ข่าว

คารวะอาลัยนักสู้สิทธิมนุษชน

คารวะอาลัยนักสู้สิทธิมนุษชน

27 ม.ค. 2554

ความตายของนายทองใบ ทองเปาด์ แม้เป็นไปตามสามัญลักษณะของมนุษย์ทุกผู้ ทุกนาม หากแต่ความเป็น ทองใบ ทองเปาด์ ที่มีชีวิตให้ดู อยู่ให้เห็นตลอดระยะเวลาอันยาวนาน เกือบทั้งชีวิต ที่ได้อุทิศตัวให้แก่งานเพื่อสังคม

และยืนหยัดต่อสู้เพื่อสิทธิ เสรีภาพ สิทธิมนุษยชน จนอาจกล่าวได้ว่า เขาเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนนั้น ย่อมเป็นมนุษย์ต้นแบบที่ควรศึกษาและเอาแบบอย่างได้ หากศึกษาประวัติชีวิตของนายทองใบ ทองเปาด์ ซี่งมีพื้นเพมาจากลูกชาวบ้าน อาชีพทำนา จาก จ.มหาสารคามแล้ว จะเห็นความทระนงในศักดิ์ศรีของคนที่มีรากเหง้าความเป็นคนหนังสือพิมพ์ และนักกฎหมายที่เป็นที่พึ่งพาของคนยากไร้ จนกระทั่งได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ ในปี 2527

 นายทองใบ ทองเปาด์ เกิดในครอบครัวที่มีฐานะไม่ดีนัก ระหว่างที่เดินทางมาเรียนหนังสือที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขาต้องพักอาศัยเป็นเด็กวัด วัดชนะสงคราม หลังจากจบการศึกษา นายทองใบได้เป็นทนายความ ว่าความให้นักหนังสือพิมพ์ในคดีกบฏสันติภาพในปี 2496 โดยทำงานหนังสือพิมพ์ควบคู่ไปด้วย นายทองใบเริ่มทำอาชีพนักหนังสือพิมพ์ ที่หนังสือพิมพ์ไทยใหม่ ร่วมกับนายสุภา ศิริมานนท์ จากนั้นได้ย้ายไปทำงานที่หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทยกับนายทวีป วรดิลก ต่อด้วยสยามนิกร สุภาพบุรุษประชามิตร และข่าวภาพ ซึ่งเป็นรากของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐวันนี้ ด้วยความสัมพันธ์ทั้งในฐานะทนายความ และนักหนังสือพิมพ์นี่เอง ที่ต่อมานำไปสู่ประวัติศาสตร์บาดแผลของคนหนังสือพิมพ์ภายใต้เงาเผด็จการ

 ในปี 2501 นายทองใบ ทองเปาด์ ได้ร่วมคณะเดินทางไปเยือนจีน ร่วมกับนายกุหลาบ สายประดิษฐ์ นายสุวัฒน์ วรดิลก และนางเพ็ญศรี พุ่มชูศรี เมื่อกลับมาประเทศไทยก็ถูกจับขังคุกโดยไม่มีความผิด เพราะในยุคนั้นใครมีความสัมพันธ์หรือคบหากับจีน จะถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ทั้งหมด เขาถูกขังคุกอยู่หลายปี จนกระทั่งได้รับการปล่อยตัวในปี 2509 จึงมาทำงานเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ และทนายความ ระหว่างที่ถูกคุมขังในฐานะนักโทษการเมือง นายทองใบกับพวกได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้ไต่สวนว่า พวกเขาถูกคุมขังโดยมิชอบ “เราเห็นว่า เราถูกคุมขังโดยไม่มีกำหนดเวลา เพราะฉะนั้น เรายื่นฟ้องเขา ข้อหาเอาเรามากักขังโดยมิชอบ...” คดีนี้มีการสู้คดีกันถึง 3 ศาล ในที่สุดศาลฎีกามีคำพิพากษาว่าเป็นการคุมขังโดยมิชอบ

       เมื่อคราวได้รับรางวัลรามอน แมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ นายทองใบ ทองเปาด์ ก็ปฏิเสธที่จะเดินทางไปรับรางวัล เนื่องเพราะผู้ให้รางวัลเป็นประธานาธิบดีมาร์กอส ซึ่งมีภาพของผู้นำเผด็จการ และละเมิดสิทธิมนุษยชนกรณีลอบสังหาร นายเบนิโญ อาคีโน ผู้นำฝ่ายค้านของฟิลิปปินส์ ซึ่งต่อต้านเผด็จการมาร์กอส และเขาเชื่อว่ามาร์กอสอยู่เบื้องหลัง วันนี้ นาฬิกาชีวิตของนายทองใบ ทองเปาด์ ตายแล้ว แต่นาฬิกาบอกเวลายังไม่ตาย เวลาจากนี้จะอีกกี่วัน กี่เดือน กี่ปี ก็ยังคงจารึกนามทองใบ ทองเปาด์ไว้ในหอเกียรติยศ ในฐานะนักสู้เพื่อสิทธิ เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชน ตลอดไป