ข่าว

มหกรรมคืนชีวิตให้แผ่นดิน
วิถีบ้านบ้าน ผ่านวิกฤติได้จริง(2)

มหกรรมคืนชีวิตให้แผ่นดิน วิถีบ้านบ้าน ผ่านวิกฤติได้จริง(2)

29 ม.ค. 2554

ฉบับที่แล้วเล่าเรื่องงานมหกรรมคืนชีวิตให้แผ่นดิน ถึงการนำวิถีบ้านบ้านมาแสดงให้เห็นจริงว่าวิถีดั้งเดิมของเรานี่แหละที่เป็นทางรอด ผ่านวิกฤติได้จริง โดยยกเอาวิถีของภาคเหนือกับการต้านวิกฤติหมอกควัน วิถีอีสานกับการต้านภัยแล้งมาให้เห็นภาพบ้างแล้ว ฉบับนี้อาจารย

  เมื่อเราเอาวิกฤติการณ์ขึ้นตั้ง ก็จะทำให้เราเห็นว่า ที่รอดได้นั้น เพราะเราทำจริง ทำแบบที่เหมาะกับเรา คุ้นเคยกับเรา เช่นภาคใต้ ต้องประสบกับวิกฤติน้ำท่วม แต่พวกเขาก็ได้คิดแนวทางผ่านวิกฤติ ด้วยการฝึกฝนตัวเองให้คุ้นเคยและเอาตัวรอดได้ งานนี้จึงจะมีการจัด Survival Camp หรือแคมป์ฝ่าวิกฤติขึ้นที่มาบเอื้อง พร้อมกันนั้นก็ปักธงตั้งมั่นว่า ในปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา ชาวธนาคารต้นไม้จะตั้งธนาคารต้นไม้ให้ได้ 984 สาขา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เพราะเชื่อมั่นว่าธนาคารต้นไม้เหล่านี้นี่แหละที่จะเป็นเครื่องมือเดียว ที่จะพาเราผ่านวิกฤติได้ และคืนกลับความมั่งคั่งให้เรา เหมือนที่เราเคยมีมาก่อนหน้านี้

 ส่วนภาคกลางนั้น คงไม่มีอะไรวิกฤติเท่า “วิกฤติหนี้สิน” เป็นวิกฤติประจำวันที่ไม่มีฤดูกาล รอแต่เวลาที่วิกฤติตามฤดูจะเข้ามาโถมซ้ำเท่านั้นเอง คนภาคกลางมีชีวิตกับหนี้หมุนเวียนที่ซ้ำซาก จำเจ และกัดกร่อนชีวิตเสียยิ่งกว่าน้ำท่วม หรือภัยแล้ง พวกเราชาวกสิกรรมธรรมชาติ นำโดยผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์ ก็จะมานำเสนอโมเดลใหม่เอี่ยม ที่ลงทุนเป็นหนี้อีกหน เพื่อสอนตั้งแต่นับหนึ่งไปจนสำเร็จให้พวกเราที่ทนทุกข์อยู่กับหนี้ ว่าแม้จะมีหนี้ถึงล้านก็ตาม มีที่แค่ 5 ไร่ ทำตามแบบศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสองสลึงรับประกัน 5 ปีใช้หนี้หมด

  ส่วนคนที่ไม่มีหนี้ก็จะมีโมเดลอื่นๆ ที่เอามานำเสนอ โดยเน้นไปที่การพึ่งตัวเองให้ได้ในรูปแบบชีวิตที่แตกต่างกัน  นอกจากนั้นยังขยายผลไปยังภาคปศุสัตว์ การทำโรงงานสีเขียว 4 in 1 ตามแบบสวนธงไชย-ไร่ทักสม ที่ลดต้นทุนได้กว่า 85% ส่วนภาคอุตสาหกรรมก็จะมีโมเดลอุตสาหกรรมพอเพียง ที่แม้เพิ่งเริ่มก็พอจะมองเห็นภาพให้จำลองแล้วเดินตามได้ นอกนั้นยังมีการทำรายได้แบบยั่งยืนด้วยการท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้รากเหง้าตนเอง ซึ่งนอกจากจะเป็นธุรกิจแล้ว ยังเป็นการทำเพื่อฟื้นฟูชาติภูมิ สยามประเทศ

 ทั้งหมดนี้พอจะมองเห็นภาพรวมของงานได้ว่า งานคืนชีวิตให้แผ่นดินปีนี้ เป็นเรื่องของ “รูปธรรมแห่งความสำเร็จ” ล้วนๆ เพราะเราตั้งใจว่าเรา จะ “เอาดีออกอวด” พร้อมชักชวนเครือข่ายเพื่อนฝูงพวกเรา ที่มีเจตนารมณ์ไปในทางเดียวกัน คือ เอาบ้าน เอาเมืองให้รอด ด้วยการน้อมนำพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวสู่การปฏิบัติ น้อมนำทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติจริง เพื่อให้เกิดผล ด้วยจิตแห่งความเมตตาและพร้อมที่จะเผื่อแผ่แบ่งปัน

 ส่วนสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง ปีนี้ก็จะได้นำผลที่เป็นรูปธรรมแห่งความสำเร็จ ทั้งด้านของการตั้งกองบุญต้นกล้าพอเพียง กองบุญลุ่มน้ำและทะเลไทย กองบุญศาสตร์พระราชามานำเสนอผลงาน ซึ่งก็จะมีการถอดเส้นทางเดินของเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติเพื่อเป็นต้นแบบให้ง่ายต่อการปฏิบัติตาม พร้อมเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ ซึ่งตรงนี้อาจารย์ยักษ์เน้นย้ำว่าสำคัญยิ่ง เพราะหนึ่งในแนวทางฟื้นฟูชาติ 9 ขั้นตอนจากบทพระราชนิพนธ์พระมหาชนก

 อาจารย์ยักษ์ เลยขอถือโอกาสประกาศเชิญชวนคนเข้าร่วมงาน ทั้งผู้ที่อยากสนับสนุนงาน อยากเข้าร่วมเอาดีออกอวด เชิญสื่อมวลชนที่ต้องการร่วมขบวนบุญ ทำชีวาณูสงเคราะห์ เชิญผู้คนที่สนใจเข้าร่วมเรียนรู้มางานร่วมกัน หรือหากจะต้องการเอาดีมาร่วมออกอวด ก็โทรมาสอบถามรายละเอียดได้ที่มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ สัมมากร โทร.0-2729-8239 ซึ่งอาจารย์ยักษ์มองว่า ...แม้เวลาจะดูเหมือนสายไปแล้ว แต่ถ้าร่วมมือกันตั้งแต่วันนี้ก็เชื่อมั่นว่าจะพาคนรอดจากวิกฤติได้จริงเหมือนที่พวกเรา ผ่านวิกฤติมาแล้วด้วยวิถีบ้านบ้าน

"อ.ยักษ์ มหา'ลัยคอกหมู"