
บิ๊ก2ป.สายตรง"เตีย บัน"เบื้องลึกเขมรปลดป้ายด่าไทย
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง หลังจาก สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา สั่งการให้กองทัพกัมพูชาขึ้นป้ายหินอ่อนแกะสลักข้อความโจมตีประเทศไทยว่าบุกรุกพื้นที่อธิปไตยของกัมพูชา
มีรายงานว่าคำสั่งดังกล่าวส่งตรงผ่าน พล.อ.เตีย บัน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ท่ามกลางความไม่พอใจของไทย เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว ยังเป็น "พื้นที่ทับซ้อน" 4.6 ตารางกิโลเมตร ที่ยังหาข้อสรุปเรื่องเขตแดนไม่ได้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จึงสั่งการให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ไปประสานบิ๊กทหารกัมพูชาให้รื้อถอนป้ายดังกล่าวออก
พล.อ.ประวิตร และพล.อ.ประยุทธ์ จึงใช้ความสัมพันธ์ทางด้านการทหาร รวมทั้งความสัมพันธ์ส่วนตัวที่มีมานานกับ พล.อ.เตีย บัน จนเกิดความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา
โดยทางกัมพูชายอมปรับท่าทีเล็กน้อยด้วยการปลดป้ายโจมตีไทยว่ารุกล้ำอธิปไตย เป็นป้ายที่มีข้อความว่า "ที่นี่คือกัมพูชา” ซึ่งแม้จะปรับข้อความให้เบาลงเล็กน้อย แต่ฝ่ายไทยก็ยังไม่พอใจอยู่ดี เพราะเท่ากับเป็นการจับจองพื้นที่แต่เพียงฝ่ายเดียว ทั้งที่เขตแดนยังไม่แน่ชัด
ฉะนั้น ทางกองทัพจึงต้องออก "แอ็กชั่น" เล็กน้อย เพื่อแสดงท่าความไม่พอใจของฝ่ายไทย โดย พล.อ.ประยุทธ์ สั่งการให้ พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 เสริมกำลังเข้าไปในพื้นที่พิพาท
แม้จะถูกมองว่า เป็นปฏิกิริยา "โอเวอร์แอ็กติ้ง" แต่บิ๊กทหารของไทยยืนยันว่า ไม่ได้ออกแอ็กชั่นเกินเหตุ เพราะก่อนหน้านี้กองทัพกัมพูชาก็มีการเสริมกำลังทหารแทบทุกตารางนิ้วบริเวณเขตแดนไทย-กัมพูชา
นอกจากนี้ จะเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ก็ตาม แต่ในช่วงเดียวกัน กองทัพไทยก็ผุดตารางการ "ซ้อมรบด้วยกระสุนจริง" ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ที่มีการฝึกภาคกองร้อยพอดิบพอดี
ผลจากการดำเนินยุทธวิธีที่มีทั้งไม้อ่อน และไม้แข็งอยู่ในที จึงทำให้สถานการณ์บนเขาพระวิหารเริ่มเย็นลง โดยฝ่ายกัมพูชายอมทุบป้ายหินอ่อนของตัวเองในเวลาต่อมา
โดยมีรายงานว่า หากกัมพูชายังยืนกรานที่จะให้ป้ายจับจองเขตแดนของตนโชว์หราอยู่ในพื้นที่พิพาทต่อไป ไทยก็เตรียมขึ้นป้าย ว่า "พื้นที่นี้เป็นพื้นที่อ้างสิทธิ์ 4.6 ตารางกิโลเมตร" ประชันกับป้ายของกัมพูชา แต่สุดท้ายป้ายที่ว่าก็ไม่ต้องใช้ ส่วนสถานการณ์ก็เริ่มเย็นลง
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์ตรงเขาพระวิหารว่า เรียบร้อยดีไม่มีปัญหา กัมพูชาได้นำป้ายลงหมดแล้ว ทั้งนี้ เมื่อตนได้ประสานงานไปยังกัมพูชา ทางกัมพูชาก็โอเค และยอมเอาป้ายลง เพราะไม่อยากให้เกิดผลกระทบระหว่างกัน โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้ประสานงานไปยังกองทัพกัมพูชา ซึ่งเมื่อคุยกันแล้วก็ไม่มีปัญหา เมื่อทั้งสองกองทัพพูดคุยกันรู้เรื่องก็ไม่มีปัญหาอะไร
“ป้ายอันไหนที่ตั้งขึ้นมาแล้วจะทำให้ส่งผลกระทบกันก็จะต้องเอาลงเพื่อความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองกองทัพ จะเอาป้ายที่สลักชื่อว่าที่นี่คือกัมพูชาไม่ได้ เพราะเป็นพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ในเอ็มโอยูปี 2543 ไม่มีใครเป็นเจ้าของ และจะต้องมีการเจรจากันทั้งสองประเทศก่อน โดยเฉพาะการพิจารณาของคณะกรรมการเจบีซี เพื่อกำหนดชัดเจนก่อนว่าตรงไหนเป็นพื้นที่ของใคร จะเขียนป้ายอย่างนี้ไม่ได้ เมื่อเราประสานไปเขาก็เอาลงให้ ซึ่งก็ไม่มีปัญหาต่อกัน” พล.อ.ประวิตร กล่าวย้ำ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เผยเบื้องหลังการเจรจาว่า เรื่องนี้ได้มีการพูดคุย และเจรจากันตามขั้นตอนที่ควรจะต้องปฏิบัติต่อกันในฐานะที่เป็นเพื่อนบ้าน และมีมิตรภาพต่อกัน โดยมีการพูดคุยกับทั้งระดับกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กองทัพบก และการพูดคุยกันในระดับพื้นที่ เมื่อเข้าใจกันแล้วก็มีการทำลายป้ายดังกล่าว หลังจากนั้นก็ได้มีการพูดคุยกันถึงกำลังต่าง ๆ ที่มีการขยับเคลื่อนไหวจะต้องอยู่ในความสงบ และไม่มีการแสดงกำลังของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดกดดันไม่ให้สถานการณ์ในพื้นที่เกิดความตึงเครียด
“กองทัพยืนยันว่าจะรักษาอธิปไตยอย่างดีที่สุด ขอให้ใจเย็นๆ อย่าทะเลาะกัน ส่วนการแก้ไขปัญหาของกลุ่มพันธมิตรฯ ทางกองทัพได้ชี้แจงข้อเท็จจริงไปแล้ว และพื้นที่ดังกล่าวก็ยังไม่ได้มีการปักปันเขตแดน ทุกอย่างจะต้องมีการพัฒนาไปตามลำดับ วิธีการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดคือจะต้องหาหนทางแก้ไขผ่านกลไกที่มีอยู่ หรือตั้งกลไกขึ้นมาใหม่โดยมีการตกลงกันของทั้งสองประเทศ ซึ่งไม่ควรให้ประเทศอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะจะทำให้เสียเอกภาพไป” ผบ.ทบ.กล่าวถึงแนวทางแก้ปัญหาเขตแดน
ผบ.ทบ. ย้ำว่า การแก้ปัญหาเขตแดนต้องใช้ "การเจรจา" ในรูปแบบ "เจบีซี" เป็นหลัก ซึ่งจะให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมากล่าวอ้างไม่ได้ เพราะถ้าต่างฝ่ายต่างกล่าวอ้าง คงไม่มีใครยอมใคร
“เรามีการเจรจาต่อรองกันมาตามลำดับเรื่องปักปันเขตแดน แต่ยังไม่จบ อย่าเพิ่งตัดสินว่าใครจะได้ใครจะเสีย ขณะนี้จะทำอย่างไรจะขึ้นทะเบียนมรดกได้โดยไม่มีผลกระทบระหว่าง 2 ประเทศ ส่วนพื้นที่มีปัญหาข้อพิพาทก็ต้องว่าไปตามขั้นตอน"
ผบ.ทบ. จึงอยากให้ประชาชนเข้าใจว่ากองทัพยึดถือ "กติกา" ที่ทั้ง 2 ฝ่ายยึดถือร่วมกันมาตลอด หากย้อนไปจุดเดิมก็จะหาข้อตกลงไม่เจอ พร้อมเรียกร้องว่าอย่าไปทำอะไร "นอกเกม" เพราะจะทำให้ปัญหาบานปลาย และกระทบประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดน
ทีมข่าวความมั่นคง



