
"แชท"สังหาร...วานกิ๊กฆ่าผัว
รุ่งเช้าวันที่ 28 ธันวาคม 2553 บุญเสก เพชรสิงห์ กำลังหาปลาอยู่ริมแม่น้ำน่าน อ.เมือง จ.พิษณุโลก ก็พบถังขนาด 200 ลิตร ลอยมาติดอยู่ที่ตอม่อสะพานข้ามแม่น้ำน่าน ตั้งใจว่าจะเก็บถังมาเพื่อมาใช้ประโยชน์ แต่เมื่อเปิดฝาถังน้ำมันออกก็ต้องผงะในสิ่งที่เห็น...ศพชายนิร
พล.ต.ต.ธรรมนูญ เพชรบุรี ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พ.ต.ท.ประมวล ยิ้มจันทร์ สารวัตรใหญ่ สภ.วังน้ำคู้ เดินทางไปตรวจสอบ พบศพชายไม่สวมกางเกง สวมเสื้อยืด ถูกห่อตัวด้วยผ้าปูที่นอน บริเวณคอถูกห่อด้วยผ้าขนหนูสีแดงยี่ห้อเลิฟรี่ และบริเวณลำตัวถูกอาวุธมีดแทงและฟันเข้าที่ลำตัวหลายสิบแห่ง และที่คอถูกปาดเป็นแผลลึกกว่า 3 นิ้ว จนเกือบขาด มือและเท้าถูกมัดด้วยผ้าสีชมพู ปลายนิ้วมีสายสิญจน์ผูกติดไว้ คล้ายสะกดวิญญาณ ในตัวไม่พบหลักฐานใดๆ มีเพียงตำหนิรูปพรรณบริเวณหน้าอกและต้นแขนขวาสักเป็นรูปมังกร
แนวทางสืบสวนเบื้องต้นตำรวจได้กระจายหาข้อมูลจากโรงแรมม่านรูด เก็บถังเคมีไปตรวจสอบแหล่งที่มา หาพยานบุคคลตลอดริมฝั่งแม่น้ำน่าน พร้อมประกาศตามหาญาติที่มาแจ้งความบุคคลสูญหาย จนวันที่ 3 มกราคม 2554 นายบุญเจียม ป่องพรวน เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองพิษณุโลก ว่า ลูกชายหายออกจากบ้านไปตั้งแต่ปลายปี 2553 และนายบุญเจียมยังยืนยันตำหนิรูปพรรณรอยสักและแผลผ่าตัดไส้ติ้ง ชี้ชัดว่าผู้ตายเป็นลูกชาย คือ นายเพชรพิษณุพรณ์ ป่องพรวน อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/4 ถนนพระร่วง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก
ชุดสืบสวนจึงเข้าไปตรวจสอบที่ห้องพักผู้ตาย และพบว่า นางทัศนีย์ สงค์แก้ว อายุ 33 ปี ชาว จ.ปทุมธานี ภรรยาของผู้ตาย ได้เก็บข้าวของส่วนตัว ออกจากห้องพักพร้อมลูกสาววัย 2 ขวบ ในช่วงนั้นพอดี พร้อมกันนี้ยังได้เบาะแสจากเจ้าของร้านจำหน่ายถังว่า เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม นางทัศนีย์ขับรถยนต์มาพร้อมกับผู้ชาย 2 คน และเด็กอีก 1 คน มาขอซื้อถังเคมีขนาด 200 ลิตร ซึ่งพยานได้ยกถังไปใส่ท้ายรถยนต์เก๋งสีขาวให้ และสังเกตเห็นชาย 1 คน มีร่องรอยบาดแผลที่หน้าผากและแขนซ้าย ส่วนอีกหนึ่งคนสวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า
ต่อมาชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 6 สามารถจับกุมผู้ต้องหาฆ่านายเพชรพิษณุพรได้ทั้งหมด 3 คน ที่ จ.ปทุมธานี คือ นายกฤษณะ ขันยา หรือ ดำ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ 3 ต.ขี้เหล็ก อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ และนายนิ๊ก (นามสมมติ) อายุ 16 ปี บ้านอยู่ ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรี พร้อมนำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ จ.พิษณุโลกทันที ส่วน นางทัศนีย์ ขอให้การในชั้นศาล จึงควบคุมตัวไว้ที่ สภ.วังน้ำคู้
หลังก่อเหตุนางทัศนีย์หลบหนีไปกับนายกฤษณะที่ จ.ปทุมธานี ส่วนนายนิ๊ก หนีกลับบ้านที่ จ.ชลบุรี โดยได้รับเงิน 5 หมื่นบาท พร้อมกันนี้ นางทัศนีย์ได้ส่งเอสเอ็มเอสมายังโทรศัพท์มือถือแม่ของผู้ตายว่า ไม่ต้องเป็นห่วง ไปเที่ยวต่างจังหวัดหลายวัน จนกระทั่งมาถูกตำรวจจับกุมในที่สุด
นายกฤษณะ ให้การว่า เมื่อประมาณ 5 เดือนก่อน รู้จักกับนางทัศนีย์ จากการเล่นเกมออนไลน์ และคุยผ่านระบบสนทนาออนไลน์ (เอ็มเอสเอ็ม) พร้อมแลกเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกัน ซึ่งนางทัศนีย์เล่าว่า พี่สาวกำลังมีปัญหากับสามีที่ชอบเมาแล้วซ้อมภรรยาและลูกเป็นประจำ อยากให้มาช่วยสังหารเพื่อช่วยพี่สาวและลูก หากไม่ทำจะเลิกคบทันที ด้วยความเห็นใจและสงสาร จึงชวนนายนิ๊กเดินทางโดยรถไฟมาลงที่สถานีพิษณุโลกร่วมลงมือด้วยในคืนวันที่ 26 ธันวาคม
"พอผู้ตายนอนหลับ นางทัศนีย์ก็โทรศัพท์มาบอกให้ลงมือ ผมใช้มีดแทงเข้าที่หน้าอก 1 แผล แต่เขาลุกขึ้นมาสู้ จึงร่วมกับเพื่อนใช้มีดไล่ฟันและชกล้มลงในห้องน้ำ แต่เขายังฮึดสู้ ใช้มีดฟันเข้าที่แขนผม จึงจวกแทงอีกหลายแผลจนแน่นิ่งไป แต่ยังไม่เสียชีวิต จึงจับมือมัดไพล่หลัง นายนิ๊กจึงปาดคอจนเสียชีวิต จากนั้นนำศพไว้ในห้องน้ำรอจนเช้าทัศนีย์ไปซื้อถังน้ำมันมาไว้ในห้อง ระหว่างรอนำศพไปทิ้งตอนกลางคืน นางทัศนีย์ได้เปิดอินเทอร์เน็ตและเขียนคาถาส่งวิญญาณไปสู่สุคติ ผูกไว้กับร่างของผู้ตาย พอตกค่ำจึงช่วยกันนำศพใส่ถังน้ำมันไปทิ้งแม่น้ำน่านบริเวณชุมชนวัดพันปี หวังอำพรางคดี" นายกฤษณะรับสารภาพ
- มงคลเชาวราช ทั่งมั่งมี -



