ข่าว

บัญญัติปิดปากสุเทพปลื้มแก้รธน.ผ่าน

บัญญัติปิดปากสุเทพปลื้มแก้รธน.ผ่าน

26 ม.ค. 2554

“บัญญัติ”ปิดปาก“ปชป.”เดินเกมล็อบบี้โหวตแก้รธน. อ้างพรรคร่วมเห็นแย้งปกติ อาจเพราะลืมอยู่ข้างรัฐบาล “เลขาฯปชป.” ปลื้ม สภา ผ่านวาระ 2 ร่างแก้ไข “รธน.ม. 93-98 ” ชี้ทำให้เงื่อนไข “ยุบสภา” ลดลง ปัด เกี้ยเซี๊ยะ “แกนนำพรรคฯร่วมตัวจริง” จัดโควตาเก้าอี้ “รมต.” แลก

(26ม.ค.) ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 13.30 น. นาย บัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยตั้งข้อสังเกตว่าพรรคประชาธิปัตย์เดินเกมล็อบบี้พรรคร่วมรัฐบาลให้ลงมติสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมติเสียงข้างมากของกรรมาธิการ (กมธ.)พิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาเป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรี ช่วงแรกพรรคร่วมรัฐบาลอาจจะมีความเห็นต่างกันบ้างก็เป็นเรื่องปกติ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าอยู่ร่วมรัฐบาลก็ปรับความเห็นได้

 เมื่อถามว่าประเด็นแก้รัฐธรรมนูญกังวลเรื่องใดอีกหรือไม่ นายบัญญัติ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลต้องไปดูแล

 เมื่อถามว่าขณะนี้พรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความประเด็นการตั้งกมธ.แก้รัฐธรรมนูญโดยมิชอบ นายบัญญัติ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ที่พรรคเพื่อไทยทำได้

        ด้านนายเจะอามิง โตะตาหยง ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงพฤติกรรมของพรรคเพื่อไทยต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญขณะนี้ ว่า เป็นการตีรวนของพรรคฝ่ายค้านเพื่อสร้างความวุ่นวายต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญในการประชุมร่วมรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ การยกข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 86 ขึ้นมาท้วงติง ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยเตรียมพิจารณาไม่เข้าร่วมการประชุมรัฐสภา ในวาระ 3 นั้น ก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ ที่ทำได้ แต่ต้องถามว่ามีมารยาททางการเมืองหรือไม่

"สุเทพ"ปลื้มสภาผ่านวาระ2ร่างแก้ไขรธน.

 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกรัฐสภาลงมติเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 93-98 ในวาระ 2 ตามสูตรเลือกตั้งส.ส.เขต 375 คน และส.ส.บัญชีรายชื่อ 125 คน ตามสูตรที่รัฐบาลเสนอ ว่า ตนเรียนมาหลายครั้งแล้วว่าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่ปัญหาของบ้านเมือง เพราะเสียงส่วนใหญ่ของรัฐสภาจะเป็นผู้ชี้ขาดทิศทางของบ้านเมือง

 เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนมั่นใจอย่างนี้มาตั้งแต่ต้น และการลงมติเมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา เห็นว่าเสียงส่วนใหญ่ก็เห็นไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้ตนรู้สึกสบายใจเพราะหมดเงื่อนไขเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไข 3 ประเด็น ที่นายกรัฐมนตรีระบุดำเนินการแล้วเสร็จ ก็จะยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ภายในปี 54 ฉะนั้นจึงรู้สึกโล่งใจที่หมดปัญหาไปหนึ่งประเด็น ขณะนี้เงื่อนไขเรื่องเศรษฐกิจและการแก้รัฐธรรมนูญดูท่าทางจะไปได้ดี ที่เหลือคือเราต้องพูดคุยเพื่อหาทางคลี่คลายความเห็นที่ไม่ตรงการทางการเมือง เรื่องการชุมนุม หากเรื่องเหล่านี้สงบบ้านเมืองปกติสุขก็จะเดินหน้าต่อไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกสบายใจขึ้นบ้างหรือไม่ที่พรรคร่วมหันมาสนับสนุนสูตร 375 บวก 125 นายสุเทพ กล่าวว่า “ผมไม่ได้มีอะไรที่กลุ้มใจ มีแต่คนอื่นที่กลุ้มใจ ท่านทั้งหลายมาถาม ผมก็บอกว่าไม่มีปัญหา” เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่าท่านไปตกลงกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลตัวจริงเกี่ยวกับการให้โควต้ารัฐมนตรี เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า “เป็นข่าวที่ไม่มีมูลความจริงเลย และต้องเรียนว่าน่าเสียดายที่มีข่าวเช่นนี้และทำให้ประชาชนสับสน จะไปคิดถึงการแบ่งโควตารัฐมนตรีอย่างไร เพราะตอนนี้ยังไม่ได้ยุบสภา และต้องมีกระบวนการว่าเมื่อไหร่ที่นายกฯจะยุบสภา และเลือกตั้ง แต่ก็ยังไม่รู้ว่าใครจะได้หรือตกเท่าไหร่ก็ยังไม่รู้ ใครจะไปจับมือกับใครเป็นรัฐบาลก็ยังไม่รู้ แล้วผมจะเอาหน้าที่ไหนไปสัญญากับคนโน้นคนนี้ และแจกโควตาลมๆแล้ง เป็นไปไม่ได้”

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจว่าการพิจารณาลงมติรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 จะผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาหรือไม่ เพราะส.ว.บางส่วนระบุว่าจะสนับสนุนสูตร 400 บวก 100 นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าไปคาดการณ์ล่วงหน้าที่ทำให้เราวิตกกังวล ไม่มีอะไรหรอก ตนเชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

“สาทิตย์”ยอมรับห่วงการชุมนุมของ“พธม.”

 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า เราติตตามการชุมนุมของทุกกลุ่ม ซึ่งตอนนี้ก็ค่อนข้างเยอะพอสมควร ยอมรับว่ารัฐบาลเองก็ต้องมีความกังวลเป็นปกติธรรมดา เพราะเราก็อยากให้ประเทศเดินหน้าไปได้ด้วยความสงบเรียบร้อย แต่ก็เข้าใจว่าข้อเรียกร้องของแต่ละกลุ่ม อยู่บนพื้นฐานที่ต้องประเมินว่าทำได้หรือไม่เพียงใด และส่งผลกระทบหรือไม่   ข้อเรียกร้องของกลุ่มพธม. นายกฯก็พยายามชี้แจงมาตลอดว่าแต่ละเรื่องจะสามารถทำได้มากน้อยเพียงไรและจะมีผลลบต่อประเทศชาติอย่างไร   

 "เมื่อช่วงเช้านายกฯได้มอบหมายให้บุคคลที่เกี่ยวข้องหลายคน อาทิ นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ ได้ช่วยกันชี้แจงผ่านสาธารณะต่อข้อเรียกร้องของกลุ่มพธม. 3 ข้อว่าทำได้หรือไม่อย่างไร    คงต้องทำความเข้าใจกันต่อเนื่อง   ถ้าทุกกลุ่มเห็นด้วยกับการที่จะต้องให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ด้วยความสงบเรียบร้อยและต้องช่วยกันรักษาบรรยากาศของบ้านเมืองก็น่าจะทำความเข้าใจกันได้   ส่วนที่กลุ่มผู้ชุมนุมฯประกาศจะยึดทำเนียบฯหรือไม่อย่างไรเป็นหน้าที่ของทางตำรวจต้องไปเจรจา”  นายสาทิตย์ กล่าว  

                ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูเหมือนจากเดิมพธม.เคยเป็นมิตรรักกันแต่กลายเป็นศัตรูกันแล้ว นายกฯยังพอจะพูดคุยกับแกนนำพธม.ได้หรือไม่ รมต.ประจำสำนักนายกฯ  กล่าวว่า ไม่มีมิตรรักเป็นพิเศษและไม่มีศัตรูที่รักเหมือนกัน  แต่เป็นคนไทยเหมือนกันก็ต้องคุยกันได้    

                 ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพธม.ออกมาโจมตีการทำงานของนายกฯอย่างรุนแรงหลายเรื่อง  นายสาทิตย์ กล่าวว่า ก็ธรรมดาการวิพากษ์วิจารณ์ก็ทำมาโดยตลอด แต่นายกฯก็ชี้แจงกับทุกกลุ่มมาตลอด ไม่เฉพาะกับกลุ่มพธม.

                 ผู้สื่อข่าวถามว่า ท้ายที่สุดจะเข้าใจกันได้หรือไม่ใน 3 ข้อเรียกร้องที่ไม่สามารถทำได้   รมต.ประจำสำนักนายกฯ   กล่าวว่า   คงต้องขึ้นอยู่กับประชาชนที่ได้ติดตามเรื่องอยู่ด้วย และต้องทำความเข้าใจกันไปว่าข้อเรียกร้องแต่ละข้อทำถ้าทำไปแล้วเสียหายหรือไม่อย่างไร     เชื่อว่าสังคมจะเข้าใจ ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมก็ต้องฟังเหตุผลของฝ่ายต้องชี้แจงด้วย    

                  ผู้สื่อข่าวถามว่า หากไม่ยอมเข้าใจก็ต้องยอมให้การชุมนุมยืดเยื้อต่อไป จนกว่าจะมีเงื่อนไขการยุบสภา  นายสาทิตย์ กล่าวว่า   การชุมนุมก็มีผลกระทบต่อประชาชน   ผู้ชุมนุมก็ต้องระมัดะวังเรื่องกระทบต่อสาธารณะ   รัฐบาลก็ทำงานกันไป   การชุมนุมก็มีกันไปเป็นปกติมาหลายปีแล้ว  แต่เราจะมามัวแต่เป็นกังวลเรื่องการชุมนุมแล้วไม่เป็นอันทำงานก็คงไม่ได้ การชุมนุมต้องแก้กันไป  การแก้ปัญหาก็ทำกันไป ส่วนปฏิทินการเมืองก็เดินมาถึงจุดที่จะต้องไปสู่การยุบสภากลับเลือกตั้งกันใหม่อีกไม่นาน นายกฯก็ไม่ได้เกริ่นเตรียมสถานที่ทำงานสำรอง เราก็ทำงานกันไปตามปกติ

“จำลอง”ลั่นจัดชุมนุมปกป้องดินแดน
             
     พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดเผยต่อสื่อมวลชนถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าทางตำรวจจะประสานงานให้มีการชุมนุมเพียง 5-7 วัน ว่า คงจะไม่ได้ เพราะเรามาทำหน้าที่ปกป้องดินแดน ซึ่งจริงๆ เป็นหน้าที่ของตำรวจ การที่กลุ่มพันธมิตรฯมาทำหน้าที่แทน ตำรวจน่าจะดีใจด้วยซ้ำ หากต้องการให้การชุมนุมเลิกนั้นง่ายนิดเดียว แค่ให้นายกฯ ทำตาม 3 ข้อเสนอที่เราเรียกร้อง เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายและทำได้ตลอด
      
       ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า จำนวนผู้ชุมนุมจะมีผลในการตัดสินใจของรัฐบาลหรือไม่ พล.ต.จำลองกล่าวว่า อยู่ที่ความเหนียวแน่นอดทนของผู้ร่วมชุมนุม จำนวนนั้นเป็นส่วนประกอบ ถ้ามีมากเท่าไรก็ยิ่งดี
      
       พล.ต.จำลองยังได้กล่าวถึงรูปแบบการชุมนุมในวันต่อๆ ไปว่า เรารับปากว่าในวันที่ 25-26 ม.ค.จะไม่มีเคลื่อนออกจากที่ตั้ง แต่วันต่อไปๆ ก็ไม่แน่ว่าเราจะเคลื่อนไปที่ทำเนียบรัฐบาล ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ส่วนการปราศรัยก็จะมีการนำข้อเท็จจริงใหม่ๆ มานำเสนอ อย่างล่าสุดกรณีป้ายที่วัดแก้วสิขาคีรีสวาระที่มีข้อความว่าเป็นพื้นที่ที่ไทยรุกล้ำเขตแดนนั้น ทางกัมพูชาได้เปลี่ยนเป็นป้ายที่ว่า “ที่นี่เป็นพื้นที่กัมพูชา” นั่นเท่ากับว่าเราถูกรุกล้ำอธิปไตยมากยิ่งขึ้น แต่รัฐบาลยังคงนิ่งเฉย
      
       ผู้สื่อข่าวถามถึงความร่วมมือระหว่างกลุ่มพันธมิตรฯ กับเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ พล.ต.จำลองกล่าวว่า ขณะนี้มีพี่น้องจากกองทัพธรรมเป็นหลัก ซึ่งตนมีตำแหน่งเป็นประธานกองทัพธรรมมูลนิธิ ความร่วมมือจึงมีอยู่แน่นอน แต่ยืนยันว่าการชุมนุมครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกรณี 7 คนไทยถูกจับกุม เพราะได้กำหนดการมานานแล้ว เรื่องคนไทย 7 คนที่ถูกจับตัวเป็นเรื่องเพิ่มเติมเข้ามาเท่านั้น ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ แต่ไม่ใช่เป้าหมายของการชุมนุม
      
       ด้าน นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรฯ กล่าวว่า การชุมนุม 5 หรือ 7 วันไม่ได้กำหนดอยู่ในรัฐธรรมนูญ มีเพียงบัญญัติไว้ว่าประชาชนมีสิทธิที่จะชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ และสันติวิธี ฉะนั้น ตราบใดที่กลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมโดยไม่มีอาวุธ ย่อมเป็นวิธีอันชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 163 ไม่มีผู้ใดมากะเกณฑ์ได้ว่าต้องชุมนุมกี่วัน
      
       ขณะที่ นายประพันธ์ คูณมี โฆษกและผู้ประสานงานการชุมนุมรวมพลังปกป้องแผ่นดิน กล่าวว่า ทราบข่าวมาว่าในวันที่ 27 ม.ค.นี้จะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจะเข้ามารายงานการดำเนินงานให้กับนายกรัฐมนตรี ถือเป็นเรื่องที่อัปลักษณ์อีกเรื่องหนึ่ง เพราะ สตง.มีหน้าที่ตรวจสอบนักการเมือง และเป็นองค์กรอิสระ นายกฯ ก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องถูกตรวจสอบ แผนงานที่ สตง.จะมาพรีเซ็นต์ในวันนั้นเป็นยุทธศาสตร์ในการตรวจสอบการบริหารงบประมาณแผ่นดิน เหตุใดจึงต้องมาพรีเซนต์ให้นายกฯ ฟัง ทั้งที่นายกฯ เป็นผู้บริหารงบประมาณแผ่นดินต้องถูกตรวจสอบด้วย รัฐบาลกลับไปครอบงำองค์กรอิสระ ยิ่งจะทำให้เรื่องการทุจริตในรัฐบาลนี้ไม่ได้รับการตรวจสอบ ถือเป็นเรื่องที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ทำได้ดีกว่ารัฐบาลทักษิณที่ไม่สามารถครอบงำ สตง.ได้ ดังที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ได้กล่าวไว้ว่านายอภิสิทธิ์ไม่ต่างจาก พ.ต.ท.ทักษิณ

"นายกฯ"นัดประชุมขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ

 เมื่อเวลา 10.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมชี้แจงความก้าวหน้าการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ทุกแผนยังเดินตามกำหนดการ ตนก็จะเร่งรัดและประชุมทุกวันจันทร์และวันพุธ ทั้งนี้ในสัปดาห์แรกเป็นการวางระบบการติดตาม สัปดาห์ต่อไปตนจะรายงานให้ทราบ