ข่าว

เชื่อหรือไม่เวียนให้จับรับหมวกกันน็อก

เชื่อหรือไม่เวียนให้จับรับหมวกกันน็อก

28 ม.ค. 2554

เชื่อหรือไม่? ชาวเมืองนครปฐมขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย ตั้งใจให้ตำรวจจับ เพราะเลือกได้ว่าจะเสียค่าปรับ หรือแค่ควัก 100 บาทรับหมวกนิรภัยที่สวยโดนใจ !!

หลังจากตำรวจเมืองนครปฐมผุดไอเดียเจ๋ง จัดโครงการ “จับ ปรับ แจก” โดย พล.ต.ต.พศิน นกสกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ร่วมกับ พ.ต.อ.วัฒนา พิมพ์อัฐ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม และ พ.ต.ท.พงศกร อุปพงษ์ รองผู้กำกับฯ รณรงค์การสวมหมวกนิรภัยเพื่อความปลอดภัยในพื้นที่เทศบาลนครนครปฐม โดยมุ่งเป้าให้ประชาชนทุกคนสวมใส่หมวกนิรภัย หรือหมวกกันน็อก ทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ออกตั้งด่านตรวจจับผู้ไม่สวมหมวกนิรภัยที่ใช้รถจักรยานยนต์บนถนน แล้วให้ผู้ถูกจับตัดสินใจเลือกเอาว่า จะยอมเสียค่าปรับในการกระทำความผิดกฎหมายจราจรในข้อหาไม่สวมหมวกนิรภัย ซึ่งมีอัตราโทษปรับตั้งแต่ 200-500 บาท หรือจะตัดสินใจที่จะไม่ต้องถูกปรับโดยซื้อหมวกนิรภัย ที่ทางโรงพักจัดไว้ให้มาสวมใส่ในราคา 100 บาท

 แน่นอนว่าทุกคนที่กระทำความผิดย่อมไม่อยากถูกปรับ และยังประหยัดเงินได้หมวกนิรภัยใบเก๋ไปสวมใส่ในราคาถูกอีก 1 ใบ !!

 เพียงแค่วันแรกในการรณรงค์สวมหมวกนิรภัยหรือหมวกกันน็อกในโครงการ “จับ ปรับ แจก” บริเวณสามแยกหน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ปรากฏว่า ผู้ที่ถูกจับกุมในข้อหาไม่สวมหมวกนิรภัย มีความพอใจกับการซื้อหมวกนิรภัยที่ทางสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐมตั้งโต๊ะจำหน่ายไปสวมใส่ เหตุเพราะหมวกนิรภัยที่ซื้อไปเป็นหมวกที่มีคุณภาพดี มีความแข็งแรง ทนทาน สวยงาม มีลวดลายที่เข้ากับตัวรถจักรยานยนต์หลายๆ รุ่น และมีให้เลือกทุกสีตามความชอบใจ และที่สำคัญราคาถูกที่สุดเพียง 100 บาท อีกทั้งด้านหลังของหมวกยังตีตราโล่ตำรวจของสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐมดูเท่ไปอีกแบบ ยิ่งทำให้หมวกนิรภัยขายดีเกินคาด

 แทนที่ชาวบ้านจะกลัวถูกตำรวจจราจรจับ แต่กลับหมุนเวียนกันขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกกันน็อกออกมาให้ตำรวจจับ เพราะอยากได้หมวกกันน็อกเพิ่มอีกใบ แถมบางรายหัวใสพาญาติพี่น้องตลอดจนเพื่อนข้างบ้านขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกกันน็อกตามกันมาเป็นพรวนที่จุดตรวจจับ ขณะที่บางรายมาติดต่อขอซื้อเป็นสิบใบ เอาไปแจกให้ลูกหลานได้ใส่กัน เพียงแป๊บเดียวหมวกกันน็อก 500 ใบหมดเกลี้ยง ทำให้สถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม ต้องสั่งทำหมวกนิรภัยเพิ่มใหม่แทบไม่ทัน สร้างความมึนงงให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ดูเหมือนว่าคนนครปฐมตอนนี้ให้ความสนใจอยากใส่หมวกกันน็อกกันทั้งเมือง

 พล.ต.ต.พศิน บอกว่า โครงการ จับ ปรับ แจก ที่จัดขึ้นมาก็เพื่อแก้ปัญหาการไม่สวมหมวกนิรภัยของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เพราะจากสถิติที่ผ่านมา อัตราการเสียชีวิตและการสูญเสียทรัพย์สินจากอุบัติเหตุจราจร อันเนื่องมาจากการใช้รถใช้ถนนมีอัตราเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ในเขต อ.เมืองนครปฐม มีโรงเรียน สถานศึกษา และสถานที่ราชการต่างๆ อยู่เป็นจำนวนมาก บรรดานักเรียน นักศึกษา ประชาชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ มักจะใช้จักรยานยนต์ในการเดินทาง เพราะที่มีความคล่องตัว สะดวก รวดเร็ว ขณะเดียวกันก็เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันมีความฝืดเคืองทางด้านการเงิน ประชาชนจึงไม่ค่อยมีการจับจ่ายใช้สอยเนื่องจากต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย จึงไม่ต้องการที่จะเสียเงินซื้อหมวกนิรภัยเพิ่มเติมในราคาแพงให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

 "อยากให้ประชาชนทุกคนที่ใช้จักรยานยนต์เป็นพาหนะในการเดินทางมีหมวกกันน็อกสวมใส่เพื่อความปลอดภัยและไม่ต้องถูกจับปรับอีก จึงทำโครงการ “จับ ปรับ แจก" โดยมีสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม ดูแลเรื่องการสั่งทำหมวกกันน็อกจากโรงงานที่ได้มาตรฐานและนำมาจำหน่ายให้ประชาชนแทนการเสียค่าปรับในราคาต้นทุน ก็หวังว่าชาวนครปฐมจะได้ขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัยและสวมหมวกนิรภัยทุกคน 100 เปอร์เซ็นต์" พล.ต.ต.พศิน กล่าว

 พ.ต.อ.วัฒนา เสริมว่า ทางโรงพักเมืองนครปฐมมีความห่วงใยประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนทุกคน อยากให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมักมีความสูญเสียถึงชีวิตถ้าไม่มีการสวมหมวกนิรภัย และเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมาย และตำรวจเองก็มิได้มุ่งหมายที่จะทำการเปรียบเทียบปรับผู้ที่ถูกจับกุม หากแต่ว่ามีความเป็นห่วงผู้ที่ถูกจับซึ่งหากมีหมวกนิรภัยสวมใส่ก็จะได้รับความปลอดภัยจากกรณีเกิดอุบัติเหตุ

 "เพื่อลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อหมวกนิรภัยที่มีราคาแพง ทำให้ประชาชนปฏิบัติตนถูกต้องตามกฎหมาย ทางโรงพักหวังว่าตลอดโครงการ 6 เดือนนี้ จะเห็นประชาชนทุกคนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์บนท้องถนนสวมหมวกนิรภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้นั่งซ้อนท้ายทุกคน เพื่อลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุ ที่สำคัญ ประชาชนได้ปฏิบัติตนตามกฎหมายและไม่กลับมากระทำความผิดซ้ำอีก" พ.ต.อ.วัฒนา กล่าว 

   -  อริย์ธัช พรอัศวโยธิน  -