
โพลล์ชี้มะเร็งเป็นโรคที่ปชช.กลัวสุด
เอแบคโพล เผย ผลสำรวจ"มะเร็ง"โรคอันดับหนึ่งที่ประชาชนหวาดกลัวมากที่สุด
(27ม.ค.) ศูนย์วิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) เสนอผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่องโรคร้ายและอาหารปนเปื้อนสารพิษในความหวาดกลัวของประชาชนกรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปใน 17 จังหวัดของประเทศ
ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง โรคร้ายและอาหารปนเปื้อนสารพิษในความหวาดกลัวของประชาชน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 17 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เพชรบุรี ระยอง ราชบุรี ปทุมธานี ชลบุรี พิจิตร เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ อำนาจเจริญ มหาสารคาม สกลนคร ศรีสะเกษ อุดรธานี ขอนแก่น พัทลุง และสงขลา จำนวนทั้งสิ้น 2,024 ตัวอย่าง โดยดำเนินโครงการในช่วง 20 -26 มกราคม 2554
โดยเมื่อสอบถามกลุ่มตัวอย่างถึงโรคประจำตัวที่รู้สึกหวาดกลัวมากที่สุด 5 อันดับแรก พบว่า อันดับที่หนึ่ง ร้อยละ 71.9 ระบุโรคมะเร็ง อันดับที่สอง ร้อยละ 53.2 ระบุโรคเบาหวาน อันดับที่สาม ร้อยละ 47.1 ระบุโรคความดันโลหิต อันดับที่สี่ร้อยละ 46.3 ระบุโรคหัวใจและหลอดเลือด อันดับที่ห้า ร้อยละ 41.4 ระบุโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด และรอง ๆ ลงมา คือ โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคไต โรคไขข้ออักเสบ โรคภูมิแพ้ โรคระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น
สำหรับสารพิษที่ปนเปื้อนในอาหารที่ต้องรับประทานเป็นประจำ พบว่า ร้อยละ 65.0 ระบุยาฆ่าแมลง ร้อยละ 58.1 ระบุผงชูรส ร้อยละ 57.1 ระบุสารกันบูด ร้อยละ 47.4 สีผสมอาหาร ร้อยละ 47.2 ระบุสารบอแร็กซ์ และรอง ๆ ลงมา คือ สารแต่งกลิ่นและรส ฟอร์มาลิน สารตะกั่ว สารปรอท ดินประสิว ตามลำดับ
เมื่อสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสารพิษที่ปนเปื้อนในอาหาร พบว่า ร้อยละ 85.4 คิดว่ามีสารพิษปนเปื้อนในอาหาร และประเภทอาหารที่มีสารพิษปนเปื้อน พบว่า ร้อยละ 20.5 ระบุอาหารกระป๋อง ร้อยละ 20.3 ระบุอาหารประเภทปิ้ง ย่าง ร้อยละ 19.7 ระบุอาหารตามสั่ง ร้อยละ 13.8 ระบุอาหารสำเร็จรูป ร้อยละ 12.7 ระบุอาหารฟาสต์ฟู้ด และอาหารประเภททอด อาหารแช่แข็ง และอาหารประเภทจิ้มจุ่ม เป็นต้น
อย่างไรก็ตามเมื่อสอบถามถึงความเชื่อมั่นต่อกระทรวงสาธารณสุขว่าสามารถช่วยดูแลในเรื่องความปลอดภัยจากสารปนเปื้อนในอาหารนั้น พบว่า เกินกว่าครึ่งหรือ ร้อยละ 52.6 ไม่เชื่อมั่น ในขณะที่ ร้อยละ 47.4 เท่านั้นที่เชื่อมั่น
จากการพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่าตัวอย่างร้อยละ 51.3 เป็นหญิง ร้อยละ 48.7 เป็นชาย ตัวอย่างร้อยละ 4.0 อายุต่ำกว่า 20 ปี ร้อยละ 20.3 อายุระหว่าง 20-29 ปี ร้อยละ 23.1 อายุระหว่าง 30-39 ปี ร้อยละ 21.9 อายุระหว่าง 40-49 ปี และร้อยละ 30.7 อายุ 50 ปีขึ้นไป ตัวอย่างร้อยละ 68.6 สำเร็จการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี รองลงมาคือร้อยละ 27.4 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และร้อยละ 4.0 สำเร็จการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี ตัวอย่างร้อยละ 36.1 ระบุอาชีพเกษตรกร/รับจ้างทั่วไป ร้อยละ 30.4 ระบุอาชีพธุรกิจส่วนตัว/ค้าขาย ร้อยละ 9.5 ระบุพนักงาน/ลูกจ้างเอกชน ร้อยละ 7.9 ระบุอาชีพข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 5.5 ระบุอาชีพแม่บ้าน/พ่อบ้าน/เกษียณอายุ ร้อยละ 7.8 ระบุเป็นนักเรียนนักศึกษา ร้อยละ 2.8 ระบุว่างงาน/ไม่ประกอบอาชีพ



