ข่าว

กต.เผย"วีระ"ตัดสินใจไม่เปลี่ยนทนาย

กต.เผย"วีระ"ตัดสินใจไม่เปลี่ยนทนาย

26 ม.ค. 2554

"อภิสิทธิ์"บอกไม่ท้อม็อบไล่ เผยเขมรปลดป้ายแล้ว ระบุทหารฝึกกำลังตามปกติ เมินพธม.ฟ้องข้อหาทำเสียดินแดน มั่นใจไม่ทำอะไรเป็นปัญหา เล็งหาตัวแทนรบ.เชิญตั้งคกก.ร่วม หวังทำข้อมูลให้ตรงกัน จี้ม็อบเปิดถนนช่วงกลางวันที่คนน้อย ลั่นบุกทำเนียบไม่ได้เพราะผิดกฎหมาย ปัดจ

 (26ม.ค.)  นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่ประเทศกัมพูชาได้ขึ้นป้ายข้อความ “ที่นี่ประเทศกัมพูชา” แทนป้ายหินเดิมว่า “ไม่มีแล้วครับลงหมดแล้วครับ เอาลงเมื่อ 5 นาทีที่ผ่านมานี่เองครับ จบแล้วครับ ส่วนการเจรจาเป็นยังไงไม่ต้องทราบหรอกครับ เอาว่าจบแล้วละครับ เพราะเราก็บอกแล้วว่ามันไม่ควรจะมีป้าย เขาก็ให้ความร่วมมือแล้ว ก็ดีครับเราก็ไม่ต้องการให้มีเงื่อนไขและเราก็ยังเดินหน้าให้ความช่วยเหลือนายวีระ สมความคิด และนางราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์” ส่วนแนวทางการให้ความช่วยเหลือทั้ง 2 คน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เนื่องจากกระบวนการของศาลยังไม่จบเราก็จะต้องดูตรงนั้นก่อนแต่ว่าก็พยายามจะหาช่องทางเตรียมไว้ ซึ่งตนยังเข้าใจว่าวันที่ 1 ก.พ.ยังมีการพิจารณาอยู่

 สำหรับกรณีที่มีการฝึกกำลังของเจ้าหน้าที่ของไทยบริเวณชายแดนใกล้เขาพระวิหาร นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องของกองทัพ ซึ่งการซ้อมเป็นการทำตามปกติอยู่แล้ว เป็นวงรอบของทางทหาร ส่วนที่มีการใช้กระสุนจริงนั้นนายกฯ กล่าวว่า การปฏิบัติเป็นเรื่องของทางกองทัพ

 ส่วนกรณีที่พันธมิตรจะแจ้งความดำเนินคดีกับนายกรัฐมนตรีที่ทำให้เสียดินแดน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ไม่มีปัญหาอะไร เพราะผมไม่คิดว่ามีปัญหา ไม่ได้ทำอยู่แล้ว ก็เป็นเรื่องของกระบวนการตามกฎหมายไป”

 เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบข้อมูลของกลุ่มพันธมิตรเพื่อให้ยกเลิกการชุมนุมแล้วมาแก้ปัญหาร่วมกัน นายกฯ กล่าวว่า ถ้าเขาพร้อมจะทำตนก็ไม่มีปัญหาอะไร หมายความว่าถ้ามีวิธีการทำให้ข้อมูลมันตรงกันมากขึ้น เพราะตนยืนยันมาตลอดว่ารัฐบาลไม่ได้มีเป้าหมายต่างจากเขาในเรื่องที่จะรักษาดินแดน เพียงแต่ข้อมูลไม่ตรงกันมุมมองไม่ตรงกัน

 “ใจผมก็พูดมาตลอดว่าน่าจะพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ แต่ถ้าเขาพร้อมที่จะทำรัฐบาลก็ไม่มีปัญหาซึ่งรัฐบาลก็จะดูว่ามีใครที่ประสานงานกับใครได้บ้าง”นายกฯ กล่าว

 เมื่อถามถึงกรณีที่พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ระบุว่าจะไม่เจรจากับรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็อยู่ทางฝ่ายผู้ชุมนุมด้วย แต่รัฐบาลพร้อมพูดคุยและแสวงหาทางทำความเข้าใจกันอยู่แล้ว ส่วนที่มีการระบุว่าจะเข้ามาในทำเนียบรัฐบาลด้วยนั้นนายกฯ กล่าวว่า “ไม่ได้หรอกครับ ก็จะเป็นการผิดกฎหมาย”
 
 เมื่อถามว่าจะให้พันธมิตรอยู่บนถนนอีกกี่วัน นายกฯ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ก็จะพยายามลดผลกระที่เกิดกับประชาชนอยู่ตลอด ซึ่งตนสั่งการอยู่ตลอดว่าให้ดูความเป็นไปได้ รวมทั้งที่ก่อนหน้านี้มีการเจรจาให้เปิดถนนพิษณุโลกแล้วกลับมาปิดอีกแล้วนั้นก็จะให้มีการเจรจา ตนย้ำว่าต้องพยายามคืนพื้นที่ให้มากที่สุด เพราะกระทบประชาชน

 “ยกเว้นว่าช่วงไหนที่คนแน่นจริงๆเราก็เข้าใจได้ แต่ไม่ควรมาปิดโดยที่ไม่มีความจำเป็นในลักษณะที่ว่าคนก็ไม่ได้เยอะช่วงกลางวันหรือช่วงที่ประชาชนน่าจะได้ใช้พื้นผิวการจราจรมากกว่า น่าจะพูดคุยกันได้”นายกฯ กล่าว

 ต่อข้อถามว่าจะทำยังไงให้กฎหมายบังคับใช้จริงๆ นายกฯ กล่าวว่า เราก็ระมัดระวังเพราะมีบางกลุ่มที่ต้องการยั่วยุให้เกิดปัญหา ก็พยายามจะอยู่บนความพอดี ตนก็กำชับเจ้าหน้าที่ไม่ให้นิ่งนอนใจ ให้เดินทางอำนวยความสะดวกให้คนส่วนใหญ่ได้ เมื่อถามว่าจะแก้ไขปัญหายังไงเพราะรัฐบาลไม่รับข้อเสนอ 3 ข้อ และพันธมิตรก็ไม่ยอมเช่นกัน นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจและตนก็พร้อมที่จะให้เขาส่งผู้แทนมาอธิบายว่าทำไมการที่ไม่ปฏิบัติข้อเรียกร้องของเขาเราถึงมองว่ามันเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับบ้านเมืองมากกว่า ทั้งนี้ก็จะดูว่ามีใครประสานกับใครได้บ้าง

 ถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ให้นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ไปประสานเพราะเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคนกลุ่มนี้มา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อวานคุยกับนายพนิชพบว่าแต่ละกลุ่มมีความอิสระต่อกัน คือนายพนิชก็จะคุยได้กับเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติที่อยู่ฝั่งถนนพิษณุโลกเท่านั้น แต่ก็ยังไม่ได้มีการประสานไปกับกลุ่มดังกล่าว

 เมื่อถามว่าการที่พันธมิตรยื่นเงื่อนไข 3 ข้อทั้งที่รู้อยู่แล้วว่ารัฐบาลไม่ปฏิบัติตามจะเป็นการบีบให้นายกฯลาออกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ต้องถามเขาครับ เพราะว่าเมื่อวานผมก็เห็นเขาขัดแย้งกันเอง คุณสนธิก็บอกว่ามาไล่ผม แต่คุณปานเทพก็บอกว่าเขาไม่ได้มาไล่ผมคุณสนธิมาไล่คนเดียว

 เมื่อถามว่าจะมีการนำพรบ.การรักษาความมั่นคงฯมาใช้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ในชั้นนี้ยังไม่มีการคิดที่จะใช้ตรงนั้น เพราะจะต้องดูสถานการณ์ก่อนว่าผลกระทบมากน้อยแค่ไหน แล้วก็จะดูตามความเหมาะสม

 เมื่อถามว่าการชุมนุมของกลุ่มพันธมตรจะส่งผลทำให้ตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่นลาออกหรือยุบสภา นายกฯ กล่าวว่า ทุกอย่างเหมือนที่เคยพูดว่าจะเลือกจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการจัดการเลือกตั้ง เพราะเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นสภาฯก็น่าจะได้สรุปในวันที่ 11 ก.พ.จากนั้นก็มีกระบวนการเพื่อให้ประกาศใช้ “ก็น่าจะตีซะว่าเป็นประมาณปลายกุมภาพันธ์ ต้นมีนา ก็จะหมดไปอีกเงื่อนไขหนึ่ง ก็มาว่ากัน”

 เมื่อถามว่าการชุมนุมยังมีอยู่กระทบต่อวันที่จะกำหนดวันเลือกตั้งหรือไม่ หรืออาจจะต้องลากออกไป ช้าไปอีก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนพยายามจะดูตอนนี้ว่าถ้ารักษาแนวทางการชุมนุมที่เป็นการชุมนุมโดยสงบ และลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนทั่วไป ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร แต่ไม่ควรให้มันมีเหตุการณ์ที่มีความรุนแรงขึ้น

 เมื่อถามว่าเงื่อนไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญรวมไปถึงการแก้กฎหมายลูกด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ครับ รู้สึกว่าบทบัญญัติเขารองรับไว้หมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายลูก เมื่อถามว่าถ้าผ่านวาระ 3 กติกาใหม่มีผลบังคับใช้เลยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าก็อาจจะต้องถามกกต.เขาสักนิดนึง เพราะเขาต้องออกระเบียบ

 เมื่อถามว่าเป็นได้หรือไม่ที่อาจจะมีการยุบสภาช่วงเม.ย.ตามที่มีการคาดการณ์ นายกฯ กล่าวว่า “ก็เป็นไปได้”

 เมื่อถามถึงกลุ่มที่ถูกจับกุมในการวางระเบิดแต่ยังมีบางส่วนที่ตำรวจกำลังติดตามมีจำนวนมากหรือไม่ นายก กล่าวว่า ตั้งแต่เหตุการณ์หลายเหตุการณ์ก็จะมีอยู่หลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่หลบหนีไป และจากกลุ่มที่เราสามารถขยายผลได้จากการสอบสวน กลุ่มที่ถูกจับกุมแล้วก็ยังมีอยู่บ้างแต่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการไปและจะทำให้ดีที่สุด และจะพยายามเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นมา เพราะข้อมูลที่เกิดจากการสอบสวนน่าจะหมดข้อสงสัยที่บอกจัดฉงจัดฉากอะไร ซึ่งเราพยายามดูแลความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุม

 “น่าเสียดายที่คนที่เป็นแกนนำพยายมหยิบยกทุกเรื่องมา ทั้งที่ความจริงรัฐบาลพยายามดูแลความปลอดภัยคนของเขาเอง เพราะผมถือว่าจะเสื้อสีไหนก็คนไทย ผมก็พยายามดูแลความปลอดภัยให้ ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะหยิบเรื่องนั้นเรื่องนี้ขึ้นมาโจมตีเพื่อความสะใจของตัวเองเท่านั้น”นายกฯ กล่าว

 เมื่อถามว่าคนคนนั้นก็เคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ด้วย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ก็เขาออกไปแล้วนี่ครับ”

 เมื่อถามว่าคิดว่าสถานการณ์นี้จะทำให้มิตรกลายเป็นศัตรูหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ไม่มีหรอกครับ ผมไม่เป็นศัตรูกับใครหรอกครับ”

 เมื่อถามว่าทั้งเรื่องเขมร เรื่องใต้ เรื่องการชุมนุมทำให้ท้อหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ไม่หรอกครับ ผมมีหน้าที่แก้ไขครับ”

สุเทพปัดข่าวมาร์คไฟเขียวทหารซ้อมรบใช้กระสุนจริง

 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่ทางการกัมพูชา เปลี่ยนข้อความในป้ายโจมตีไทยรุกล้ำดินแดน ที่บริเวณวัดแก้วสิกขาคีรีสะวาระ ว่าเป็นดินแดนของกัมพูชาว่า ทำอย่างนั้นไม่ได้ และเราก็ต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่เราสามารถทำได้ เมื่อเขาขึ้นป้ายอย่างนั้นเราก็จะมีวิธีการประท้วงของเรา และกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นคนดำเนินการ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา มีหนังสือพิมพ์ต่างประเทศระบุว่า นายกฯหารือกับฝ่ายความมั่นคง และอนุมัติให้มีการซ้อมรบโดยใช้กระสุนจริงบริเวณปราสาทพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ยืนยันว่าเป็นข่าวลือไม่มีข่าวจริง รัฐบาลจะไม่ทำอะไรที่ทำให้สถานการณ์ชายแดนตึงเครียด และถ้ามีอะไรที่พูดคุยกันได้เราก็จะพูดคุยกันทุกระดับ ซึ่งบางเรื่องต้องใช้เวลา

ปณิธานยันซ้อมรบแนวแดนไทย-เขมรไม่มีปัญหา

            นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กองทัพภาคที่ 2 เตรียมการซ้อมรบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ทางกองทัพได้แจ้งให้รัฐบาลทราบมาเป็นเวลาพอสมควรแล้วว่าจะมีการฝึกตามวงรอบในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว และได้มีการสื่อสารไปยังกัมพูชาในเรื่องนี้แล้ว เข้าใจว่าในช่วงเดือน ธ . ค . 2553 ที่ผ่านมา ครม . ได้อนุมัติงบประมาณให้กองทัพนำไปบริหารจัดการความมั่นคงจำนวน 500 กว่าล้านบาท ในบริเวณพื้นที่ตามแนวชายแดน

 “ยืนยันว่าครม.ไม่ได้สั่งการให้มีการใช้กำลังบริเวณพื้นที่ชายแดน แต่เป็นเรื่องของการทำงานตามปกติ ส่วนการจัดกำลังหรือสลับกำลังก็มีการสื่อสารไปยังฝ่ายกัมพูชา และกัมพูชาก็รับทราบไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ” นายปณิธานกล่าว

            เมื่อถามว่าเป็นการฝึกตามวงรอบไม่ใช่การยิงขู่กัมพูชาใช่หรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า เป็นสัญญาณตามปกติ เพียงแต่ว่าในรอบหลายปีที่ผ่านมา กองทัพมีงบประมาณจำกัดในการฝึกซ้อม จึงของบเป็นกรณีพิเศษเป็นกรณี ๆ ไป เข้าใจว่ามีอยู่ 2-3 ครั้งที่ได้ขอเข้ามาในการบริหารจัดการตามแนวชายแดน เรายืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะไปส่งสัญญาณอะไรที่ทำให้เพื่อนบ้านไม่สบายใจ และเขาก็รับทราบ ขณะเดียวกันก็ทำให้เราได้มีขีดความสามารถในการบริหารจัดการพื้นที่ได้ดีขึ้นโดยเฉพาะในหลายบริเวณที่มีปัญหาอยู่

             ต่อข้อถามว่าในช่วงเวลาที่กำลังมีปัญหาเรื่องป้ายประท้วงของกัมพูชาตรงแนวชายแดน การซ้อมรบจะไม่ทำให้กัมพูชาเข้าใจว่าเราต้องการแสดงแสนยานุภาพหรือ นายปณิธาน กล่าวว่า กัมพูชาได้รับทราบก่อนล่วงหน้าแล้วเป็นเวลานานนับเดือน โดยแม่ทัพภาคที่ 2 ได้แจ้งไปแล้ว   จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะทางทหารก็ได้แจ้งไปแล้วตามปกติของการฝึกซ้อมที่แต่ละประเทศจะแจ้งกันและกันให้ทราบอยู่แล้ว และบางกรณีจะมีผู้สังเกตการณ์เข้ามาร่วมด้วยจึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

"กต." เผย "วีระ"ตัดสินใจไม่เปลี่ยนทนาย

 นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือ 2 คนไทยที่ถูกกัมพูชาดำเนินคดีในข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย และข้อหาจารกรรมข้อมูลที่จะเป็นภัยต่อความมั่นคงของกัมพูชา ว่า นายวีระ สมความคิด ได้ตัดสินใจไม่เปลี่ยนทนายความใหม่ ซึ่งยังคงใช้ทนายความกัมพูชาคนเดิม ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ จัดหาให้ตามเดิม ส่วนการยื่นขอให้ทีมกฎหมายของเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติมาเป็นทนายความทำงานเสริมกันนั้น ก็ขึ้นอยู่กับนายวีระ ทางสถานทูตไทยเคารพการตัดสินใจและพร้อมให้การสนับสนุนการสู้คดีของนายวีระว่า จะยื่นขอต่อศาล ที่จะให้มีการพิจารณาคดีเร็วขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ จากเดิมวันที่ 1 ก.พ. 2554 โดยย้ำว่า กระทรวงการต่างประเทศจะไม่ทอดทิ้งนายวีระ โดยเราจะช่วยเจรจานำตัวนายวีระ และนาวสาวราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ อย่างเต็มที่และให้กลับประเทศโดยเร็ว