
สงกรานต์เงินสะพัดเฉียดแสนล้าน
ม.หอการค้าสำรวจใช้จ่ายช่วงสงกรานต์ คาดเงินสะพัด 9.6 หมื่นล้านบาท ได้เช็คช่วยชาติเป็นแรงกระตุ้น ระบุวางแผนใช้จ่ายลดลง กังวลเศรษฐกิจและรายได้ ส่วนใหญ่เน้นเที่ยวในประเทศ ขณะที่ยอดเที่ยวต่างประเทศทรุดต่ำในรอบ 4 ปี
นางยาใจ ชูวิชา ประธานคณะจัดทำการสำรวจความคิดเห็นประเด็นธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จาก 1,213 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 11 มีนาคม-4 เมษายน พบว่า คนไทยส่วนใหญ่ยังกังวลใจในเรื่องการจับจ่ายใช้สอย ทำให้แผนการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดอยู่ที่ 98,275.32 ล้านบาท ส่วนในปีก่อนมีเม็ดเงินสะพัด 96,181.82 ล้านบาท
ทั้งนี้ เหตุผลที่ทำให้เทศกาลสงกรานต์มีเงินสะพัดค่อนข้างมาก มาจากการที่รัฐบาลใช้มาตรการเช็คช่วยชาติ ทำให้เงินส่วนนี้ไปกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยประมาณ 3,000-5,000 ล้านบาท หากไม่มีเช็คช่วยชาติก็คาดว่า จะมีเงินสะพัดช่วงเทศกาลสงกรานต์ 93,000-95,000 ล้านบาท และหากเปรียบเทียบกับช่วงบ้านเมืองปกติและเศรษฐกิจขาขึ้นการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในอดีตเติบโตประมาณ 10% แต่หลังจากเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศมีปัญหารวมถึงสถานการณ์การเมือง ทำให้เงินสะพัดช่วงสงกรานต์ลดลง แต่ยังมีอัตราที่เติบโตบ้าง
นางยาใจกล่าวว่า จากการสำรวจคนไทยส่วนใหญ่จะท่องเที่ยวในประเทศมากถึง 87.2% ส่วนที่เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศมีเพียง 12.8% ซึ่งยอดท่องเที่ยวต่างประเทศในช่วงสงกรานต์ปีนี้ต่ำสุดในรอบ 4 ปี เนื่องจากตระหนักถึงการใช้จ่ายและรายได้ จึงหันมาท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น โดยเฉลี่ยการใช้จ่ายท่องเที่ยวต่างประเทศต้องใช้เงินกว่า 5.3 หมื่นบาทต่อคน ขณะที่ใช้จ่ายท่องเที่ยวภายในประเทศเฉลี่ย 3,000-4,000 บาทต่อคน
"แม้ภาวะเศรษฐกิจปีนี้จะชะลอตัวลง แต่คนไทยยังต้องการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อต้องการผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด รักษาประเพณีไทย" นางยาใจกล่าว
สำหรับสิ่งที่ประชาชนอยากเห็นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ คือ อยากให้การเมืองปกติ เศรษฐกิจเติบโต โดยอยากให้รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจทุกทาง แก้ไขปัญหาการว่างงาน ส่งเสริมสินค้าภาคการเกษตร ควบคุมราคาสินค้าและค่าครองชีพ ส่วนสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชน คือ การกู้เงินจากต่างประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ



