
มาร์คแจงสื่อนอกไทยเขมรแก้ด้วยสันติ
นายกรัฐมนตรีชี้แจงสื่อต่างประเทศ ปัญหาไทย-กัมพูชาต้องแก้ด้วยสันติ ยืนยันขอทำสิ่งที่ดีที่สุดให้ประเทศชาติ "ทีมทนาย"จ่อร้องศาลเขมรเลื่อนตัดสินคดี "วีระ-ราตรี"
(29ม.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอพี ที่เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ระหว่างการร่วมประชุม Word Economic Forum โดยกล่าวถึงข้อเรียกร้องของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย 3 ข้อในการแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งการให้รัฐบาลยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก หรือ MOU ปี 43 เพื่อยุติข้อขัดแย้งชายแดน ให้ถอนตัวออกจากการเป็นภาคีองค์การยูเนสโก รวมถึงการผลักดันชาวกัมพูชา ให้ออกจากในพื้นที่ที่อยู่ในข้อพิพาท
นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า ความสัมพันธ์กับกัมพูชา ยังคงน่าเป็นห่วง สิ่งที่ดีที่สุด คือ ต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในวิถีทางที่สงบ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันเอาไว้ และต้องให้แน่ใจว่า จะสามารถปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติเอาไว้ได้ ดังนั้น สิ่งที่สามารถทำได้ในตอนนี้ คือ การอธิบายให้ กลุ่มพันธมิตรฯ เข้าใจว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นวิธีที่ดี เชื่อว่า คนไทยส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน แต่ตนก็จะเลือกวิธีที่ดีที่สุด ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
ทีมทนายความของเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ นำโดยนายณฐพร โตประยูร ที่เดินทางลงไปยังพื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เพื่อตรวจสอบพื้นที่พิพาทที่คนไทยทั้ง 7 คนถูกกัมพูชาจับกุม แต่กลับไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่ ทำให้นายณฐพร เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลกัมพูชา เพื่อขอเลื่อนการพิจารณาและพิพากษาคดีจารกรรมข้อมูลของ นายวีระ สมความคิด และน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ออกไปก่อน และจะยื่นขอประกันตัวอีกครั้งในวันจันทร์หน้า
ย้ำที่ประชุมนานาชาตินโยบายไทยเน้นเท่าเทียม
นายอภิสิทธิ์ ระหว่างเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้นำ CEO บริษัทรถยนต์ชั้นนำโลก ในฐานะแขกรับเชิญพิเศษ ในหัวข้อ Thailand and the Global Automotive Industry โดยย้ำถึง “โอกาส” ต่างๆสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย และนโยบายของรัฐบาลที่จะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ของอาเซียน ปัจจุบันไทยถือเป็นผู้ผลิตยานยนต์ระดับใหญ่ โดยมีเป้าจะเป็นผู้ผลิตในอันดับ 1-10 ของโลกให้ได้ ต่อมา นายกรัฐมนตรี ยังได้แสดงวิสัยทัศน์ต่อผู้นำประเทศต่างๆ ในหัวข้อ Towards a New Growth Model โดยกล่าวถึงการดำเนินนโยบายเสริมสร้างการเจริญเติบโตภายหลังวิกฤติเศรษฐกิจโลก ด้วยแนวทางในการเสริมสร้างความเท่าเทียมด้านสังคม และการสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชน ตามนโยบายการปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมไทย ภายใต้โครงการเร่งรัดปฏิรูปเพื่อคนไทยประเทศไทย
ขณะที่ภาคเอกชนไทยก็ได้เข้าร่วมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและแสดงความเข้มแข็งของภาคเอกชนไทยในด้านที่ไทยเป็นผู้นำตลาดโลกด้วย หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้หารือทวิภาคีกับดยุคออฟยอร์ค ที่เกี่ยวข้องกับการค้าการลงทุนระหว่างกัน ดยุคออฟยอร์คระบุว่า จะเสนอให้ธนาคารของสหราชอาณาจักรให้การสนับสนุนเงินกู้แก่บริษัทก่อสร้างของไทยที่จะไปลงทุนในต่างประเทศ พร้อมสนับสนุนให้ไทยเป็นเจ้าภาพในการแข่งขันเวิล์ดคัพ
ขณะที่นายกรัฐมนตรีแสดงความเห็นเกี่ยวกับกฎหมายเข้าเมืองอังกฤษที่มีความเข้มงวด ขณะที่ไทยต้องการส่งผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและสปาเข้ามาทำงานในอังกฤษให้มากขึ้น ดยุคออฟยอร์ค กล่าวว่า เป็นมาตรการกระทรวงมหาดไทยของอังกฤษที่ต้องการป้องกันแรงงานผิดกฏหมาย แต่พร้อมพิจารณาเพื่อการแก้ไขปัญหาต่อไป ขณะเดียวกันไทยจะแก้ไขโครงสร้างเกี่ยวกับการถือหุ้นในบริษัทประกันของต่างชาติ เพื่อส่งเสริมให้มีโอกาสมาลงทุนในไทยมากขึ้น ในการประชุมของภาคเอกชนไทยและอุตสาหกรรมยานยนต์โลก เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับ CEO ของบริษัทรถยนต์ต่างๆ นายกรัฐมนตรีชูวิสัยทัศน์ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมของไทย ความเข้มแข็งและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยว่า หลังวิกฤติเศรษฐกิจโลก ภาคยานยนต์มีการฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด โดยมีผลผลิตมากกว่าครี่งนึงของอาเซียน และรัฐบาลไทยมีนโยบายที่จะพัฒนาภาคธุรกิจดังกล่าวเป็นศูนย์กลางการผลิตยนต์รถของภูมิภาคเอเชีย
นายกรัฐมนตรียังเห็นว่าอาเซียนจะพัฒนาไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียนได้ในปี 2015 นี้ จะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ เขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ อาฟต้า และการจัดทำ เอฟทีเอ กับหุ้นส่วนสำคัญ ทั้งในเอเชียและภูมิภาคต่างๆ เป็นหัวใจสำคัญของชุมชนเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต สำหรับปัญหาราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ถือเป็นความท้าทายของอุตสาหกรรมรถยนต์รัฐบาลจึงส่งเสริมการพัฒนาพลังงานทางเลือกใหม่ เข่น แก๊สโซฮอล์ ไบโอดีเซล และพัฒนารถยนต์ประหยัดพลังงาน การวิจัยและพัฒนารถยนต์ระบบไฮบริด ด้วยการลดภาษีสรรสามิต เป็นต้น
รองผบช.น.สั่งจับตาเสื้อแดงยื่นหนังสือที่ราบ11
พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ดูแลด้านความมั่นคง เปิดเผยถึง การดูแลรักษาความปลอดภัยของกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นำโดย นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ที่จะแรลลี่จากหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ลาดพร้าว มุ่งหน้าไปยื่นหนังสือที่ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ในช่วงเช้าวันนี้ (29 ม.ค.) นั้น เบื้องต้น ได้สั่งการมอบหมายให้ทางพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 และ 2 รับผิดชอบดูแลรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทางที่จะแรลลี่ไป แต่ทั้งนี้ ทางกลุ่มไม่ได้ประสานมาว่าจะใช้เส้นทางไหน ซึ่งเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา รวมถึงกำชับให้ดูแลเรื่องการจราจร เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้ใช้รถใช้ถนน
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานว่า จะมีกลุ่มบุคคลใดออกมาต่อต้าน หรือแสดงความไม่เห็นด้วย ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาความปลอดภัยในพื้นที่บริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ได้จัดกำลังไว้ป้องกันแล้ว อีกทั้ง กลุ่ม 24 มิถุนาฯ เพียงแค่ไปยื่นหนังสือที่หน้าประตูเท่านั้น ไม่ได้เข้าไปด้านในพื้นที่ จึงไม่ได้ประสานกับทหารบก เพื่อจัดกำลังป้องกันร่วมกัน ซึ่งคาดว่า คงจะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ เกิดขึ้น
ส.ส.ปชป.ใต้เคลื่อนไหวหลังคาดส.ส.เขตลด
หลังจากพรรคประชาธิปัตย์ ชูธงเตรียมพร้อมลงสู่สนามเลือกตั้ง ภายใต้สูตรเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว และสูตรจำนวน ส.ส. 367+125 ตามที่แกนนำพรรคมั่นใจว่า การลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ในวันที่ 11 ก.พ.นี้ จะได้รับเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่ง ของจำนวนสมาชิกรัฐสภา มีความเคลื่อนไหวจาก ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ ที่คาดว่าจะมีจำนวน ส.ส.ลดลง โดยนายสัมพันธ์ ทองสมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ในพื้นที่ต้องลด ส.ส.ไป 1 ที่นั่ง แต่ขณะนี้ทราบว่า ส.ส.ในพื้นที่สมัครใจ จะลงสมัครแบบระบบบัญชีรายชื่อ 3 คน คือ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ , นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ และนายวิทยา แก้วภราดัย เบื้องต้นในวันนี้ (29) ส.ส.ในพื้นที่ จะหารือเพื่อคัดเลือกอีกครั้ง ก่อนจะส่งเข้าที่ประชุมกรรมการบริหารเพื่อตัดสินใจ
ด้านนายอาคม เอ่งฉ้วน ส.ส.กระบี่ กล่าวว่า ในพื้นที่ต้องถูกลดจำนวน ส.ส.เขต ลง 1 คน เช่นกัน และให้ขึ้นระบบบัญชีรายชื่อแทน เบื้องต้นเคยเสนอ นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.กระบี่ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ถ้านายพิเชษฐ ยอมก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าไม่ยอม คงต้องเลือก ระหว่างตนเองและนายสาคร เกี่ยวข้อง ส่วนหลักเกณฑ์ของการคัดคนให้ขึ้นระบบบัญชีรายชื่อนั้น มองว่าต้องเป็นบุคคลที่เป็น ส.ส.
มาหลายสมัย เป็นที่รู้จักของประชาชน อย่างไรก็ตาม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค เคยพูดไว้ว่า ส.ส.เขตที่ต้องเปลี่ยนไปเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต้องอยู่ในระยะปลอดภัยทุกคน ซึ่งระยะปลอดภัยตอนนี้ น่าจะอยู่ที่ลำดับ 40-50 ส่วนภาคใดจะอยู่ลำดับใด หรือบุคคลใดจะอยู่อันดับใด ขึ้นอยู่ที่คณะกรรมการพิจารณาของพรรค เบื้องต้น คาดว่าจะหารือ ภายหลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผ่านวาระ 3
ส่วนในพื้นที่กทม.อาจต้องแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่
สำหรับในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่คาดการณ์ว่าจำนวนเก้าอี้ ส.ส.จะลดลง จากเดิม 36 ที่นั่ง เหลือ 34 ที่นั่ง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ มีส.ส.อยู่ 30 คน ยังพบปัญหาเรื่องการแบ่งพื้นที่เลือกตั้งใหม่ ซึ่ง ส.ส.กทม.หลายคน คาดการณ์ว่า อาจจะเกิดการทับซ้อนพื้นที่ขึ้นได้ อาทิ พื้นที่ กทม.เขต 2 และเขต 10 อาจทำให้ ส.ส.เขตบางคน ที่มีพื้นที่ทับซ้อน ต้องขึ้นไปอยู่ระบบบัญชีรายชื่อ เบื้องต้นคาดว่าจะเป็น
นายกรณ์ จาติกวณิช เขต 2 และนายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ เขต 10 อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอผลอย่างเป็นทางการ จากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน
ปธ.วุฒิสภาไม่เชื่อเงินซื้อ ส.ว.โหวตรธน.ได้
นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกระแสข่าวที่ออกมาว่ามีการติดต่อล็อบบี้จากบางฝ่ายให้ ส.ว.เลือกตั้ง และส.ว.สรรหาบางส่วน เพื่อโหวตให้ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญผ่านในวาระ 3 ด้วยตัวเลขวงเงิน 6 หลัก ว่า ตนเองไม่เชื่อและเป็นไปไม่ได้ ว่าจะมีใครทุ่มเงิน 6 หรือ 7 หลัก เพื่อที่จะซื้อให้โหวตเห็นด้วย ถึงมีก็ไม่คิดว่า ส.ว.จะทำอย่างนั้น
ส่วนกรณีมีการสอบถามไปยัง ส.ว.บางคน ระบุว่า มีการพูดถึงเรื่องนี้ 6 หลักจริง นายประสพสุข กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าจะมี ส.ว.คนไหนที่คิดทำอย่างนี้แล้วจะได้ประโยชน์ เป็นไปไม่ได้ที่จะทรยศต่ออุดมการณ์ เวลาจะโหวตต้องมาจากความรู้สึกของตัวเอง ทั้งนี้ การโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ คิดว่าเสียงคงไม่ก้ำกึ่ง คงสามารถโหวตผ่านไปได้ด้วยดี



