ข่าว

 ไฮเวย์และบายพาส

ไฮเวย์และบายพาส

27 ม.ค. 2554

เกือบทุกครั้งที่ผมเดินทางไปประเทศมาเลเซีย ผมมักจะมีโอกาสขับรถยนต์ด้วยตนเองอยู่เสมอ โดยครั้งแรกที่ผมขับรถยนต์ผ่านมาเลเซียไปสู่สิงคโปร์ ก็นานราวสามสิบปีมาแล้ว

หลังจากนั้นก็มีทั้งขี่มอเตอร์ไซค์, ขับรถเก๋ง หรือขับรถกระบะบ้าง ดูจะมีเพียงแค่ครั้งเดียวที่ผมในวัยยี่สิบปีปลายๆ ดันอุตริอวดเก่ง  ขี่รถจักรยานประเภทเสือหมอบกับเพื่อนอีกสี่ห้าคน จากหาดใหญ่ไปจนถึงเมืองอิโปร์

 ผมจำไม่ได้ว่าทางหลวงแบบไฮเวย์ในมาเลเซียสร้างขึ้นในปีไหน จำได้แต่ว่าเมื่อมีไฮเวย์ในมาเลเซียเกิดขึ้นแล้ว คนที่เดินทางด้วยพาหนะทางบกจากไทยจะเห็นได้ถึงความแตกต่างระหว่าง “ของเขา กับ ของเรา”

 กล่าวคือคนไทยจะตื่นตาตื่นใจกับไฮเวย์ในมาเลเซีย ที่มีตาข่ายขึงกั้นไปตลอด

 สองฟากทางจากเหนือจรดใต้ ทำให้ไม่ต้องวิตกกังวลกับการที่จู่ๆ จะมีรถอีแต๋น หรือไก่หมาวัวควายมาวิ่งตัดหน้าให้ต้องหักหลบจนรถตกถนน และที่สำคัญคือไฮเวย์ที่มาเลเซียจะอนุญาตให้รถมอเตอร์ไซค์เข้ามาวิ่งร่วมกันกับรถยนต์ได้ สาเหตุสองประการนี้เองที่ทำให้นักบิดจากเมืองไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่มีมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ทั้งหลาย ชอบขี่รถท่องเที่ยวในมาเลเซียกันเป็นยิ่งนัก

 ปี พ.ศ.2512 ประเทศไทยมีถนนไฮเวย์ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ถนนสายเอเชีย” เกิดขึ้น การเดินทางจากกรุงเทพฯ ขึ้นสู่ภาคเหนือของประเทศทำได้สะดวกมากขึ้น ผู้ใช้ถนนายเอเชียต้องจ่ายค่าผ่านเหมือนกับไฮเวย์ในมาเลเซีย ซึ่งมีด่านเก็บเงินอยู่สองแห่งคือ ด่านบางปะอินและด่านอินทร์บุรี โดยถนนสายเอเชียยุคแรกรถยนต์ยังต้องวิ่งสวนทางกันไปมา

 สี่สิบกว่าปีผ่านมาสายเอเชียของไทยพัฒนาก้าวหน้าขึ้นมาก มีการแบ่งช่องทางเดินรถขึ้นล่องแยกออกจากกัน และยกเลิกการเก็บเงินค่าผ่านทางมานานหลายสิบปี แต่สิ่งที่ตามมาก็คือถนนสายเอเชียที่ขยายจากเหนือสุดจรดใต้สุดไปจนถึงตะวันออกเฉียงเหนือสุดขอบแดน กลับกลายเป็นถนนที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากที่สุดในประเทศ มีความเสียหายทำให้ผู้คนบาดเจ็บล้มตายมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเทศกาลที่คนไทยเดินทางกันมากๆ

 ถนนไฮเวย์หลักของประเทศไทยรวมทั้งถนนสำคัญสายนานาชาติ ที่เรียกกันว่าทางสายเอเซียทั้งหลาย สร้างกันขึ้นมาเพื่อให้รถวิ่งได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น แต่วิศวกรประจำหน่วยงานที่รับผิดชอบ ดันอนุญาตให้มีจุดตัดจุดร่วมตลอดเส้นทาง แถมหลายแห่งยังมีสัญญาณไฟจราจร ให้รถที่วิ่งมาด้วยความเร็วต้องหยุดอย่างกะทันหัน

 นอกจากรถอีแต๋นเพื่อการเกษตรที่วิ่งด้วยความเร็วต่ำมาก และมีอุปกรณ์สัญญาณไฟไม่ครบเข้ามาร่วมวิ่งด้วยแล้ว ทางหลวงหลักของเรายังมีวัวควายหมาไก่เดินกันให้ว่อน เพราะเราไม่เคยคิดจะสร้างตาข่ายมาป้องกันสิ่งต่างๆ เหล่านั้น  

 และเมื่อหันไปมองถนนที่ตัดเลี่ยงการจราจรในเมือง หรือที่มีชื่อว่าถนนบายพาสทุกแห่งในประเทศไทย จะยิ่งพบกับความอัปลักษณ์ทางความคิดของผู้สร้างถนน เพราะแทนที่จะสร้างถนนเพื่อให้รถไหลลื่น ด้วยการจำกัดการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างริมทางที่ตัดใหม่ จะด้วยการติดตั้งตาข่ายตลอดเส้นทางแบบมาเลเซีย หรือด้วยการออกข้อกำหนดใดๆ ก็ตาม

 ถนนเกิดใหม่ทุกสายของไทยจึงกลายเป็นแหล่งเงินทอง ของนักธุรกิจที่ขยายอาคารร้านค้าไปตามริมถนนที่สร้างใหม่ตลอดเวลา การจราจรของถนนบายพาสหรือไฮเวย์หลัก จึงเกิดปัญหาทั้งอุบัติเหตุและการจราจรตามมาตลอด ถึงขั้นที่ไม่รู้ว่าจะต้องสร้างเพิ่มขึ้นกันอีกกี่สายต่อกี่สายจึงจะจบสิ้น แล้วก็โทษรถที่เพิ่มมากขึ้นโทษคนที่ใช้ถนนกันมากขึ้น โดยผู้รับผิดชอบไม่เคยหันมาโทษวิสัยทัศน์ของตนเอง ที่ทั้งสั้นและมืดบอดแม้แต่ครั้งเดียวเลยครับ

พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ