลของกลุ่มพันธมิตรมาชี้แจงกับรัฐบาล เพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายเข้าใจข้อมูลตรงกันมากขึ้น

 แม้ว่าตนจะไม่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลุ่มพันธมิตรฯ แต่ ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ แนวร่วมพันธมิตรฯเป็นคนในพื้นที่บึงกุ่ม และมีโอกาสได้ไปเผชิญชะตากรรมร่วมกันในประเทศกัมพูชา นอกจากนี้ตนยังได้เข้านมัสการสมณะโพธิรักษ์ เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างที่อยู่ในประเทศกัมพูชา  ซึ่งขณะนี้ผู้ใหญ่ของ 3 กลุ่มย่อยในพันธมิตรฯมีแนวโน้มที่เข้าใจตรงกันมากขึ้น โดยเฉพาะการยอมรับในแผนที่ 1 ต่อ 50,000 ของรัฐบาล โดยไม่ยอมรับแผนที่ 1 ต่อ 200,000 แต่บางคนอาจมีวิธีการแสดงออกที่ต่างกัน คงเหลือเพียงกลุ่มย่อยๆอีก 1 กลุ่มที่ยังมีความเห็นแตกต่าง ดังนั้นจึงต้องพยายามพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันต่อไปทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ

 “หากการชุมนุมของพันธมิตรไม่สร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นเขาก็สามารถใช้สิทธิชุมนุมต่อไปได้ แต่ไม่ควรชุมนุมด้วยอารมณ์ โดยเฉพาะการปราศรัยกล่าวหากระบวนการยุติธรรมของประเทศใด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อคนไทยที่ถูกดำเนินคดี ยืนยันว่ารัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือนาย วีระ สมความคิด และและน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ อย่างเต็มที่ สิ่งที่ผมอยากฝากก็คืออย่าลืมชะตากรรมของอีก 2 คนไทย ที่ต้องช่วยเหลือให้กลับมาโดยเร็วที่สุด ดังนั้นใน การขึ้นเวทีปราศรัยจึงอยากขอร้องไม่ให้พูดเรื่องคดี และไม่อยากพูดในสิ่งที่จะกระทบความสัมพันธ์ สถานการณ์ขณะนี้จำเป็นต้องใช้การพูดคุยเจรจา ” นายพนิชกล่าว

 นายพนิช กล่าวอีกว่า ตนไม่เห็นด้วยที่นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติจะเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงเพื่อขับไล่รัฐบาล ปัญหาชายแดนไทยไม่ได้จบที่รัฐบาล ไม่ว่าพรรคใดขึ้นมาเป็นรัฐบาลก็ต้องแก้ไขปัญหาเขตแดน คำตอบของเรื่องนี้จึงอยู่ที่คนทั้งประเทศจะร่วมกันแก้ปัญหาอย่างไร ตนเชื่อว่าไม่มีคนไทยคนใดมีความคิดขายชาติ ทุกคนต่างต้องการปกป้องอธิปไตยและแผ่นดินไทย โดยเฉพาะรัฐบาลที่พยายามผลักดันชาวกัมพูชาที่รุกล้ำเขตแดนไทยอยู่ตลอด เพียงแต่การผลักดันจะต้องไม่เกิดปัญหาการเผชิญหน้าหรือเป็นอันตรายต่อประชาชน 2 ประเทศ ดังนั้นทุกกลุ่มควรหันหน้ามาพูดคุยกัน เอาข้อมูลและความจริงออกมาหารือเป็นการภายใน ไม่ใช่เอาข้อมูลทุกแง่ทุกมุมออกมาเปิดเผย เพราะทางกัมพูชาเขากำลังเก็บข้อมูลที่แต่ละฝ่ายนำออกมาตีแผ่ เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ในการเจรจาแต่ละเวที

 “ผมยอมรับว่าล้ำเข้าไปเกินเส้นปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งในวันนี้ยังไม่ได้ข้อยุติว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นดินแดนไทยหรือกัมพูชา ซึ่งจะได้คำตอบเมื่อมีการปักปันเขตแดนเสร็จสิ้น ดังนั้นในเวลานี้คนในชาติต้องหันหน้ามาพูดคุยทำความเข้าใจให้ตรงกัน ตอนนี้แม้แต่คนในกระทรวงการต่างประเทศยังมีความเห็นแตกต่างกันโดยเฉพาะเรื่องแผนที่ 1 ต่อ 50,000 ดังนั้นผมจะเสนอต่อพรรคประชาธิปัตย์ ให้กำหนดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านทั้ง 4 ประเทศ เป็นนโยบายหลักของพรรคในการหาเสียงครั้งต่อไป เพื่อประกาศให้ประชาชนรับรู้ว่าพรรคจะเดินหน้าสานความสัมพันธ์และอยู่ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างไร เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นประชาคมอาเซียนในอีก 4 ปีข้างหน้า ” นายพนิชกล่าว

"พล.ต.จำลอง”ปัดตร.ขอคืนพื้นที่ราชดำเนิน

           ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยตลอดช่วงเช้าวันนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดยังคงปฏิบัติภารกิจส่วนตัว ขณะที่บนเวทีปราศรัยยังคงมีแนวร่วมและแกนนำจัดรายการเล่าข่าว และปราศรัยเรียกร้องให้รัฐบาลปกป้องอธิปไตยดินแดนของไทย นอกจากนี้ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกกลุ่มพันธมิตรฯ นายประพันธ์ คูณมี โฆษกการชุมนุม ร่วมกันแถลงข่าว
 
         นายปานเทพ กล่าวว่า     การที่กลุ่มพันธมิตรฯ เปิดเผยว่า มีการติดธงชาติกัมพูชาบริเวณวัดแก้วสิขาคีรีสวาระ และนายกรัฐมนตรีทราบเรื่องแล้ว แต่เวลาผ่านมา 2 วันแล้ว ยังไม่ปรากฏความสามารถของรัฐบาลในการนำธงชาติกัมพูชาลงมาได้ นอกจากนี้กัมพูชายังประกาศจะไม่นำธงลงมาโดยเด็ดขาด   โดยอ้างว่าเป็นพื้นที่ของกัมพูชา โดยใช้แผนที่อัตราส่วน 1 ต่อ 2 แสนตารางกิโลเมตร ซึ่งไม่ตรงกับที่นายกรัฐมนตรีชี้แจงกับคนไทยว่า เรื่องของเขตแดนจะใช้เขตสันปันน้ำเป็นหลัก ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องที่เกิดขึ้น และชี้แจงเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการขีดเส้นตายให้รัฐบาลดำเนินการ

           นายปานเทพ กล่าวว่า   ส่วนการช่วยเหลือ 2 คนไทยที่กำลังจะถูกพิพากษาในวันที่ 1 ก.พ.นี้ทางกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ให้ข้อมูลและประกาศชัดเจนว่า ทั้ง 7 คนไทยถูกจับกุมในดินแดนของไทย ดังนั้นหากรัฐบาลยอมรับคำตัดสินของกัมพูชา โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการพิจารณาตัวเอง ขณะเดียวกันขอขอบคุณและเป็นกำลังใจกองทัพที่มีการซักซ้อมและเคลื่อนย้ายกำลังในการปกป้องดินแดนด้วยความกล้าหาญ แต่เห็นใจที่ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากติดเงื่อนไขเอ็มโอยูปี 2543 ดังนั้นรัฐบาลควรที่จะปลดพันธนาการแสนยานุภาพกองทัพด้วยการยกเลิกเอ็มโอยู 2543

           พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ขอให้รัฐบาลเลิกล้มความตั้งใจที่จะขอคืนพื้นที่บริเวณถนนราชดำเนินเพื่อเปิดพื้นผิวการจราจร เพราะหากเทียบกับการต่อสู้เพื่อรักษาดินแดน ถือว่าพื้นที่ถนนราชดำเนินเล็กน้อยกว่ามาก ขณะเดียวกันหากคิดจะสลายการชุมนุม ถือเป็นเรื่องที่คิดผิด

 นายประพันธ์ กล่าวว่า การชุมนุมของพันธมิตรฯ ยังไม่ยกระดับถึงขั้นขับไล่รัฐบาล แต่เป็นการเรียกร้องให้ปฏิบัติตามเงื่อนไข 3 ข้อ หากไม่ดำเนินการ ก็ขอให้พิจารณาตัวเอง

ด่านอรัญประเทศเงียบนักท่องเที่ยวนักพนันถอย

 ที่บริเวณด่านพรมแดนอรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เป็นไปด้วยความเงียบเหงา จุดตรวจขาออกด่าน ตม.อรัญประเทศ มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักพนันชาวไทยที่จะเดินทางออกไปฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา บางตา  มีเพียงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติบางกลุ่มยังคงเดินทางออกไปฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ส่วนบริเวณจุดตรวจขาเข้าด่าน ตม.อรัญประเทศ ยังคงมีผู้ค้าดินทางเข้ามาค้าขาย แต่น้อยกว่าทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ทุกครั้งที่ผ่านมา

 นักท่องเที่ยวชาวไทย ที่เดินทางกลับออกมาจากฝั่งกัมพูชา กล่าวว่า นักพนันชาวไทยเดินทางไปฝั่งปอยเปตน้อยลงเนื่องจากเหตุการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้นักท่องเที่ยวต่างยกเลิกการเดินทางไปท่องเที่ยวในกัมพูชา ในช่วงเทศกาลตรุษจีนกันกว่า 80 %

 ส่วนบรรยากาศในตลาดปอยเปต ฝั่งกัมพูชา นายเซ็ง โย อายุ 46 ปี พ่อค้าชาวกัมพูชา ในกรุงปอยเปต   กล่าวว่า  สถานีวิทยุท้องถิ่นของกัมพูชา รับฟังได้ในตลาดปอยเปต ออกอากาศโจมตีว่าคนไทยยุให้เกิดสงครามชายแดน และเตือนคนกัมพูชาที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยให้ระมัดระวังสถานการณ์ระยะนี้

กสม.ร่วมฟังไต่สวน“วีระ-ราตรี”

 นายปริญญา ศิริสารการ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเผยว่า ตนในฐานะตัวแทนกสม.ของไทยพร้อมคณะจะเดินทางไปร่วมรับฟังการไต่สวนในคดีที่ นายวีระ สมความคิด แกนนำกลุ่มประชาชนไทยหัวใจรักชาติ และ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ถูกตั้งข้อหาฐานพยายามประมวลข่าวสาร ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อการป้องกันประเทศตามกฎหมายกัมพูชา ที่ศาลกัมพูชาในวันที่ 1 ก.พ .นี้ด้วย และ หากมีโอกาสได้คุยกับนายวีระก็จะสอบถามเรื่องความเป็นอยู่และดูเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้รับ พร้อมทั้งจะเข้าพบน.ส.ราตรีที่ได้รับการประกันตัวและพำนักอยู่ในสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ด้วย

 นายปริญญา กล่าวต่อว่า ในส่วนของกรณีที่มีตัวแทนชาวบ้านจำนวน 20 คน จาก ต.บ้านใหม่หนองไทร อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ที่ถือใบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ในที่ดินที่เป็นข้อพิพาทระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณหลักกิโลเมตรที่46 47 และ48 เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อกสม. เพื่อขอความช่วยเหลือ เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปทำกินในพื้นที่ได้นั้นจะมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมกสม.วันที่ 2 ก.พ.นี้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และมีประเด็นเกี่ยวข้องกับอนุคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนหลายด้านที่จะต้องมีการบูรณาการการทำงานร่วมกัน