ข่าว

สุเทพนัดถกก.ตร.โยกย้ายรองผู้การ-สารวัตร

สุเทพนัดถกก.ตร.โยกย้ายรองผู้การ-สารวัตร

26 ม.ค. 2554

"สุเทพ" นัดถก ก.ตร.ชี้ชะตาโผโยกย้าย "รองผู้การ-สารวัตร" 27 ม.ค.นี้ เผยยังใช้ ก.ตร.ชุดเก่าประชุม "อชิรวิทย์" โวยมี ตร.ร้องเรียนโยกย้ายไม่เป็นธรรมมาแล้ว 4 รายทั้งในนครบาล-ใต้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 12.00 น. วันที่ 26 มกราคม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่งคง ได้นัดประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 2/2554 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีวาระที่เสนอเพื่อพิจารณา เรื่องที่ 1 การเลื่อนเงินเดือนให้แก่ข้าราชการตำรวจ ตามผลการพิจารณาให้ได้รับเงินตอบแทนพิเศษในครั้งหลังสุด (1 ต.ค.2552) ณ วันที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง และได้รับยศสูงขึ้น เรื่องที่ 2 การเลื่อนเงินเดือนหรือให้ได้รับเงินตอบแทนพิเศษประจำปี 2553 ครั้งที่ 2 ครึ่งปีหลัง (1 ต.ค.2553) ให้แก่ข้าราชการตำรวจผู้รับเงินเดือนระดับ ส.6 ขึ้นไป

 เรื่องที่ 3 การเลื่อนเงินเดือนให้แก่ข้าราชการตำรวจผู้รับเงินเดือนถึงขั้นสูงของระดับ ส.5 (เต็มขั้น) และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผบก. หรือเทียบเท่า จำนวน 54 ราย เรื่องที่ 4 การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ระดับ รองผบก.-สว. วาระประจำปี 2553

   การประชุม ก.ตร.ในครั้งนี้ ยังคงเป็นการประชุม ก.ตร.ชุดเก่า เนื่องจาก ก.ตร.ชุดใหม่ยังอยู่ในกระบวนการนำขึ้นโปรดเกล้าฯ ซึ่งตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ 2547 ระบุว่า ก.ตร.ชุดเก่ายังคงทำหน้าที่ต่อไปได้ แม้จะครบวาระแล้ว จนกว่า ก.ตร.ชุดใหม่จะได้รับการโปรดเกล้าฯ

  พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีต รอง ผบ.ตร. ว่าที่ ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ (ก) กล่าวว่า  รู้สึกผิดหวังและเสียใจ ที่ก่อนหน้านี้ได้ออกมาทักท้วงเรื่ององค์กรตำรวจถูกแทรกแซงจากนักการเมือง แต่ไม่ได้รับการตอบสนองเท่าไหร่นัก จนถึงขณะนี้ก็ยังได้รับเสียงร้องเรียนว่า ถูกพิจารณาให้โยกย้ายโดยไม่เป็นธรรม เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้มีอำนาจ ที่จะวางคนของตนเองลงมาในตำแหน่ง โดยเป็นไปในลักษณะของการหยิบชื่อออก และนำเสนอคนที่ดำรงตำแหน่งครั้งสุดท้ายไม่ครบ 2 ปี ตามกฎ ก.ตร.ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง ทั้งที่คนที่ร้องเรียนก็มีผลงานได้รับรางวัลดีเด่นด้านต่างๆ ก็ถูกโยกออกในระนาบ เพื่อให้คนของผู้มีอำนาจมาอยู่ในตำแหน่งแทน ตอนนี้ที่ชัดเจนมีร้องเรียนมาจำนวน 4 รายแล้ว มีทั้งในนครบาล และในภาคใต้

 พล.ต.อ.อชิรวิทย์กล่าวต่อว่า คงต้องรอดูว่าคณะกรรมการพิจารณายกเว้นหลักเกณฑ์ ที่มี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ที่ปรึกษา สบ 10 งานกฎหมายและสอบสวน เป็นประธานคณะกรรมการ จะพิจารณารายชื่ออย่างไร ถ้าหากผลการแต่งตั้งออกมาและพบว่าคนเหล่านี้ และอีกหลายๆ คน ไม่ได้รับความเป็นธรรม ตนจะนำชื่อให้ผู้บัญชาการหน่วยที่มีอำนาจแต่งตั้งชี้แจงเป็นรายๆ ไป อย่างไรก็ตาม ได้แต่หวังว่าผู้ที่มีอำนาจแต่งตั้งทั้งหลายจะเป็นกบฏ ไม่ยอมตามที่ผู้มีอำนาจเสนอ

 “เรื่องการส่งโผรายชื่อเด็กฝากเข้ามา แน่นอนว่าคนที่ส่งโผไปยังกองบัญชาการต่างๆ ไม่มีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรแน่ๆ ถึงไปง้างปากอย่างไร คนเหล่านี้ก็ไม่พูดว่าส่งโผ ตั๋วการเมืองไปให้หน่วยหรอก คงได้แต่อ้อมแอ้มว่า การเมืองแนะนำมา ซึ่งหมายความว่า คนที่ส่งโผไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ และไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร มีแต่รายชื่อเฉยๆ มาให้ แต่คนที่รับผิดชอบ คือผู้บัญชาการหน่วย ที่เซ็นคำสั่ง และบอร์ดกลั่นกรองที่มีอำนาจในการพิจารณาคัดเลือก เพราะฉะนั้นก่อนตัดสินใจที่จะยอมรับทำตามตั๋ว ก็ต้องพิจารณาดีๆ เนื่องจากต้องรับผิดชอบหากออกคำสั่งแต่งตั้งทั้งๆ ที่รู้ว่าทำผิดกฎหมายก็อาจถูกฟ้องร้องจากผู้ที่เสียสิทธิ์ได้ ผมก็ออกมาทักท้วงเตือนสติ” พล.ต.อ.อชิรวิทย์กล่าว

 พล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ ก.ตร. ผุ้ทรงคุณวุฒิ (ก) กล่าวว่า วาระสำคัญมี 2 เรื่อง คือการเพิ่มเงินเดือนให้แก่ข้าราชการตำรวจที่ได้เลี่อนตำแหน่งไปแล้วแต่เงินเดือนยังไม่ขึ้น และเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบก.-สว.ประจำปี 2553 ซึ่งจะมีการเสนอบัญชีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่ตรงกับหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง เช่น