ข่าว

ห่วง"เงินเฟ้อ"เสี่ยงบีบขึ้นดอกเบี้ย"ประสาร"ชี้ต้องดูแลให้ยั่งยืน-ค่าเงินระยะสั้นผันผวน

ห่วง"เงินเฟ้อ"เสี่ยงบีบขึ้นดอกเบี้ย"ประสาร"ชี้ต้องดูแลให้ยั่งยืน-ค่าเงินระยะสั้นผันผวน

27 ม.ค. 2554

ผู้ว่าการ ธปท.ชี้ "เงินเฟ้อ" จุดเสี่ยงสำคัญเศรษฐกิจไทย จำเป็นต้องใช้นโยบายดอกเบี้ยขาขึ้นดูแลเพื่อความยั่งยืน คาดปีนี้เศรษฐกิจโต 3-5% มองระยะสั้นค่าเงินยังผันผวน พร้อมเตรียมแผนรับมือความเสี่ยงจากเงินทุนเคลื่อนย้าย

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในการแถลงทิศทางการเงินของไทยและแนวทางการดำเนินนโยบายของ ธปท.ว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะสามารถเติบโตต่อเนื่อง จากปีที่ผ่านมา ขยายตัวในอัตรา 3-5% ซึ่งถือว่าเป็นอัตราการเติบโตที่กลับมาสอดคล้องกับภาวะทางเศรษฐกิจที่เป็นปกติ คือไม่สูงหรือไม่ต่ำเกินไป แต่เป็นไปตามศักยภาพระยะยาวของประเทศ แม้ตัวเลขจะดูเหมือนเป็นการชะลอลงจากปีก่อน ซึ่งมีอัตราขยายตัวสูงเนื่องจากเป็นการคำนวณมาจากฐานที่ต่ำผิดปกติ

 "การเข้าสู่ภาวะปกตินี้จะเพิ่มแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อ และหากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกสูงขึ้นตามที่คาดการณ์ไว้ จะเป็นอีกช่องทางสำคัญที่ส่งผลเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อได้ ดังนั้นในปีนี้ จึงมองว่า แนวโน้มเงินเฟ้อจะกลับมาเป็นความจุดเสี่ยงสำคัญกับเศรษฐกิจไทยอีกครั้งหนึ่ง ส่วนความเสี่ยงจากปัจจัยอื่นจะค่อยๆ ทยอยความน่ากังวลลง" นายประสารกล่าว

 นอกจากนี้ เมื่อเศรษฐกิจกำลังกลับเข้าสู่ภาวะปกติที่ความสมดุลแล้ว ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่นโยบายการเงินจะต้องปรับสู่ภาวะสมดุลให้สอดคล้องกัน เพราะหากนโยบายการเงินยังคงผ่อนคลายเกินพอดี แม้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ก็จะส่งแรงผลักดันต่ออัตราเงินเฟ้อในที่สุดแล้วเป็นเหตุให้ระบบเศรษฐกิจเสียสมดุลเสียเอง ดังนั้น คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จึงยังจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อรักษาเสถียรภาพตั้งแต่ต้น ทำให้ภาวะดอกเบี้ยต่ำมีความยั่งยืน ไม่ใช่พอท้ายที่สุดมีปัญหาแล้วต้องขึ้นดอกเบี้ยทีหลังก็จะกลายเป็นปัญหาและภาระของผู้ประกอบการและผู้บริโภค

 อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้จะเป็นไปในอัตราและขนาดที่เหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และความเสี่ยง ด้านต่างๆ ทั้งจากภายในและภายนอก แต่ก็ยากในการที่จะระบุล่วงหน้าได้ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่เหมาะสมสำหรับปีนี้ควรจะอยู่ที่ระดับเท่าใด แต่อย่างน้อยก็คิดว่า อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงที่เป็นลบนั้น ไม่เป็นระดับที่เอื้อต่อความสมดุลทางเศรษฐกิจของประเทศในภาวะปกติ

 เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนนั้น ธปท.ยังยึดมั่นในแนวคิดที่ให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวได้ตามกลไกลตลาด โดย ธปท.จะไม่เป็นผู้กำหนดระดับที่เหมาะสมของค่าเงินบาท แต่ให้ค่าเงินบาทสามารถยืดหยุ่นเปลี่ยนแปลงได้ตามปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ธปท.ตระหนักดีว่า จะมีความเสี่ยงจากเงินทุนเคลื่อนย้ายรุนแรงมากขึ้น จึงเตรียมแผนไว้รับมือไว้ 3 ด้านหลักๆ ได้แก่ 1.การศึกษาเพื่อจัดทำแผนแม่บทเงินทุนเคลื่อนย้าย 2.สนับสนุนให้มีการใช้เครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมและเอื้อต่อการบริหารความเสี่ยงของภาคเอกชน และ 3.การเตรียมความพร้อมในด้านมาตรการควบคุมเงินทุนเคลื่อนย้าย ซึ่งมีระดับความเข้มงวดที่แตกต่างกันในแต่ละสถานการณ์

 "ค่าเงินในระยะสั้นคงผันผวนค่อนข้างมาก แต่แรงกดดันในทิศทางเดียวคงมีไม่มาก ส่วนการที่บาทอ่อนในขณะนี้ก็คงไม่ได้มีผลกับเงินเฟ้อมากนัก" นายประสารกล่าว