ข่าว

ไชยวัฒน์ออกคุกร่วมม็อบท้ามาร์คดีเบต

ไชยวัฒน์ออกคุกร่วมม็อบท้ามาร์คดีเบต

27 ม.ค. 2554

"ไชยวัฒน์" ออกจากคุก ร่วมชุมนุมทันที พร้อมท้านายกออกทีวีดีเบต กรณีข้อพิพาทพื้นที่ชายแดน

 เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 27 มกราคม ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นายไชยวัฒน์ สินธุวงศ์ และ นายสมบูรณ์ ทองบุราณ เครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำ หลังมีคำสั่งศาลให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยมีพล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย กลุ่มประชาชน เครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติมากว่า 50 คน พร้อมรถขยายเสียง มารอรับ และแสดงความยินดีกับทั้งสองคน

 นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า ขอบคุณพี่น้องเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทุกคนที่มาเยี่ยมตลอดเวลาที่ถูกคุมขังในเรือนจำ การที่ได้เข้ามาอยู่เรือนจำครั้งนี้ นานกว่าครั้งที่แล้ว จึงได้ประสบการณ์ไม่น้อย ในเรื่องของแนวคิดเชิงบริหารจัดการ ด้านระบบงานยุติธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ต้องขังในระบบฝากขัง ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ และกลุ่มผู้ต้องขังที่ลักษณะคล้ายตน คือถูกตำรวจขออำนาจศาลฝากขังตามกฎหมาย ที่ระบุโดยไม่ดูพฤติการณ์ของผู้ต้องหา เช่น ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ไม่ข่มขู่พยาน เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ควรจะขออำนาจฝากขัง อีกเรื่องคือ ผู้ต้องขังต่างด้าวชาวกัมพูชา หลบหนีเข้าเมืองมาขายแรงงานในประเทศไทย ซึ่งแต่ละวันจะถูกนำตัวไปฝากขังและจากนั้นส่งมาเรือนจำ ตอนนี้กลุ่มผู้ต้องขังดังกล่าว หนาแน่นมากในเรือนจำ

 นายไชยวัฒน์ กล่าวอีกว่า ช่วงที่อยู่ในเรือนจำตนได้พบกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายนิสิต สินธุไพร และนพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. ตนได้ลงนวมซ้อมมวยกับนายณัฐวุฒิ เกือบทุกวัน ร่างกายนายณัฐวุฒิตอนนี้ไม่มีพุงแล้ว แต่น่าเสียดายต้องออกมาก่อนจึงยังไม่ได้ขึ้นชกกัน

 ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวทางการต่อสู้ของเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติจะยกระดับหรือไม่ นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวต้องประชุมหารือกับคณะกรรมการอีกครั้ง ตอนนี้เป้าหมายยังไม่บรรลุ ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะยกระดับหรือยืดเยื้อหรือไม่ การชุมนมครั้งนี้เป็นการชุมนุมที่มีมิติจิตวิญาณ และต้องนำไปสู่การอภิวัฒน์ ที่หมายถึงยิ่งใหญ่กว่าปฏิวัติ ทำทั้งระบบไม่ใช่แค่การเมือง

 นายไชยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นเรื่องพื้นที่ชายแดน ตนอยากท้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกรายการรายดีเบตตัวต่อตัวไม่ต้องมีหน่วยสนับสนุน ขนาดอยู่ ในคุกได้ดูรายการทีวีที่นายกรัฐมนตรี อกกมาชี้แจง ผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำบอกทันทีว่านายกรัฐมนตรีโกหก

 อย่างไรก็ตาม เป้าหมายที่สำคัญของเครือข่ายต้องการให้บุคคลที่ถูกคุมขังในเรือนจำคุกกัมพูชา ต้องกลับบ้านอย่างมีศักดิ์ศรี เกียรติภูมิ ไม่ต้องพึ่งบารมีใคร เพราะคนที่กลับมาก่อน บางคนไม่ค่อยมีศักดิ์ศรีเท่าไหร่ เป็นถึงส.ส.แต่ออกจากคุกเป็นคนแรก ปล่อยให้ผู้หญิงและประชาชนคนธรรมดาต้องติดคุกต่อ ไม่อายบ้างหรืออย่างไร

 "ผมไม่เข้าใจ จะเป็นอะไรมากมาย กลับมาประเทศไทยต้องรีบไปโรงพยาบาล ตรวจเช็คร่างกาย และยังต้องออกข่าวว่าติดเชื้อโรค สำหรับผมไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาลเพราะผมจะไปร่วมชุมนุมกับพี่น้องโดยทันที ไม่เห็นจะน่ากลัวเลย" นายไชยวัฒน์

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้นนายไชยวัฒน์ ได้ขึ้นรถเดินทางไปร่วมชุมนุมกับเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติทันที

"พันธมิตร"จวกกลับ"กษิต"ไร้วุฒิภาวะ

 เมื่อเวลา 18.00 น.ที่บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรฯ และนายประพันธ์ คูณมี โฆษกการชุมนุมรวมพลังปกป้องแผ่นดิน ได้ร่วมแถลงข่าวตอบโต้กรณีนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออกมาระบุว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ไร้วุฒิภาวะ และไม่สามารถปฏิบัติตามข้อเรียกร้องนั้น

  นายปานเทพ กล่าวว่า การปราศรัยของพันธมิตรฯ ก็ทำเช่นนี้ตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งในครั้งนั้น นายกษิตก็ได้ขึ้นเวทีและเป็นคนเดียวที่กล่าวถึงนายฮุนเซ็นว่าเป็นกุ๊ย หากจะบอกว่าการชุมนุมครั้งนี้ไร้วุฒิภาวะการกล่าวของนายกษิตในช่วงนั้นก็ไร้วุฒิภาวะเช่นกัน และที่นายกษิตกล่าวหาว่าพันธมิตรฯ เป็นทารก ก็ขอยืนยันว่า ข้อเรียกร้องของพันธมิตรฯ นั้นสามารถทำได้จริงในทั้ง 3 เรื่อง รวมไปถึงการใช้แสนยานุภาพทางการทหารเพื่อนำไปสู่โต๊ะเจรจา และออกเอ็มโอยูฉบับใหม่ ซึ่งจะไม่ทำให้เสียเปรียบ

 "นายกษิตไม่ได้พูดถึงเรื่องอธิปไตยของประเทศ แต่กลับไปห่วงแทนรัฐมนตรีพาณิชย์ รัฐมนตรีแรงงาน แต่กลับไม่พูดถึงคนไทยที่ถูกละเมิดรุกล้ำที่ดินทำกิน นายกษิตไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นทางพันธมิตรฯ จะรวบรวมข้อมูลเอกสารหลักฐานเพื่อยื่นฟ้องนายกษิตฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ต่อทั้ง ปปช.และศาลต่อไป" นายปานเทพกล่าว

 นายประพันธ์ กล่าวว่า คาดไม่ถึงว่านายกษิตจะออกมาในลักษณะเช่นนี้ เพราะทัศนคติอย่างนี้น่าเป็นห่วงต่อการปกป้องอธิปไตย เนื่องจากมีทัศนคติที่จำยอมต่อการทำหน้าที่ ในอดีตเราไม่เคยเชิญนายกษิตมาขึ้นเวที แต่นายกษิตก็มาขอขึ้นเอง และทำให้เรารู้ตัวว่าท้ายที่สุดก็ไม่ต่างจากคนอื่นที่ขึ้นเวทีแล้วได้ประโยชน์ เช่น นายนิติภูมิ นวรัตน์ นายกษิตเองก็ไม่ต่างจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่อยู่ภายใต้การกำกับของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ โดยก่อนหน้านี้ทั้งตนและนายกษิตก็เคยทำงานกับนายสุเทพ แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล นายสุเทพได้บอกว่า ให้ถอยห่างจากพันธมิตรฯ ซึ่งในวันนี้พิสูจน์แล้วว่า นายกษิตได้ทำตามนายสุเทพ

 สำหรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ นายปานเทพ กล่าวว่า จะมีการประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน แต่ขณะนี้ทราบว่ามีบางกลุ่มได้เริ่มเคลื่อนไหวบ้างแล้ว เช่น บางกลุ่มจะไปที่ จ.สระแก้ว แต่ขอยืนยันว่ากลุ่มที่ไปนั้น ไม่ใช่กลุ่มของพันธมิตรฯ

 เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ามีการยกระดับการชุมนุมขั้นสูงสุดเป็นไปได้หรือไม่ที่จะบุกเข้าทำเนียบรัฐบาล เหมือนครั้งที่ผ่านมา นายปานเทพ กล่าวว่า การตัดสินใจทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับมติของแกนนำซึ่งอะไรก็เกิดขึ้นได้