ข่าว

"พิษณุโลก"เมืองไร้ขยะมีแต่"ทอง"

"พิษณุโลก"เมืองไร้ขยะมีแต่"ทอง"

29 ม.ค. 2554

"ขยะไม่มีจริงในโลก เป็นเพียงทรัพยากรที่ไว้ผิดที่ผิดทาง ถ้าไว้ถูกที่ถูกทางจะเป็นเหมืองแร่ในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก"

 พิษณุโลก-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตะลึง เพียงความคิดที่แตกต่างและกล้าทำ ทำให้เมืองพิษณุโลกทั้งเมืองกลายเป็น เหมืองทอง และสะอาดไร้ของเสีย เมื่อเข้าไปเยี่ยมโรงงานคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิลวงษ์พาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นโรงงานที่ทันสมัยและถูกต้องตามหลักอนามัย ที่สำคัญที่สุดก็คือ สิ่งของที่มีค่า เช่น ทองคำ ทองคำขาว ที่มีค่าแพงกว่าทองคำสองเท่า และแร่ไทเทเนียม ที่โลกต้องการ สามารถค้นพบได้จำนวนมาก ในระหว่างการคัดแยก สิ่งที่เรียกว่า คอมพิวเตอร์ หรือ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ในความหมายของคนทั่วไป

 แต่ ดร.สมไทย วงษ์เจริญ กลับมีความเห็นว่า โลกนี้ ไม่มีขยะ เพียงแต่วัสดุเหล่านี้ถูกวางไว้ผิดที่เท่านั้น สิ่งของที่ถูกทิ้งกลายเป็น "ขยะ" นั้น ที่แท้แล้วคือวัตถุดิบในอุตสาหกรรมที่สำคัญในทุกด้านและมีราคา เป็นที่ต้องการของตลาดในญี่ปุ่น และจีน มากที่สุด

 ปัจจุบัน วงษ์พาณิชย์ มีสาขาอยู่ 700 สาขาทั่วประเทศ ล่าสุดได้ขยายไปต่างประเทศ เช่น ลาว และนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

 ดร.สมไทยให้สัมภาษณ์ "ทีมงานคุณภาพชีวิต" ว่า ได้ตัดสินใจมาทำอาชีพนี้ เพราะเป็นอาชีพที่ทำให้มีความมั่นคงระยะยาว ตลอดชีวิตถึงลูกหลาน ชื่อ วงษ์พาณิชย์ แปลว่า วงศ์ตระกูลที่ประกอบธุรกิจค้าขายเท่านั้น เป็นกิจการที่คุณพ่อ ซึ่งเป็นคนจีนเป็นคนตั้ง นามสกุลวงศ์เจริญ ขายเครื่องเขียน ขายหนังสือพิมพ์ ที่ จ.พิจิตร มาเริ่มที่พิษณุโลก เพราะทำมาหลายสิบอย่างเช่น ขายหนังสือพิมพ์ ขายลอตเตอรี่ ขายหอม กระเทียม แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงเปลี่ยน ที่ จ.พิษณุโลก มีความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน

 งานขยะต้องอยู่บนพื้นฐานความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และประชาชน จังหวัดอื่นไม่มี ทำให้ทำงานลำบาก ที่นี่ทั้งผู้ว่าฯ นายกเทศมนตรี เทศบาล อบต. ให้ความสนใจ จึงเกิดความร่วมมือขึ้น ภาครัฐต้องผลักดันนโยบายให้ประชาชนรู้จักรักษาสิ่งแวดล้อม รู้จักคัดแยกขยะตั้งแต่ที่บ้าน เพื่อช่วยแก้ปัญหาขยะของบ้านเมือง ที่นี่ คือขั้นสุดท้ายหลังจากคัดแยก ถ้าให้ทำคนเดียวก็คงทำไม่ได้ 

 ธุรกิจนี้ เริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2517 ถึงปัจจุบัน 36 ปี เริ่มตั้งแต่ไม่มีความรู้มาก่อน รับซื้อ เอาของไปแลก ไปเก็บ มองขยะเป็นทอง ทำอาชีพมาหลายอย่าง ขายเสื้อผ้า เลือกสี เลือกเบอร์ เหลือตกค้างขายไม่หมด แต่ขยะขายได้หมด ได้เงินสด ไม่มีการวางเช็ค ทัศนคติของคนสมัยก่อนมองว่า ขยะเป็นของที่ทิ้งแล้ว เป็นของเน่าเหม็น มองว่า คือ ทอง เป็นสะพานที่สร้างด้วยทองคำ เดินไปตามถนนรู้สึกว่า ทองคำบาดขา ทุกอย่างที่ทิ้งมามีประโยชน์ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเศษกล่องกระดาษ เศษพลาสติก โฟม เศษอาหาร กิ่งไม้ ใบหญ้า เป็นของที่สร้างประโยชน์ได้ทั้งหมด ขยะไม่มีจริงในโลก เป็นเพียงทรัพยากรที่ไว้ผิดที่ผิดทาง ถ้าไว้ถูกที่ถูกทางจะเป็นเหมืองแร่ในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 ที่พิษณุโลกจัดการขยะได้กว่า 1,400 กว่าชนิด รวบรวมขยะรีไซเคิลวันละ 250 ตัน ขยายสาขาทั่วประเทศ 702 สาขา ลาว 3 สาขา คือ นครหลวงเวียงจันทน์ จำปาสัก และสุวรรณเขต มาเลเซีย 2 สาขา คือ กัวลาลัมเปอร์ และปีนัง สาขาล่าสุดที่วอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา เป็นโรงงานคัดแยกขยะขนาดใหญ่

 แม้แต่กากไขมันในบ่อน้ำเน่า สามารถเป็นเชื้อเพลิงทดแทนที่ให้ความร้อนสูง 11,500 บีทียู กากไขมันแห้งสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า ทำเชื้อเพลิงแห้ง สำหรับโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า ขยะแห้งที่รีไซเคิลไม่ได้เป็นเชื้อเพลิงแห้ง สำหรับโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าที่ให้ค่าความร้อนสูง เศษโฟม ทำเป็นกรอบรูป กล่องซีดี หรือขยะอันตราย เช่น เครื่องแยกหลอดฟลูออเรสเซนต์ มีการรีไซเคิลแยกแก้ว แยกสารฟลูออเรสเซนต์ แยกสารปรอท ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทั้งหมดถูกรีไซเคิลร้อยเปอร์เซ็นต์ แยกในเครื่องอัตโนมัติ ในหนึ่งชั่วโมงแยกได้ 450 หลอด ไม่มีสารตกค้าง

 กากไขมัน จากแกงเขียวหวาน ต้มยำกุ้ง พะแนงหมู เก็บมาจากบ่อดักไขมัน ร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ นำมาตากให้แห้งในอ่างที่มีกรวด หิน ทรายเป็นชั้นๆ เหมือนกับอ่างกรองน้ำในหมู่บ้าน ตากไว้ 2 สัปดาห์ ตั้งชื่อว่า ถ่านหินสีขาว

 ผลการวิจัยเทียบค่าความร้อนของกากไขมัน 11,531 บีทียู เทียบกับค่าความร้อนของถ่านหินลิกไนต์ 11,983 บีทียู แต่ค่าซัลเฟอร์ของถ่านหินลิกไนต์ 9.82 เปอร์เซ็นต์ ค่าซัลเฟอร์ของกากไขมันสีขาว 0.12 เปอร์เซ็นต์

 กากไขมันวงษ์พาณิชย์ ซื้อกิโลกรัมละ 2 บาท ขายกิโลกรัมละ 3.50 บาท ขายให้โรงงานปูนซีเมนต์ โรงงานอุตสาหกรรมที่มีหม้อต้มน้ำเดือดขนาดใหญ่ (boiler)

 แบคทีเรียขยะที่มีค่าและสร้างประโยชน์โตเทียบเท่าจีดีพี มูลค่าขยะอัตราการโตเฉลี่ยปีละ 5 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับค่าจีดีพีปัจจุบัน 7.5 เปอร์เซ็นต์ อีกไม่เกิน 5 ปีข้างหน้าจะแซงค่าจีดีพี

 ได้มีการสอนเรื่องขยะให้แก่ชาวบ้าน ด้วยการให้ความรู้ในหมู่บ้าน สอนให้รู้จักแยกกล่องข้าว โฟม รองเท้า ยาง ฯลฯ นำมาบด ผสม ส่งให้โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าขนาด 200 กิโลวัตต์ ที่ จ.พิจิตร มีกำหนดเปิดในเดือนกุมภาพันธ์ 2554 พลังงานจากขยะผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับชุมชน 300 หลังคาเรือน

ดร.สมไทย วงษ์เจริญ
ประธานกรรมการ
โรงงานคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิลวงษ์พาณิชย์