ข่าว

ชี้ ศก.โลกไม่ฟื้นฉุดไทยติดลบ 4.9%ธ.โลกรื้อเป้าจีดีพีติดลบ 2.7%-มองการเมืองกระทบน้อย

ชี้ ศก.โลกไม่ฟื้นฉุดไทยติดลบ 4.9%ธ.โลกรื้อเป้าจีดีพีติดลบ 2.7%-มองการเมืองกระทบน้อย

08 เม.ย. 2552

ธนาคารโลกหั่นเป้าจีดีพีไทยปี 2552 โตติดลบ 2.7% ชี้หากเศรษฐกิจโลกแย่ลงอีกและปัญหาการเมืองยืดเยื้ออาจดิ่งลงติดลบถึง 4.9% มองปัจจัยหลักอยู่ที่การแก้ปัญหาวิกฤติโลกเป็นหลัก เพราะไทยพึ่งการส่งออก

 น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของธนาคารโลก หรือ เวิลด์แบงก์ ประจำประเทศไทย กล่าวในการแถลงรายงาน “ตามติดเศรษฐกิจไทยและปรับคาดการณ์เศรษฐกิจเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกปี 2552” ว่าธนาคารโลกได้ปรับคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ปีนี้ใหม่ เป็นติดลบ 2.7% จากที่คาดการณ์ไว้ในเดือนธันวาคม 2550 ว่าจะเติบโต 2% เนื่องจากขณะนั้น ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกไม่ย่ำแย่อย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ส่วนในปีหน้าคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโต 2%

 ทั้งนี้ปริมาณการค้าโลกจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากสุด ความต้องการสินค้าในตลาดโลกหดตัว ทำให้การค้าโลกหดตัวติดลบ 6% ปีนี้ จากที่เคยขยายตัวได้ 4-5% ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกได้คำนวณหาสมมติฐานเลวร้ายสุด พบจีดีพีไทยอาจติดลบมากกว่า 2.7% ต่ำกว่าเส้นสีแดง หรือติดลบหนักเป็น 4.9% ปีนี้นั้น พิจารณาจากกรอบยั่งยืนในการก่อหนี้ประเทศที่รัฐต้องก่อหนี้มากขึ้น ผสมกับปัจจัยภายนอกเลวร้ายลง คือเศรษฐกิจโลกกับปริมาณการค้าโลกหดตัวมากกว่าที่คาดไว้

 "ยอมรับว่าปัญหาการเมืองอาจส่งผลกระทบต่อคาดการณ์จีดีพีไทยอยู่บ้าง แต่ไม่ร้ายแรงหรือรุนแรงเท่ากับปัญหาที่เกิดขึ้นหากเศรษฐกิจโลกหดตัวมากกว่านี้ เพราะแม้การเมืองจะมีผลกระทบต่อความมั่นใจด้านการท่องเที่ยวและการลงทุนภาคเอกชน แต่ปัญหาจริงๆ อยู่ที่ไทยจะผลิตและขายได้หรือไม่มากกว่า" น.ส.กิริฎา กล่าว

 น.ส.กิริฎา กล่าวว่า วิกฤติโลกจะทำให้ไทยเผชิญปัญหาการขอสินเชื่อเพื่อการค้า อันเนื่องมาจากปัญหาการค้าโลกโดยรวมลดลง และอาจส่งผลให้เกิดมาตรการกีดกันการค้าตามมาจนปริมาณการค้าโลกอาจลดลงกว่า 6% โดยการส่งออก 2 เดือนแรกปีนี้ของไทย ซึ่งส่งออกไปจีนมากที่สุดติดลบแล้ว 20% ส่งออกทุกประเภทโตติดลบหมด ตามภาวะตลาดต่างประเทศทุกแห่งติดลบหมด ทำให้คาดว่าปีนี้ส่งออกไทยจะติดลบ 17%

 "หากเทียบการหดตัวของส่งออกไทยกับชาติอื่นในภูมิภาคเดียวกัน จะเห็นว่าแย่กว่าไทย ซึ่งไม่ใช่ข่าวดี แต่สะท้อนว่าไทยพยายามรักษาและหาตลาดใหม่ อัตราแลกเปลี่ยนของไทยแข็งกว่าชาติอื่นไม่ส่งผลกระทบเท่าใดนัก เพราะส่งออกยังไม่หดตัวมากเท่าเพื่อนบ้าน แสดงว่านักธุรกิจไทยยังมีความสามารถอยู่" น.ส.กิริฎา ตั้งข้อสังเกต