ข่าว

ราคาอาหารสัตว์ปี54จ่อขยับ5-10%เอกชนเล็งขอลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบ-เพิ่มโควตานำเข้า

ราคาอาหารสัตว์ปี54จ่อขยับ5-10%เอกชนเล็งขอลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบ-เพิ่มโควตานำเข้า

28 ม.ค. 2554

เอกชนคาดราคาอาหารสัตว์ปี 2554 มีทิศทางปรับตัวสูงขึ้น 5-10% ตามต้นทุนวัตถุดิบที่ขยับขึ้นตามตลาดโลก ขณะที่คาดเห็นราคาน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สภาหอฯ ยื่นหนังสือกระทรวงเกษตรฯ ลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ 2-10% ทั้งเพิ่มโควตานำเข้า

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ประธานคณะกรรมการธุรกิจเกษตรและอาหาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงแนวโน้มราคาอาหารสัตว์ในปี 2554 ว่า ต้นทุนวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์โดยรวมมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นระหว่าง 15-45% โดยขณะนี้ราคาข้าวโพดขยับขึ้นไปที่ 8-9 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมเคยอยู่ที่ 6-7 บาทต่อกิโลกรัม ราคามันสำปะหลังกิโลกรัมละ 3.50 บาท ถั่วเหลืองกิโลกรัมละ 15 บาท และกากถั่วเหลืองกิโลกรัมละ 16-17 บาท ส่งผลต่อราคาอาหารสัตว์ให้ปรับขึ้นตามไปด้วย โดยคาดว่าจะปรับขึ้นไปอีกประมาณ 5-10%

 "การปรับขึ้นราคาอาหารสัตว์ยังไม่เกิดขึ้นในขณะนี้ แต่อาจจะได้เห็นในช่วงปลายปี 2554 โดยยังมีปัจจัยในเรื่องราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ซึ่งมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอีก ตลอดจนปัญหาเรื่องภัยธรรมชาติ หากต้นทุนต่างๆ เหล่านี้สูงขึ้นทางผู้ผลิตอาหารสัตว์อาจต้องขอปรับเพดานราคาอาหารสัตว์ โดยจะยื่นหนังสือเพื่อขอปรับราคาไปยังกระทรวงพาณิชย์ต่อไป"

 นายพรศิลกล่าวว่า ปัจจุบันนี้ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ โดยเฉพาะกลุ่มแป้ง เช่น ข้าวโพด กากถั่วเหลือง และมันสำปะหลัง ที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ถึง 60% มีแนวโน้มปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจัยหลักสำคัญน่าจะมาจากราคาพลังงานเป็นหลัก โดยเฉพาะน้ำมันดิบ ที่คาดว่าในปี 2554 นี้ ราคาในตลาดโลกจะปรับตัวสูงขึ้นถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

 เมื่อราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น การหันมาใช้พืชไปผลิตเป็นพลังงานทดแทนก็จะเพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะข้าวโพด นอกนั้นก็ยังมองว่าอาจจะเกิดการแย่งวัตถุดิบกัน รวมทั้งผลจากภัยธรรมชาติจากภาวะโลกร้อนที่ทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรลดลง ที่อาจจะส่งผลให้แนวโน้มต้นทุนสูงขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ส่งผลให้ราคาสินค้าสำหรับการบริโภคมีการปรับขึ้นราคาตามไป เนื่องจากยังมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

 อย่างไรก็ตาม ต่อจากนี้ไปผู้เลี้ยงเองคงจะต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้น อีกทั้งภาครัฐก็จะต้องมีมาตรการรองรับสำหรับแก้ไขปัญหาในการควบคุมราคาต้นทุน

 นายพรศิลป์กล่าวอีกว่า ได้เสนอเรื่องให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาลดต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์แล้ว โดยขอลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์จำนวน 21 รายการ ซึ่งอัตราภาษีนำเข้าตั้งแต่ 2-10% คาดว่ารัฐบาลน่าจะช่วยลดภาระต้นทุนส่วนนี้ได้ และอีกข้อเสนอคือ ขอให้พิจารณาการเพิ่มโควตานำเข้า หรือยกเลิกการกำหนดโควตานำเข้าสินค้าเกษตรจำนวน 23 รายการ ภายใต้ข้อตกลงองค์การการค้าโลก