
จี้ใช้สนธิสัญญาส่ง'วีระ-ราตรี'กลับไทย
ม็อบรักชาติฯจี้รัฐบาล ใช้สนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ส่งวีระ-ราตรีกลับไทย เตรียมยกขบวนไปสระแก้ว ที่ 7 คนไทยถูกจับอีกรอบ ด้าน"ณฐพร"มั่นใจหลักฐานแน่นช่วย "วีระ-ราตรี" ได้รับอิสรภาพ 1 ก.พ.นี้
(27ม.ค.) เวลา 11.00 น. นายสุนทร รักรงค์ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ ได้ทำหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผ่าน นายเกียรติฟ้า เลาหะพรสวรรค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐใช้สิทธิ์ที่มีอยู่ในสนธิสัญญา ว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2541 ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชา ในการช่วยเหลือนายวีระ สมความคิด และอีก 6 คนไทยที่ถูกจับกุม นายสุนทร กล่าวว่า วันนี้สิ่งที่ตนกังวลมากที่สุดคือคำตัดสินของศาลกัมพูชาในวันที่ 1 ก.พ. หากตัดสินจำคุกนายวีระ สมความคิด 10 ปี ตามข้อหาการจารกรรมที่เป็นความเท็จ ตนเป็นห่วงเรื่องการชุมนุมบริเวณชายแดนและบริเวณสถานฑูตไทยในกรุงพนมเปญ ซึ่งเป็นจุดที่หวั่นไหว อาจไม่สามารถควบคุมมวลชนได้ แต่หากนายวีระโดนจำคุกก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไร ตนเกรงว่าจะกลายเป็นเรื่องน้ำผึ้งหยดเดียว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมานายวีระ พยายามปฎิเสธความผิดในคดีก่อการร้าย นายสุนทร กล่าวว่า เป็นช่องทางหนึ่งของกฎหมาย หากรัฐบาลนำตัวนายวีระ กลับมาไทยได้ก็เป็นการพิสูจน์ความจริงใจของรัฐบาล เมื่อถามว่า แสดงว่าตอนนี้ไม่สามารถการันตีได้ว่าจะควบคุมมวลชนได้ นายสุนทร กล่าวว่า มวลชนไม่พอใจที่นายวีระถูกคุมตัว และบางทีอาจจะมีมือที่สามร่วมด้วย ซึ่งเราได้การข่าวว่าจะเกิดสงครามเผาสถานทูต แต่เราก็ไม่รู้ว่าจะเป็นฝีมือใคร
นายสุนทร ยืนยันด้วยว่า เครือข่ายจะยังไม่มีการเปิดพื้นที่บริเวณถนนพิษณุโลกตามที่ตกลงกับเจ้าที่ตำรวจว่าจะเปิดให้รถวิ่งได้ในชั่วโมงเร่งด่วน โดยอ้างว่าขณะนี้มีประชาชนจำนวนมากมาร่วมชุมนุม หากเปิดถนนอาจจะเป็นอันตรายแก่ผู้ชุมนุมได้
นายเกียรติฟ้า กล่าวว่า การส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนจะต้องไม่ใช่คดีการเมือง แต่รัฐบาลจะพยายามช่วยเหลือคนไทยทั้ง 2 อย่างเต็มที่ และกระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมที่ดิน จะลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่คนไทย 7 คน ถูกจับกุมตัว เพื่อใช้เป็นหลักฐานต่อสู้คดีต่อไป
ทั้งนี้ เช้าวันพรุ่งนี้ (28 ม.ค.) ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ บุรุษรัตนพันธ์ นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเครือข่ายจะรวมตัวที่พระสยามเทวาทิราช เทศบาลเมืองอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อไปดูพื้นที่ที่ 7 คนไทยถูกจับอีกครั้ง
ด้านนายณฐพร โตประยูร ที่ปรึกษากฎหมายกลุ่มเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ เดินทางมายังรัฐสภา เพื่อทวงถามความคืบหน้าหลังยื่นหนังสือขอความร่วมมือขอเอกสารประกอบการสู้คดีช่วย นายวีระ สมความคิด และนางสาวราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ขณะที่นายกรัฐมนตรีมีหนังสือตอบกลับ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกให้อย่างเต็มที่ ดังนั้นจะนำเอกสารเหล่านี้ไปใช้ประกอบการสู้คดี ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 โดยตนเองและ นายการุณ ใสงาม จะไปร่วมฟังการพิจารณาคดีในวันดังกล่าว ซึ่งมั่นใจว่า หลักฐานที่นำไปจะช่วยให้ทั้ง 2 คนได้รับอิสรภาพ
อย่างไรก็ตาม วันพรุ่งนี้ ตนพร้อมด้วยนางนฤมล จิตรวะรัตนา 1 ใน 7 คนไทยที่ได้รับการปล่อยตัว และเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ จะลงพื้นที่ในจุดที่ถูกทหารกัมพูชาจับกุม โดยขอให้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยืนยันว่า พื้นที่ที่ถูกจับเป็นของไทยหรือกัมพูชา
นายปานเทพ พัวพงษ์พันธุ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงข่าวที่มีการระบุว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการปฏิวัตินั้น ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เพราะเป้าหมายที่แท้จริงคือเรื่องดินแดนไทยเท่านั้น
ส่วนกรณีที่ตำรวจขอให้มีการเปิดช่องทางการจราจร เห็นว่า การชุมนุมเป็นสิทธิ์ตามกฎหมาย หากจะทวงพื้นที่ชุมนุมคืน ควรไปทวงพื้นที่พิพาทเขาพระวิหารให้ได้ก่อน
สำหรับบรรยากาศการชุมนุมของพันธมิตรฯ โดยทั่วไป ยังเป็นการปราศรัยสลับการเล่นดนตรี ซึ่งขณะนี้มีการนำผ้าใบขนาดใหญ่มากางกันแดดตลอดเส้นถนนราชดำเนิน



