
นครบาลโต้จัดฉากจับมือบึ้มป่วนพธม.
ศาลอนุญาตฝากขังครั้งแรก ดำ - ทีเอ็นที มือลอบวางบิ้ม หวังก่อความไม่สงบ ขณะที่ ตร.พร้อมค้านการประกัน ชี้ พฤติการณ์ใช้ระเบิดร้ายแรงป่วนเมือง แถมคดีโทษสูง กลัวหนี "นครบาล" โต้กระแสข่าว " จัดฉาก " จับ " มือวางบึ้ม " เตรียมป่วนพันธมิตรฯ " ผบก.น. 6 " ยันไม
(26ม.ค.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 26 ม.ค.54 ร.ต.ต.ชวลิต น้ำใจสัตย์ พนักงานสอบสวนสน.ดุสิต ได้คบคุมตัว นายธวัชชัย หรือดำ เอี่ยมนาค อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 784 ถ.เจริญนคร แขวงบางลำพูล่าง เขตคลองสาน กทม. ผู้ต้องหาคดี พกพาวัตถุระเบิด มาฝากขังต่อศาลครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค. – 6 ก.พ. 54 เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องรอสอบปากคำพยานอีกจำนวน 3 ปาก รอผลการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา และผลการตรวจสอบวัตถุระเบิดของกลางเพื่อประกอบสำนวนการสอบสวน
ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน ขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากคดีนี้ผู้ต้องหามีของกลางเป็นวัตถุระเบิดที่มีความร้ายแรง อีกทั้งยังมีพฤติการณ์ที่จะนำเอาวัตถุระเบิดดังกล่าวไปก่อเหตุความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ประกอบกับคดีนี้มีอัตราโทษสูง หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวอาจจะหลบหนี หรือ ไปก่อเหตุอันตรายดังกล่าว
ตามคำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 24 ม.ค.54 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่า มีบุคคลต้องสงสัยขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น นูโว สีดำ ทะเบียน ลยบ-676 กทม. วนเวียนอยู่รอบทำเนียบรัฐบาล จึงเรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้นบริเวณแยกมิสกวัน แขวง/เขตดุสิต กทม. พบของกลางวัตถุระเบิดทีเอ็นที จำนวน 1 ลูก , ระเบิดแสวงเครื่อง ชนิดจุดระเบิดโดนการโทรศัพท์จำนวน 1 ชุด พร้อมโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ ไอโมบาย และ ซิมการ์ด จำนวน 1 เครื่อง จึงได้ควบคุมตัวดำเนินคดีข้อหา มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นความผิดตามพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 4 (3) , 38 และ 74 ชั้นจับกุมและสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ
ศาลพิจารณาคำร้องแล้วสอบถามผู้ต้องหาไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้
นครบาลโต้กระแสข่าวจัดฉาก"จับ"มือวางบึ้มป่วนม็อบ
เมื่อเวลา 12.00 น. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 หัวหน้าชุดสืบสวนจับกุมมือลอบวางระเบิดเตรียมป่วนการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ พร้อมพวกและอาวุธสงครามเครื่องยิงระเบิดจำนวนมากจนเกิดกระแสข่าววิพากษ์วิจารณ์ว่า ตำรวจนครบาลมีการจัดฉากการจับกุมดังกล่าวทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหาคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดในพื้นที่ กทม.ได้ว่า กรณีการจับกุมนายธวัชชัย หรือดำ เอี่ยมนาค พร้อมพวก 5 คน ขณะขี่จยย.จะนำระเบิดแสวงเครื่องไปวางที่ทำเนียบรัฐบาล พร้อมขยายผลยึดระเบิด เครื่องยิงระเบิด และกระสุนปืนจำนวนมาก และมีกระแสข่าวว่า การจับกุมนั้นอยากให้คิดกันง่ายๆว่า เราจะไปจ้างใคร หรือจะไปจัดให้มารับโทษที่มีอัตราโทษจำคุกถึง 20 ปี เชื่อว่า มันไม่น่าเป็นไปได้ วิจารณญาณของแต่ละท่านคิดว่าน่าจะมีอยู่แล้วคงน่าจะคิดได้
พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวต่อว่า กลุ่มผู้ต้องหานั้นชุดสืบสวนก็มีการติดตาม และมีทีมงานทำเรื่องนี้มานานตั้งแต่ปีที่แล้วที่เริ่มมีเหตุการณ์ไปสงบเกิดขึ้น รวมทั้งไม่ได้มีการทำเพียงลำพัง ประสานกับหน่วยงานหลายหน่วย เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สันติบาล หน่วยข่าวทางทหาร หน่วยข่าวทางมหาดไทย เป็นต้น และทำข้อมูลกัน เป้าหมายก็คือ ทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้เกิดระเบิดต้องใช้ทุกวิธี ทั้งที่เปิดเผยได้ และเปิดเผยไม่ได้ โดยอยู่ในกรอบของกฎหมาย เราไม่ได้ต้องการจะไปไล่ หรือไล่จับอะไรใคร แต่เมื่อจำเป็นก็ต้องจับกุม
“ถ้าป้องกันไม่ได้แล้วเกิดเหตุระเบิดก็ต้องจับคนร้ายให้ได้ เป็นเรื่องที่ทำมาเยอะเพียงแต่ว่า อาจจะไม่เป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ กรณีดังกล่าวอาจจะเป็นข้อสงสัยได้ก็เป็นสิทธิ์ที่จะสงสัย แต่ตนยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนทำโดยไม่คิดอะไร ว่าใครจะเอาเรื่องนี้เพื่อไปทำอะไร หรือเอาไปเป็นประเด็น แต่ทุกคนก็ทำตามหน้าที่” ผบก.น.6 กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำงานแล้วมีกระแสวิจารณ์ในทางลบท้อหรือไม่ “อาชีพตำรวจถูกด่าประจำอยู่แล้ว วันไหนไม่ถูกด่าก็อาจจะรู้สึกว่า เราไม่มีอะไรทำหรือเปล่า เรื่องแบบนี้เรื่องธรรมดาขอกันกินมากกว่านี้” พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าว
นครบาลส่งกำลังหาข่าวม็อบกันมือที่สาม
เมื่อเวลา 14.15 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ในวันนี้ว่า เหตุการณ์ในวันนี้การชุมนุมก็ยังคงปกติ ไม่มีเหตุการณ์ใดที่น่ากังวล ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นเพราะทางตำรวจได้เข้าไปพูดคุย พร้อมทั้งขอร้องผู้ชุมนุมให้ปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด อย่าสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้อง ทั้งบ้านเรือนร้านค้าที่อยู่ใกล้เคียง รวมถึงผู้สัญจรตามท้องถนนที่ใกล้เคียงการชุมนุม โดยเฉพาะถนนราชดำเนินนอก ตั้งแต่แยกจ.ป.ร.ถึงแยกสะพานมัฆวานรังสรรค์ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวกให้เลี้ยวไปทางถนนคลองผดุงกรุงเกษม และสั่งกำชับห้ามไม่ให้ผู้ชุมนุมนำรถยนต์ไปปิดกั้นถนนอย่างเด็ดขาด ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้ชุมนุม และประชาชนที่สัญจรก็ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
พล.ต.ต.กรีรินทร์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของผู้ชุมนุมก็อยู่ในกรอบดี ไม่ก่อความเดือดร้อน ภาพโดยรวมถือว่าสงบเรียบร้อยดี นอกจากนี้ แผนปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันต่อไป ขณะนี้ได้รับคำสั่งจากพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธ์ศรี ผบ.ตร. ที่กำชับให้เจ้าหน้าที่เข้มงวด และสืบสวนหาข่าวเนื่องจากเกรงว่าจะมีบุคคลที่สามเข้ามาก่อเหตุร้าย หรือสร้างสถานการณ์ขึ้น ในจุดนี้บช.น.ได้สั่งการให้ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบออกตรวจตราอย่างเข้มงวด เบื้องต้นที่ได้รับรายงานยังไม่มีข่าวว่าจะมีเหตุร้ายแต่อย่างใด นอกจากนี้ ในส่วนของการบุกรุกสถานที่ราชการต่างๆ ผบ.ตร.ก็สั่งห้ามอย่างเด็ดขาด ไม่ให้ผู้ชุมนุมบุกรุกไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม และขอให้ผู้ชุมนุมอย่าได้ฝ่าฝืน เพราะตำรวจยอมไม่ได้เด็ดขาด ต้องดำเนินการอย่างเฉียบขาดทันที
“ขณะนี้กำลังพิจารณาว่าจะลดหรือคงสภาพกำลังเจ้าหน้าที่ไว้คงเดิม ต้องขอดูทิศทางการชุมนุมในอีก 2-3 วันข้างหน้าเสียก่อน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการตรวจตราอาวุธ หรืออาจจะมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีซุกซ่อนอาวุธไว้เพื่อก่อเหตุนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้มงวดเป็นพิเศษ โดยส่งตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเข้าไปปะปนกับผู้ชุมุนมเพื่อคอยหาข่าว อีกทั้งในพื้นที่โดยรอบการชุมนุมยังมีการตั้งด่านตรวจอีกด้วย รวมถึงในพื้นที่โดยรอบกรุงเทพฯ ก็มีการตั้งด่านความมั่นคงทุกพื้นที่อยู่แล้วรวม 17 จุด ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันเหตุอีกทางหนึ่งด้วย” พล.ต.ต.กรีรินทร์ กล่าว



