ข่าว

จาตุรนต์อัดพธม.ทำไทย-เขมรขัดแย้ง

จาตุรนต์อัดพธม.ทำไทย-เขมรขัดแย้ง

26 ม.ค. 2554

"จาตุรนต์"อัดพธม.ชุมนุมทำไทย-กัมพูชาขัดแย้งหนัก จวกพวกคลั่งชาติ “บุญจง”สั่งผู้ว่าฯแจงปชช. อย่ามาร่วมชุมนุมในกทม.ย้ำให้เห็นทำไมรัฐบาลปฏิบัติตามข้อเสนอพันธมิตรฯ ไม่ได้

 (26ม.ค.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติและกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า แม้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้ามละเลยได้ แต่มาถึงเวลานี้ก็ชัดเจนแล้วว่าการเคลื่อนไหวนี้กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ทั้งต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและต่อสถานะและเสถียรภาพของรัฐบาลไทยเองอย่างที่หลายฝ่ายอาจคาดไม่ถึงมาก่อน

 ล่าสุดกลุ่มพันธมิตร นำโดยพลตรีจำลอง ศรีเมืองได้เสนอข้อเรียกร้อง 3 ข้อให้รัฐบาลดำเนินการภายใน 2 วัน มิฉะนั้นก็จะดำเนินการขั้นต่อไป พร้อมทั้งได้ประกาศด้วยว่า ไม่ชนะไม่เลิก(อีกแล้ว) ข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อดั่งที่ทราบกันทั่วไปอยู่แล้วนั้น เป็นข้อเสนอที่รัฐบาลไทย ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลก็ไม่ควรทำตาม เพราะเป็นข้อเรียกร้องที่มีแต่จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเสียหายมากยิ่งขึ้น และอาจจะเสียหายมากถึงกับกลายเป็นการกระทบกระทั่งหรือการรบกันระหว่างทหารของทั้งสองประเทศ เพราะสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ที่สุดสำหรับทั้งสองประเทศและสำหรับประเทศไทยเองด้วยก็คือ

 การมีสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศรวมทั้งกัมพูชาด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลและประชาชนของทั้งสองประเทศได้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีไว้แล้วด้วย รัฐบาลไทยก่อนการรัฐประหารเมื่อปี 2549 เคยมีนโยบายร่วมมือและช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านอย่างมากในสมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่ผ่านมาเพียง 4-5 ปีเท่านั้น เรากลับกำลังมีปัญหากับกัมพูชามากขึ้นๆ และกำลังมีความพยายามที่จะผลักดันให้ทั้งสองประเทศขัดแย้งกันจนถึงขั้นรบราฆ่าฟันกัน

  ปัญหาเขตแดนระหว่างประเทศนั้นควรแก้ด้วยการเจรจาหารือกัน เหมือนอย่างที่เราทำกับประเทศรอบบ้านเราจนมีผลสำเร็จด้วยดีเสมอมาซึ่งก็รวมถึงกัมพูชาด้วย มาถึงตอนนี้วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายรวมทั้งประเทศไทยเองก็คือการเจรจาหารือ ไม่ใช่ใช้กำลังเข้าใส่กัน การยกเลิกเอ็มโอยู ปี 2543 จึงไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้สองประเทศถอยหลังกลับไปสู่ภาวะที่ตึงเครียดและเสี่ยงต่อการที่ปัญหาจะลุกลามบานปลายโดยไม่เป็นประโยชน์ต่อใครเลยการถอนตัวจากการเป็นกรรมการมรดกโลกก็เป็นสิ่งที่ไทยไม่ควรทำ เพราะจะทำให้เสียโอกาสในการชี้แจงเรื่องราวต่างๆให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย และไทยก็ไม่ได้มีเรื่องปราสาทพระวิหารอยู่เพียงเรื่องเดียวที่ต้องอาศัยคณะกรรมการนี้ เรายังต้องร่วมมือกับนานาประเทศในเรื่องต่างๆอีกมาก ไทยเราจึงควรแสดงความมีวุฒิภาวะที่พร้อมจะร่วมมือแก้ปัญหาต่างๆอย่างอารยประเทศเขาทำกัน

 สำหรับข้อเสนอข้อที่ 3 ที่เสนอให้ทหารไทยผลักดันประชาชนกัมพูชาให้ออกจากพื้นที่พิพาทนั้น ฟังผิวเผินก็อาจหาเหตุผลมาโต้แย้งได้ยาก เพราะหากไม่ทำก็เหมือนกับยินยอมยกดินแดนตรงนั้นให้กัมพูชาไป แต่ความจริงการจะแก้ปัญหานี้ รัฐบาลไทยควรให้หลักการตามที่กำหนดไว้ในเอ็มโอยู ปี 2543 คือต้องใช้การเจรจาหารือบนพื้นฐานของการพยายามร่วมกันแก้ปัญหาอย่างมิตรต่อมิตรด้วยกัน จะดีกว่าการเผชิญหน้ากันด้วยกองกำลังทหารซึ่งอาจจะบานปลายเสียเปล่าๆ

 “ผมคิดว่าสังคมไทยควรมีการศึกษาทำความเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในกรณีของไทย-กัมพูชากันอย่างจริงจัง เพื่อจะได้มีทางแก้ปัญหาอย่างเหมาะสม ไม่ไปผสมโรงกับการเคลื่อนไหวที่มีลักษณะคลั่งชาติ ช่วยกันรักษาผลประโยชน์ของประเทศและความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านไว้บนหลักการที่ถูกต้อง นอกจากนั้นยังควรช่วยกันติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด บางทีการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรในเรื่องนี้อาจไม่เพียงต้องการให้ไทยกับกัมพูชาขัดแย้งกันมากยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่อาจแฝงความพยายามที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่รุนแรงด้วยวัตถุประสงค์ที่ลึกลับซับซ้อนแบบที่หาเหตุหาผลตามปรกติไม่ได้ก็ได้ ” นายจาตุรนต์กล่าว

“บุญจง”สั่งผู้ว่าแจงปชช.อย่าร่วมชุมนุม

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ได้มอบนโยบายให้ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยในระหว่างการประชุมกระทรวงว่า ที่ได้มีผู้ชุมนุมทางการเมืองในขณะนี้ ผู้ว่าฯ คงทราบว่า การชุมนุมเกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงมีการใช้สิทธิ์ที่สามารถทำได้   ยังไม่มีเหตุร้าย อย่างไรก็ตามขณะนี้มีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางรัฐบาล รวมถึงกลุ่มต่างๆ ออกมาชุมนุมใน กทม. เมื่อวันที่ 25 ม.ค.นับเป็นวันชุมนุมครั้งแรก มีผู้เข้าร่วมประมาณ   3 , 500 คน มีการประกาศชัดเจนว่าไม่ชนะไม่เลิก ถือว่าเป็นสิทธิของเขา แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องขอไปยังผู้ว่าฯ คือ ต้องทำความเข้าใจต่อประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัด เพราะประเด็นการชุมนุมของพันธมิตรฯ อาทิ

 ให้รัฐบาลถอนตัวออกจากคณะกรรมการมรดกโลก ยกเลิกเอ็มโอยู 43 ผลักดันชาวกัมพูชาออกจากประเทศ แต่วันนี้นายกฯ ประกาศชัดเจนว่าไม่สามารถทำตามได้แม้แต่ข้อเดียว หากทำตามก็จะทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผู้ว่าฯจะต้องรับทราบ และนำไปถ่ายทอดนายอำเภอ ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ( อปท.) ให้รู้ว่าการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ มีข้อเรียกร้องอะไร ทำไมรัฐบาลไม่สามารถปฏิบัติตามได้ ปฏิบัติตามแล้วมีผลกระทบอย่างไร หากประชาชนรู้ก็จะไม่มาเข้าร่วมการชุมนุมในกทม. วันนี้ประเทศบอบช้ำ ทุกคนไม่อยากมาเป็นส่วนร่วมในการเผาบ้านเผาเมือง ทางกระทรวงมหาดไทยก็อยากให้บ้านเมืองสงบ หากไม่มีการเติมคนจากต่างจังหวัด หรือบิดเบือนข้อมูล เชื่อว่าคนต่างจังหวัดก็ไม่อยากมา เพราะไม่อยากเห็นความขัดแย้งกัน โดยเฉพาะคนชายแดนรู้ดี เขาอยากอยู่สงบ ค้าขายราบรื่น ถ้าประชาชนต่างจังหวัดรู้เหตุผล การชุมนมก็ไม่รุนแรง