
"ศ.อ.ค." ลุยปราบ...ตำรวจเครียด!!
ห้ามสาย ห้ามขาด ห้ามลา และห้ามตาย...กฎที่พูดเล่นขำๆ ในวงการตำรวจ แต่ก็มีตำรวจไม่น้อยยึดถือและปฏิบัติจนกลายเป็นเรื่องปกติ ด้วยภาระหน้าที่และความจำเป็น โดยเฉพาะท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองเฉกเช่นทุกวันนี้ ความเครียดอาจเป็นตัวแปรสำคัญก่อให้เกิดอา
ปัญหาความเครียดสะสมที่เกิดกับตำรวจนั้น พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ นายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ วิเคราะห์ว่า ตำรวจนั้นเป็นอาชีพที่งานหนัก ต้องดูแลสารทุกข์สุกดิบของประชาชน พอตำรวจทำงานหนักก็จะเกิดอาการเครียดขึ้นมา ถ้าคนที่จิตใจไม่เข้มแข็ง บางทีเมื่อเขาเครียดก็ไปกินเหล้าให้เมาๆ เพื่อให้ลืมความเครียดไป แต่พอตื่นขึ้นมาก็เครียดอีก ก็กินเหล้าอีก บางคนก็สูบบุหรี่สดชื่นแค่ชั่วคราวแล้วนานๆ ไปก็ติด เมื่อเครียดบ่อยๆ ก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายเพราะจิตใจนั้นสัมพันธ์กับร่างกายแยกกันไม่ออก แต่โรคเครียดนั้นสามารถป้องกันได้
ด้วยปฏิบัติการเชิงรุกตาม "โครงการตำรวจไทย...พลังใจเข้มแข็ง" เพื่อเสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดีแก่ข้าราชการตำรวจทั้งหลาย รวมถึงแนะนำวิธีคลายเครียดอย่างถูกวิธีจาก "หน่วยปราบปรามความเครียด หรือ ป.ป.ค." โดยทีมจิตแพทย์ นักจิตวิทยา พยาบาลจิตเวช และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานจิตเวช จากกลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติดโรงพยาบาลตำรวจ มาคอยตรวจจับความเครียด พร้อมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับความเครียด การตรวจสุขภาพจิตตำรวจ คัดกรองความผิดปกติทางจิต โรคซึมเศร้า ติดสุรา ติดบุหรี่ และหากพบว่าตำรวจนายใดเริ่มมีความเครียดเข้ามาก่อกวนแล้ว ก็ต้องมีการบำบัดฟื้นฟู ที่ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ความเครียดฉุกเฉิน หรือ "ศ.อ.ค." ด้วยการส่งหน่วยเคลื่อนที่ลงไปนำร่องที่สถานีตำรวจนครบาลทุกแห่ง
"ตำรวจก็เป็นประชาชนคนหนึ่งที่สามารถเครียดได้เหมือนประชาชนทั่วไป นโยบายของท่านนายแพทย์ใหญ่ เน้นการทำงานเชิงรุกมากขึ้นและดูแลตำรวจให้มากกว่าการตั้งรับอยู่ที่โรงพยาบาล จึงคิดว่าน่าจะออกไปสู่ชุมชนมากขึ้น" พ.ต.ต.หญิง อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล จิตแพทย์หัวหน้าโครงการ เผยถึงความตั้งใจ
เป้าหมายแรกที่หน่วย ป.ป.ค.จะลุยปราบปรามความเครียด คือ กองบังคับการตำรวจจราจร และสถานีตำรวจที่อยู่ใกล้เคียงกับโรงพยาบาลตำรวจ ส่วนรูปแบบของการปฏิบัติงาน จะจัดเตรียมกิจกรรม ให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพจิตและความเครียด การควบคุมและจัดการกับความเครียด ตลอดจนการกรอกแบบสอบถามเรื่องโรคซึมเศร้า ดัชนีชี้วัดความสุข ตลอดจนปัญหาการติดบุหรี่ และสุรา
"เราจะมีแบบสอบถามและการประเมินส่งกลับไปให้ การประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้น จะช่วยคัดกรองได้ระดับหนึ่งว่าสุขภาพจิตมีความผิดปกติหรือไม่ หากพบว่าตำรวจนายใดมีปัญหาสุขภาพจิต ข้อมูลจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ มีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้" พ.ต.ต.หญิง อัญชุลี ระบุ
จากการสอบถามตำรวจที่มาร่วมโครงการนี้ ต่างยอมรับว่าเคยมีความเครียดจากการทำงานด้วยกันทั้งนั้น ด.ต.สุชาติ สายประดิษฐ์ งานสายตรวจ 2 กก.1 บก.จร. (ใต้ทางด่วนพระราม 4) ยอมรับว่า เป็นตำรวจจราจรมา 34 ปีแล้ว ต้องตื่นแต่เช้าและกว่าจะกลับบ้านก็ค่ำมืด แล้วกลางวันก็ต้องเจอกับสภาพการจราจรในแต่ละวันที่ค่อนข้างติดขัด หรือเวลาเกิดเหตุอะไรตำรวจจราจรต้องเข้าไปในพื้นที่ก่อน อย่างการปิดถนนต่างๆ ย่อมทำให้สะสมความเครียดเข้าได้
"โครงการแบบนี้ก็ดีนะ เพราะถ้าตำรวจไม่เครียด เวลาทำงานก็อารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ไปปะทะกับประชาชนจากความเครียดของเรา หรือบางคนพอเครียดก็ไปลงกับเหล้า บุหรี่ ทำให้เกิดปัญหาตามมาอีก" ด.ต.สุชาติ บอกด้วยรอยยิ้ม



