
นายกฯเปิดทางนำเข้าปาล์มเพิ่ม"สุเทพ"ถกข้อมูลทั้งระบบ-เบรกปุ๋ยขึ้นราคา70%
นายกฯ ไฟเขียวนำเข้าน้ำมันปาล์มเพิ่ม รอคณะกรรมการปาล์มเคาะตัวเลข "สุเทพ" เรียกข้อมูลดูทั้งระบบก่อนตัดสิน กรมการค้าภายในเมินให้ขึ้นราคาปุ๋ยตามข้อเรียกร้องของเอกชน ชี้ปรับรวดเดียว 70% สูงเกินไป
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงปัญหาน้ำมันปาล์มว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติจะนัดประชุม เพื่อเปิดให้มีการนำเข้าเพิ่มเติม ซึ่งคณะกรรมการกำลังพิจารณาว่าจะให้นำเข้า 5 หมื่นตันตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอไปหรือไม่ ซึ่งจากการได้คุยกับนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ก็เห็นตรงกันว่าควรจะเปิดเข้ามาเพิ่มเติม
นายสุเทพ กล่าวว่า จะเรียกประชุมคณะกรรมการวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปริมาณผลผลิตปาล์ม ทั้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจากภาคเอกชน ก่อนตัดสินใจว่าจะมีการนำเข้าน้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้นหรือไม่ ในปริมาณเท่าใด และในช่วงเวลาใด และเพื่อให้ได้ข้อมูลสถานการณ์ปาล์มน้ำมันในประเทศ และความต้องการของเอกชน จะมีการเชิญนายไตรรงค์ นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมให้ข้อมูลด้วย
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้ขอความร่วมมือผู้ผลิตบี 100 และผู้ค้าน้ำมัน ให้ลดการใช้น้ำมันปาล์มดิบ เพื่อช่วยลดการขาดแคลนน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภค ประกอบกับที่ผ่านมา ได้เน้นลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากดีเซล 3 มากกว่าดีเซลบี 5 ทำให้ราคาดีเซลบี 3 และดีเซลบี 5 มีส่วนต่างเหลือ 30 สตางค์ต่อลิตร ส่งผลให้แรงจูงใจในการใช้ดีเซลบี 5 ลดลง
นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงสถานการณ์ปุ๋ยเคมีด้วยว่ากรมการค้าภายในจะต้องติดตามสถานการณ์ราคา และปริมาณอย่างใกล้ชิด รวมไปถึงต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบปุ๋ยจากต่างประเทศ เพื่อกำกับดูแลให้ราคาจำหน่ายปลีกปุ๋ยเคมีปลายทางสอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง โดยขณะนี้ได้เตรียมส่งหนังสือไปยังผู้นำเข้าและผู้ผลิตปุ๋ยทุกราย แจ้งราคาประเมินปุ๋ยนำเข้าจากต่างประเทศมายังกรมในทุกๆ เดือน เพื่อนำไปใช้ตรวจสอบต้นทุนการนำเข้าปุ๋ยของแต่ละราย เพื่อให้กรมการค้าภายในสามารถดูแลราคาจำหน่ายปลีกปลายทางให้สอดคล้องกับต้นทุนในแต่ละช่วงให้มากขึ้น รวมถึงป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการจำหน่ายฉวยโอกาสขายปุ๋ยเคมีในราคาแพงเกินจริง
ส่วนกรณีที่ผู้ประกอบการผลิตและจำหน่ายปุ๋ยเคมีได้ยื่นหนังสือขอปรับขึ้นราคาปุ๋ยนั้น มองว่าการขอปรับขึ้นราคา 70% เป็นอัตราที่สูงมากคงไม่สามารถอนุมัติให้ปรับราคามากขนาดนั้น โดยในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ จะเรียกประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาราคาปุ๋ย เพื่อพิจารณาสถานการณ์ราคาปุ๋ยในปัจจุบัน ซึ่งหากพบว่าแนวโน้มต้นทุนปุ๋ยปรับสูงขึ้น คณะอนุกรรมการอาจจะต้องมีการปรับขึ้นราคาแนะนำจำหน่ายปลีกปุ๋ย รวมไปถึงพิจารณาโครงการต้นทุนปุ๋ยของแต่ละบริษัทที่ยื่นเสนอขอปรับราคามา



