
พรทิวาขอ3เดือนประเมินไข่ชั่งกิโลฯ
พรทิวา ลั่นพร้อมยกเลิก ไข่ชั่งกิโลฯ หากประชาชนไม่ตอบรับ ขอเวลา 3 เดือนประเมินผล
(27ม.ค.) ในการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ในช่วงกระทู้ถามสด ที่มีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธาน นาย สุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีถึงนโยบายไข่ชั่งกิโลของรัฐบาล ว่า นโยบายดังกล่าวรัฐบาลได้สอบถามประชาชนและผู้ค้าไข่ว่าสนับสนุนโครงการดังกล่าวหรือไม่ เพราะการคลอดนโยบายดังกล่าวออกมามีเสียงสะท้อนจากประชาชน เช่น แม่กิมไล้ เจ้าของร้านขายขนมหวานชื่อดังเมืองเพชรบุรี แม่ค้าขายอาหารตามสั่ง ร้องเรียนว่าต่อไปจะขายไข่หรือใช้ไข่เป็นฟองได้อย่างไรอีก และที่สำคัญเรื่องน้ำหนักไข่ที่สอบถามแม่ค้า ทราบว่าแต่ละช่วงน้ำหนักไม่เท่ากัน คือ ช่วงเช้าที่ไข่เปียกไข่มีน้ำหนัก พอช่วสายถึงเย็นน้ำหนักก็ลดลงตามเวลา ทั้งนี้ตนคิดว่านโยบายดังกล่าวอาจจะทำให้หลายอาชีพหายไป เช่น คนคัดไข่ คนทำถาดไข่ขาย คนขายไข่ปิ้ง และแท้จริงแล้วโครงการไข่ชั่งกิโลทำให้ราคาไข่ถูกกว่าขายเป็นฟองได้จริงหรือไม่ เพราะเท่าที่ทราบ ไข่ 1 กิโลกรัม ราคา 51-52 บาท มีไข่จำนวน 11 ฟองเฉลี่ยฟองละ 5 บาท แต่ไข่ขายแยกฟองเฉลี่ยอยู่ที่ 3-4 บาท และหากโครงการดังกล่าวไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนจะยกเลิกหรือไม่
โดยนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกฯ ชี้แขงว่า นโยบายดังกล่าวเป็นทางเลือกสำหรับประชาชน ที่ต้องการลดภาระค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตามยอมรับว่าราคาของไข่ชั่งกิโลอยู่ที่กิโลกรัมละ 50-52 บาท มีอยู่ 11 ฟอง แต่ราคาดังกล่าวได้บวกค่าการตลาด กิโลกรัมละ 5-7 บาท แต่หากไปซื้อที่หน้าฟาร์มก็จะตัดค่าการตลาดออก และจะเหลือราคากิโลกรัมละ 45 บาท ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะเริ่มได้ในวันที่ 1 ก.พ. นี้ และใช้เวลา 3 เดือนประเมินผล หากไม่ได้รับการตอบรับพร้อมจะยกเลิก แต่หากมีคนยอมรับก็จะดำเนินการต่อ
ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ ได้เข้ามาชี้แจงเพิ่มในประเด็นที่นายสุชาติกังวลว่าอาชีพที่เกี่ยวกับการค้าไข่ เช่น คนทำรางไข่, คนขายไข่ปิ้งอาจจะไม่มีงานทำ ว่าโครงการดังกล่าวรัฐบาลไม่ได้บังคับให้ใครซื้อ-ขายไข่เป็นกิโล แต่เป็นการเพิ่มช่องทางการซื้อขายไข่ ซึ่งนายสุชาติดูรายละเอียดไม่ครบถึงได้ตั้งคำถามแบบผิดๆ คือหากดูทั้งระบบแล้วจะเห็นว่ารัฐต้องเข้าไปดูแลต้นทุนทั้งระบบที่มีราคาสูง เช่น อาหารสัตว์ พ่อ-แม่พันธุ์ไก่ไข่ ที่ผ่านมาได้ทดลองทำแล้วที่ตลาดรังสิต และตลาดมีนบุรี ก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ
“ท่านอย่าตั้งสมมติฐานผิด ๆ ทำให้ประชาชนสับสน เพราะนโยบายดังกล่าวแค่เพิ่มทางเลือก หากประชาชนเห็นว่าเหมาะสมก็ไปซื้อ แต่ใครที่ต้องการซื้อแบบเดิมก็เหมือนเดิมก็เท่านั้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว



