
พนิชเผยคุกเขมรสุดทรมาน-ยันสภาพจิตใจดี
พท.เสนอให้รัฐบาลไทย-เขมร เร่งแก้ปัญหาระดับผู้นำ ให้มีแนวทางชัดเจนในการแก้ไขปัญหาปราสาทพระวิหาร แนะเปลี่ยนรมต.องอาจไปเจรจาแทนกษิตค้าน กต.ออกสมุดปกขาว
(27ม.ค.) นายพนิช วิกิตต์เศรษฐ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์รายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ว่าหลังกลับจากประเทศกัมพูชา ร่างกายตอนนี้ก็ 80% แล้วที่หายดี เหลืออีก20%รอผลเลือดจากแพทย์ ส่วนที่ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะบานปลายหรือไม่นั้น ถ้าจะบานปลาย ก็ขอให้บานปลายแล้วนำไปสู่จุดเริ่มต้นในการแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ดีกว่า โดยส่วนตัวแล้วยังเชื่อว่าพื้นที่ที่เราเดิน เป็นพื้นที่แผ่นดินไทย ถ้าใครเป็นเห็นเสา ก็คือว่ารั่วบ้านทั่วไป ตอนนั้นคิดและเชื่อยังอยู่ในผืนแผ่นดินไทย ก็ไม่จำเป็นต้องไปประสานใคร ในใจคิดแบบนั้น ยืนยันไม่เคยเรียกว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อน ยังเชื่อว่าเป็นผืนแผ่นดินไทย เพียงแต่ยังไม่มีข้อยุติ
ส.ส.พนิช ยังกล่าวอีกว่า กับนายวีระ ไม่เคยเจอกันมาก่อน มาเจอก็วันที่โดนจับ ที่ไปด้วยกัน และไม่รู้ว่าก่อนว่านายวีระก็เคยถูกจับมาก่อนหน้านี้แล้ว ทราบแค่ว่านายวีระรู้เรื่องพรมแดน ที่รู้จริง คุณแซมดินก็เป็นผู้ใหญ่ที่ผมเคารพ ก็บอกคุณวีระรู้เรื่องนี้ดี
นายพนิช กล่าวว่า ไม่คิดว่าการถูกจับครั้งนี้จะเป็นเรื่องใหญ่ ผมเชื่อ ส.ส.ที่ดีควรเห็นปัญหาด้วยตนเอง ถ้าดูจากกระดาษก็จะไม่เห็นปัญหาแท้จริง คงเป็นสส.คนแรกมั้งครับที่ติดคุกต่างประเทศ โดยในช่วงแรกที่โดยจับตัว ใช้เวลาให้การกับตม.พนมเปญนานถึง 6 ชั่วโมง และก็เป็นคนแรกที่คิดว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่ขึ้นศาลแล้ว คิดว่าคงต้องรออีกสักพักแน่ คงไม่ใช่วันสองวันแน่ ไม่เล็กน้อยแน่นอน
ส่วนที่ว่ามีการโทรศัพท์ไปหานายกฯฮุนเซนนั้น ยืนยันได้ว่าไม่จริง เพราะใช้โทรศัพท์ในเรือนจำไม่ได้ ถ้าใช้ถือว่าเป็นคดีใหญ่แน่ๆ และ เบอร์ของนายกฯฮุนเซน คงไม่มีใครมีได้ง่ายๆ ส่วนเรื่องแมลงสาป ตอนแรกเจอกัดที่หัวข้างหน้าเป็นสะเก็ดแผล ระหว่างในคุกตอนสวดมนต์ ซึ่งตอนนั้นก็อยู่ในห้องที่เล็กมาก ขนาด 1.5 x 4 เมตร กับนายวีระ หน้าแทบจะชนกัน หลังจากนั้นวันสองวัน แมลงสาปก็กัดเท้า แล้วก็บวม ก็ไม่รู้ว่าจะเปรียบเทียบกับอะไรเพราะไม่เคยติดคุกมาก่อน ขณะที่ช่วงเช้ายุงก็จะเยอะ ส่วนตอนกลางวันก็ต้องรีบกินข้าว เพราะมีการเผาขยะแล้วแมลงวันจะเยอะมาก เวลาเข้าห้องน้ำก็เจอพยาธิไส้เดือนเยอะแยะ ทำได้ดีที่สุดก็คือราดน้ำทิ้ง
ส.ส.พนิช กล่าวทิ้งท้ายว่า "ตอนอยู่ในเรือนจำยอมรับว่าสภาพกายก็ทุกข์ทรมาน แต่สภาพใจค่อยข้างดี เพราะเราคิดว่าเราทำสิ่งที่บริสุทธิ์ใจ ถ้าใจเข้มแข็งเราก็ปรับตัวได้"
พท.แนะ ผู้นำไทย-เขมร ต้องชัดเจนแก้ปัญหาพระวิหาร
นายต่อพงษ์ ไชยสาสน์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงปัญหาความสัมพันธ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่ยังมีอยู่นั้นว่า เท่าที่พรรคเพื่อไทยได้พูดคุยวิเคราะห์สถานการณ์แล้ว พรรคเพื่อไทยอยากให้รัฐบาลทั้งสองประเทศได้พูดคุยกันอย่างเป็นทางการระดับผู้นำ เพื่อให้เกิดแนวทางที่ชัดเจนในการเจรจาแก้ไขปัญหากรณีพระวิหารและอีกหลายเรื่อง ต่างควรรีบส่งตัวแทนพบปะเจรจาอาจเป็นแบบทวีภาคี พร้อมไม่เห็นด้วยที่กระทรวงการต่างประเทศจะออกสมุดปกขาวจะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์สองประเทศแย่ลงไป ควรคำนึงถึงความละเอียดอ่อนในการดำเนินการมากกว่านี้เพราะสถานการณ์ไปไกลเกินกว่าจะมาคิดออกสมุดปกขาว
“ถึงวันนี้ต้องยอมรับว่า ตลอด 2 ปีที่รัฐบาลบริหารประเทศมา เห็นได้ชัดว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ ไทยกับกัมพูชา ไม่ดีขึ้นและไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นเกิดขึ้น โดยนายกรัฐมนตรี จะต้องให้ใจและมีใจในการพูดคุยเจรจากับผู้นำของกัมพูชามากกว่านี้ เชื่อว่าปัญหาจะไม่เกิดการเผชิญหน้าขึ้นอย่างในขณะนี้ จนมีกลุ่มคนออกมากดดัน อีกทั้งนายกรัฐมนตรี ควรเปลี่ยนบุคคลในรัฐบาลในการเข้าไปเจรจาโดยเห็นได้ชัดหลังจากนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าไปพบหารือกับ สมเด็จ ฮุนเซ็น กลับมามีการแลกเปลี่ยน และความสัมพันธ์ดีขึ้นจนถึงวันนี้เชื่อว่านายกรัฐมนตรียังไม่สายที่จะแก้ไขปัญหา”นายต่อพงษ์กล่าว
ส่วนกรณีที่กัมพูชามีการปักธงชาติกัมพูชาบริเวณวัดแก้วสิกขาคีรีสวาราซึ่งเป็นพื้นที่ ที่เป็นข้อพิพาทระหว่างสองประเทศในปัญหาพื้นที่ทับซ้อน4.6 ตร.กม.นั้น นายต่อพงษ์ ตอบว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยเพราะเป็นพื้นที่ข้อพิพาท แต่หากเป็นพื้นที่ที่บนพระวิหาร ก็ทำได้ เพราะเป็นพื้นที่ของกัมพูชา



