
"เบื่อแต่พร้อม"ตร.ปราบจลาจล...ระอา
"หากผมเลือกได้ ผมไม่อยากมาปฏิบัติหน้าที่ควบคุมความสงบเรียบร้อยในการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะรู้สึกเบื่อหน่ายเต็มที ไม่รู้เมื่อไหร่จะจบจะสิ้นเสียที"
ตำรวจปราบจลาจลนายหนึ่งบอกกับ "คม ชัด ลึก" ระหว่างพักผ่อนอยู่ในรั้ววังปารุสก์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) หน่วยงานหลักที่ต้องรับผิดชอบในการควบคุมความสงบเรียบร้อยการชุมนุมของกลุ่มม็อบคนเสื้อแดงที่ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลอยู่ในเวลานี้
ตำรวจชั้นประทวนซึ่งไม่อนุญาตให้ทีมข่าวระบุชื่อ เพราะหวั่นเกรงโทษทัณฑ์ทางวินัย บอกว่า ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้เตรียมความพร้อมในการควบคุมฝูงชน ซึ่งคาดว่าจะมีกลุ่มคนเสื้อแดงหลายหมื่นเดินทางเข้ามาสมทบกับกลุ่มเสื้อแดงที่ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลอยู่ก่อนแล้ว โดยนัดหมายกันว่าในวันที่ 8 เมษายน จะเป็นการชุมนุมใหญ่ ก่อนจะดีเดย์ปิดเกมให้เป็นไปตามเป้าหมายของกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ 10 เมษายน ด้วยหน้าที่รับผิดชอบจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ต้องปฏิบัติหน้าที่สุดกำลังความสามารถ แม้ใจจริงไม่อยากทำก็ตาม
"ผมไม่อยากคิดว่าวันที่ 8 เมษายนนี้ จะเกิดเหตุรุนแรง ตำรวจผู้ปฏิบัติงานทุกคนได้รับการกำชับจากผู้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความละมุนละม่อม ไม่ใช้ความรุนแรงอย่างเด็ดขาด ให้มีแค่โล่ได้เท่านั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์เฉพาะหน้าด้วย ซึ่งผู้บังคับบัญชาจะเป็นผู้ประเมินและสั่งการว่าจะให้พวกเราดำเนินการอย่างไร" ตำรวจคนเดิม กล่าว
เขาบอกว่า รู้สึกอึดอัดและเครียดต่อสถานการณ์ที่เป็นอยู่ เพราะตำรวจก็เป็นคนมีขีดความอดทนอยู่อย่างจำกัดเช่นกัน แม้จะได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาอย่างเด็ดขาดว่าห้ามใช้ความรุนแรง แต่ก็เกรงว่าอาจอดใจไว้ไม่อยู่ หากถูกทำร้ายอย่างรุนแรง ก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงเหมือนเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ไม่เช่นนั้นตำรวจจะโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง กลายเป็นจำเลยของสังคมไปอีก
"ลองคิดดูเถอะครับ ไม่ต้องอื่นไกล แค่งานกาชาด หลายครอบครัวเขามาเที่ยวพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก ผมก็มีลูก แต่ไม่มีโอกาสพาเขามาเที่ยว ต้องเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ดูแลม็อบตลอด วันหยุดพักผ่อนแทบไม่มี คิดดูเถอะมันเครียดไหม" ตำรวจรายเดิม กล่าว
การชุมนุมประท้วงที่เกิดขึ้นมีมานานต่อเนื่องหลายปีแล้วก็น่าจะจบลงได้เสียที แต่ยิ่งดูยิ่งไม่เห็นวี่แววว่าจะจบลงในเวลาอันใกล้ พอหมดม็อบเสื้อเหลือง คนเสื้อแดงก็ชุมนุมต่อ สลับกันไปมาไม่จบไม่สิ้น ขณะที่ม็อบสับเปลี่ยนกัน แต่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยยังเป็นชุดเดิมๆ คิดดูเถอะน่าเบื่อหรือไม่
ความอิดหนาระอาใจของตำรวจปราบจลาจลนายนี้ไม่ต่างจากเพื่อนร่วมหน่วยงานของเขา บอกกับ "คม ชัด ลึก" ทำนองเดียวกันว่า หากเลือกได้ก็ไม่อยากจะปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะไม่มั่นใจว่าจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้นหรือไม่ แต่ตำรวจมีหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา เมื่อนายสั่งมาก็ต้องทำตาม
"ผมเบื่อหน่ายเต็มที ไม่รู้จะชุมนุมกันไปถึงไหน พอเหลืองไปแดงก็มา นี่ผมสมมตินะ หากเปลี่ยนขั้วการเมืองไป เหลืองไม่พอใจก็กลับมาอีก สุดท้ายข้างทำเนียบคงไม่ว่างเว้นกลุ่มผู้ชุมนุมหรอก" ตำรวจปราบจลาจล บก.ตปพ. กล่าว
เขาบอกด้วยว่า ผู้บังคับบัญชากำชับอย่างเคร่งครัดให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความละมุนละม่อม หลีกเลี่ยงเหตุปะทะที่อาจลุกลามไปสู่ความรุนแรง ตำรวจทุกคนพร้อมปฏิบัติตามคำสั่ง ไม่มีใครอยากใช้ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชน และคงต้องใช้ความอดทนอย่างที่สุด แต่ก็หวั่นใจไม่ได้ว่าในคนหมู่มากจะควบคุมไม่ให้เกิดความรุนแรงได้หรือไม่
"ภาพเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ตุลา 51 ยังตามหลอกหลอนอยู่ ภาพความชุลมุนในวันนั้นยังติดตา คนขาขาด เลือดทะลัก ล้มตายไปต่อหน้ายังไม่หาย ผมภาวนาว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก และตั้งใจว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ จะไม่ใช้ความรุนแรงอย่างเด็ดขาด" ตำรวจหนุ่มวัยกลางคน กล่าว ก่อนจะขอแยกไปพักผ่อนต่อ
ทั้งนี้ในการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงที่ระดมพลจากทุกสารทิศมาสมทบกับแกนนำที่ข้างทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 8 เมษายน จากนั้นจึงเคลื่อนไหวตามกลวิธีที่แกนนำวางไว้ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. ประเมินว่ากลุ่มเสื้อแดงจะมีไม่น้อยกว่า 8 หมื่นคน ซึ่งตำรวจเตรียมการรับมือโดยการจัดกำลังตำรวจหน่วยควบคุมฝูงชนไว้ทั้งสิ้น 23 กองร้อย กองร้อยละ 150 นาย รวม 3,450 นาย เพื่อรองรับการปฏิบัติงานตามแผนกรกฎ 48
โดยตำรวจมีความจำเป็นต้องปิดถนนโดยรอบทำเนียบรัฐบาล และขอความร่วมมือไปยังประชาชน หากไม่มีความจำเป็นก็ให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมระบุว่าจะชุมนุมด้วยความสงบและสันติ ซึ่งตำรวจพร้อมดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างสุดกำลังความสามารถ แต่หากมีการกระทำผิดกฎหมายก็จะดำเนินคดีทันที
ส่วนบ้านสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป้าหมายหลักที่กลุ่มเสื้อแดงประกาศจะบุกตะลุยถึงที่ ตำรวจได้จัดกำลังไว้รับมือจำนวน 15 กองร้อย



