
มาร์คแย้มม็อบนิ่งอาจยุบสภาเดือนก.พ.
นายกฯแย้มประกาศยุบสภาเดือน ก.พ. หากสถานการณ์นิ่ง วอนม็อบอย่าขวางลงพื้นที่หาเสียง เชื่อกติกาเลือกส.ส.ใหม่ไม่สร้างความแตกแยกในปชป. งง ! เพื่อไทยใช้หลักอะไรวิเคราะห์ว่าปชป.ได้เปรียบจำนวนส.ส.สัดส่วน
เมื่อเวลา 14.50 น.วันที่ 27 ม.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ที่อาคารรัฐสภาถึงปัญหาการคัดเลือกตัวบุคคลสมัครรับเลือกตั้งหลังตัวเลขจำนวนส.ส.มีการเปลี่ยนแปลงตามมติการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านวาระ 2 ไปว่า เป็นธรรมดา แต่ตนไม่คิดว่าจะกลายเป็นปัญหาความแตกแยก
แม้ ส.ส.ในสมัยนี้บางคนอาจจะไม่ได้ลงสมัคร เพราะทุกครั้งการเลือกตั้งเวลาพิจารณาตัวผู้สมัครในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลง หรือบางครั้งไม่ได้เปลี่ยนจำนวนส.ส.ในแต่ละพื้นที่ แค่เปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้งก็จะมีปัญหากันเป็นเรื่องปกติ เป็นปัญหาของนักการเมืองและพรรคการเมืองที่จะต้องแก้กันเอง ซึ่งการพิจารณาในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ก็จะยึดตามหลักความเหมาะสมว่าในพื้นที่นั้นๆ ถ้าจำเป็นต้องมีการลด 1 คน ควรจะเป็นใคร และเขาควรจะไปมีบทบาทอะไรเราก็จะมาดูกัน
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยโจมตีว่ากติกาใหม่พรรคประชาธิปัตย์ได้เปรียบกว่าพรรคการเมืองอื่น โดยเฉพาะจำนวน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ไม่เข้าใจว่าไปวิเคราะห์เช่นนั้นเพราะอะไร เพราะหลายฝ่าย รวมทั้งพรรคเพื่อไทยเองก็เรียกร้องว่าให้เป็นเขตเล็กก็ได้เขตเล็ก ในส่วนของ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อทั้งพรรคเพื่อไทย ซึ่งเดิมเป็นพรรคพลังประชาชนหรือพรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบก็ว่ากันไปตามความนิยมของประชาชนที่จะมีต่อพรรคการเมือง
เมื่อถามว่าถึงวันนี้ถือว่านับถอยหลังสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ มั่นใจแล้วใช่หรือไม่ว่าจะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นระหว่างการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สถานการณ์โดยรวมตนคิดว่าทำให้มีความมั่นใจมากขึ้นที่จะเดินเข้าสู่การเลือกตั้ง แต่เราก็เพิ่งยกเลิกพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินไปไม่นาน ขณะนี้ก็จะเป็นสถานการณ์ใหม่ที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมหลายกลุ่มมากขึ้น คิดว่าพอเดือนหน้า (กุมภาพันธ์) ก็จะมีภาพชัดเจนขึ้นว่าสถานการณ์ตรงนี้จะเป็นอย่างไร เมื่อถามว่าคิดว่าพรรคสามารถออกไปหาเสียงในต่างจังหวัดได้แล้วใช่หรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เท่าที่ตนไปลงพื้นที่ต่างๆมาก็มีมาชุมนุมบ้างแต่ไม่ถึงขั้นเป็นปัญหาในเรื่องของความรุนแรง
“แต่ใจของผมอยากเรียกร้องว่าถ้าใช้จิตใจของความเป็นประชาธิปไตยก็ไม่ควรมีการขัดขวาง ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆ ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า เมื่อเห็นภาพความชัดเจนในเดือนกุมภาพันธ์ จะสามารถพูดได้เลยหรือไม่ว่าจะมีการยุบสภาในเดือนไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ ถ้ามีความชัดเจนก็จะบอกครับไม่มีปัญหาอะไร ”
พท.ชี้แก้รธน.วาระ2หลายจุดไม่ชอบมาพากล
นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านสภาในวาระที่ 2 มีหลายจุดที่ไม่ชอบมาพากลและไม่ถูกต้องตามข้อบังคับ แต่ก็มีความพยายามเร่งรีบให้ผ่านพ้นไป จึงไม่แน่ใจว่าผู้ที่แก้ไขอยากได้รัฐธรรมนูญแบบ 375+125 หรือมีเงื่อนไขอะไรมากกว่านั้น เพราะตนไม่เชื่อว่าเกมการเมืองระดับพรรคประชาธิปัตย์จะปล่อยให้มีช่องว่างมากขนาดนี้ จึงตั้งข้อสังเกตว่าพรรคประชาธิปัตย์อาจไม่ต้องการใช้รัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังจะผ่านรัฐสภา แต่ต้องการกลับไปใช้แบบรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ใช้ในปัจจุบันหรือไม่
ส่วนประเด็นการล็อบบี้โหวตนั้น เรื่องนี้มีแน่นอน เพราะคนในพรรคเพื่อไทยที่มีอักษรย่อ ป. และ ก. ได้รับการประสานงานจากแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาในวันที่ 25 ม.ค.ตลอดทั้งวัน ว่าให้ร่วมกันสนับสนุนร่างแก้ไขแบบ 400-100 แต่พอตกเย็นปรากฏว่าแกนนำของพรรคชาติไทยพัฒนาคนดังกล่าวโทรมาบอกว่าได้เปลี่ยนจุดยืนแล้วว่าจะไปสนับสนุนสูตร 375-125 ซึ่งตรงกับสิ่งที่พรรคเพื่อไทยตั้งข้อสังเกตถึงการนำงบประมาณปี 54-55 มาแบ่งเค้กไกล่เกลี่ยจนลงตัว ส่วนตัวรู้สึกเห็นใจกับส.ส.บางคนที่อภิปรายสนับสนุนสูตร 400-100 แต่สุดท้ายต้องมาโหวตให้สูตร 375-125 ก็ได้แต่หวังว่าในวาระ3 ส.ส.จะยึดเอาความถูกต้องใช้เอกสิทธิ์ทำตามในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ไม่ควรให้ใครเอาผลประโยชน์มาแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ยังทราบว่าส.ว.ก็ได้รับการประสานงานล็อบบี้โหวตด้วยตัวเลข 7 หลักเช่นเดียวกัน
แดงนัด13ก.พ.เริ่มต้นหน้าเรือนจำไปอนุสาวรีย์ปชต.
เมื่อเวลา 13.00 น. นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ โฆษกนปช. แถลงถึงการกำหนดการชุมนุมของกลุ่มนปช.ในวันที่ 13 ก.พ. ว่า จะนัดชุมนุมที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพเวลา 13.00 น. แล้วจะเดินทางเคลื่อนไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทั้งนี้ทางกลุ่มจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งว่าจะอยู่ชุมนุมถึงเช้าหรือไม่ เพราะกลุ่มนปช.จะประเมินท่าทีของรัฐบาลอีกครั้ง เพราะการชุมนุมครั้งนี้นอกจากจะเรียกร้องประชาธิปไตย ยังจะเป็นการแสดงพลังครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อยื่นคำขาดให้ปล่อยตัวแกนนำและคนเสื้อแดงที่ถูกคุมขัง ซึ่งรัฐบาลต้องคืนความเป็นธรรมให้พี่น้องคนเสื้อแดงที่อยู่ในคุก โดยเราให้เวลารัฐบาลมานานแล้ว ครั้งนี้จึงไม่ใช่คำขู่ แต่จะเป็นการยื่นเงื่อนไขอย่างเด็ดขาดกับรัฐบาล ส่วนการชุมนุมอีกครั้งอาจจะเป็นวันที่ 19 มี.ค. ที่แยกราชประสงค์
นายวรวุฒิ กล่าวถึงการชุมนุมของพันธมิตรฯ ว่าอยากให้กลุ่มคนเสื้อแดงใช้วิจารณญาณในการมองการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร เพราะเราตั้งขอสังเกตว่าการชุมนุมของพันธมิตรมีนัยยะบางประการ อีกทั้งสถานการณ์ขณะนี้ก็เอาแน่เอานอนไม่ได้ อาจเกิดการรัฐประหารได้ทุกเมื่อ จึงขอให้พวกเราเตรียมพร้อม
ด้านนายธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธานนปช. กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีการไล่ล่าจับกุมคนเสื้อแดงในต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แกนนำที่อยู่ในเรือนจำถูกคุมขังมา 8 เดือน ก็ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ดังนั้นเราจะยื่นจดหมายปรับทุกข์ถึงผู้พิพากษา 1,300 กว่าคนทั่วประเทศ ถึงการตั้งข้อหาก่อการร้ายที่รัฐบาลยัดเยียดให้ รวมทั้งปัญหาการส่งฟ้องและกระบวนการพิจารณาการประกันตัว
นางธิดา กล่าวว่า สำหรับการปรับโครงสร้างนปช. กำลังดำเนินการอยู่ เพราะมีเจตนารมณ์ให้นปช.มีการรวมหมู่มากกว่ายึดตัวบุคคล ซึ่งต้องมีตัวประกอบหลายอย่าง อาทิ โรงเรียนผู้ปฏิบัติการทางการเมือง ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มต้นได้ในต้นเดือนมี.ค. เพราะยิ่งมีข่าวเตรียมจะปฏิวัติ นปช.ยิ่งต้องเข้มแข็งกว่าเดิม



