ข่าว

กำชับประยุทธ์เร่งแจงปชช.เหตุบึ้มใต้

กำชับประยุทธ์เร่งแจงปชช.เหตุบึ้มใต้

26 ม.ค. 2554

“ประวิตร”กำชับ “ประยุทธ์”เร่งทำความเข้าใจปชช.เหตุบึ้มใต้ โวผลงานดับไฟใต้รอบ 3 เดือนทะลุเป้า รองผบก.ภ.จว.ยะลา คาดบึ้มพรานป่า 9ศพ ฝีมือสมุน “มาหามะ มาระ” ล้างแค้นแทนพี่ใหญ่แกนนำระดับสั่งการอาร์เคเคมือสังหารรถตู้8ศพ หลังพรานป่าให้เบาะแสฝ่ายความมั่นคงจนนำไปส

(26ม.ค.)  พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหมที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในการประชุมว่า ในที่ประชุมมีการสรุปสถิติผลงานการปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 6 ยุทธศาสตร์ที่ผู้บัญชาการทหารบกดำเนินการเพิ่มเติมจากยุทธศาสตร์หลักในเรื่องความมั่นคง ซึ่งหากดูจากสถิติในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา พบว่า มีสถิติการก่อเหตุลดลงเมือเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราได้พยายามทำเต็มที่ในทุกพื้นที่แล้ว แต่ฐานปฏิบัติการค่อนข้างกว้าง และมีถึง 295 ฐาน ที่ประชุมรมว.กลาโหมกำชับผบ.ทบ.ว่า อยากให้เข้าไปสร้างความรู้ความเข้าใจโดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับประชาชน เพื่อหาแนวทางในการร่วมมือ คิดว่า ครั้งต่อไปคงไม่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้อีก

“เจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ได้ใช้ชีวิตจริงๆ และตายจริงๆ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเราพยายามทำเต็มขีดความสามารถ และเราเชื่อมั่นที่จะเข้าไปดูแลประชาชน จึงอยากให้กำลังใจทหารด้วย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องพยายามปลอบขวัญกันตลอดเวลา การที่มีการระบุว่า ทหารละเลย หย่อนยานจะทำให้มีผลต่อขวัญกำลังใจของหน่วยงานในพื้นที่ ที่ผ่านมาต้องเป็นบทเรียนว่า ต้องมีความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะฐานต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่หมู่บ้าน และต้องหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนในพื้นที่มีทิศทางในการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ดีขึ้น และคิดว่า เขาคงไม่ได้มาล้วงความลับเราแต่อย่างใด ทั้งนี้จากการประเมินผลการปฏิบัติงานในรอบ 3 เดือนอยู่ในขั้นพอใช้ถึงระดับดี คือ ดีในเรื่องความร่วมมือ และแผนงานที่เราได้ทำไป” พ.อ.ธนาธิป กล่าว

บึ้ม9ศพแนวร่วมล้างแค้นแทนแกนนำอาร์เคเคมือถล่มรถตู้8ศพ

 พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.ภ.จว.ยะลา เปิดเผยถึงเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์กระบะของประชาชนที่มีอาชีพหาของป่า ที่ถนนในหมู่บ้าน หมู่ 1 บ.ปาแดรู ต.กาตอง อ.ยะหา จ.ยะลา ทำให้เสียชีวิต 9 ราย บาดเจ็บ 2 รายว่า จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่เชื่อว่าการก่อเหตุครั้งนี้น่าจะเป็นฝีมือของเครือข่ายแนวร่วมของ “มาหามะ มาระ”เนื่องจากต้องการต้องการแก้แค้นชาวบ้านที่เข้าไปหาของป่าในพื้นที่เคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบ และคนร้ายยังมีเป้าหมายคือการเพิ่มอุณหภูมิความรุนแรงในพื้นที่ขณะนี้ หลังจากได้ลงมือโจมตีฐาน “พระองค์ดำ”ที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

 สำหรับนายมาหามะ มาระ ถือเป็นแกนนำระดับสั่งการของกลุ่มอาร์เคเค มีประวัติพัวพันคดีก่อความไม่สงบโชกโชน ทั้งลอบวางระเบิดและซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะมีส่วนร่วมกับเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนขวัญให้กับประชาชน ด้วยการดักซุ่มยิงรถตู้โดยสารสายเบตง-หาดใหญ่ บนถนนสาย 4077 (บันนังสตา-ยะหา) พร้อมกับลงมือสังหารเหยื่อจนเสียชีวิตรวม 8 คน

 นอกจากนี้นายมาหามะ มาระ ถือเป็นแกนนำที่มีแนวร่วมและเครือข่ายสมาชิกรุ่นใหม่ในสังกัดจำนวนไม่น้อยที่เคลื่อนไหวในบริเวณพื้นที่ยะหา กระทั่ง2ปีที่ผ่านมา นายมาหามะ มาระ ได้เสียชีวิตหลังได้ปะทะกับเจ้าหน้าที่ บริเวณบ้านอูยงซูแง หมู่ 6 ต.บาโระ เขตติดต่อ ต.กาบัง อ.กาบัง ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ความมั่นคงได้ข้อมูลและเบาะแสจากชาวบ้านที่หาของป่าในพื้นที่ จึงเชื่อว่าเหตุการณ์ลอบวางระเบิดพรานป่าครั้งนี้น่าจะเป็นการล้างแค้นโดยฝีมือกลุ่มหรือเครือข่ายแนวร่วมของอดีตแกนนำระดับสั่งการของกลุ่มอาร์เคเค อย่างนายมาหามะ มาระ

พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร ระบุว่า สำหรับแนวร่วมที่ลอบก่อเหตุครั้งนี้คาดว่าจะเคลื่อนไหวในเขตกูวิง-กาบัง-ยะหา เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเจ้าหน้าที่เคยพบร่องรอยและข้อมูลของคนร้ายที่แฝงตัวเพื่อหาโอกาสเตรียมสร้างสถานการณ์ ซึ่งขณะนี้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนได้พยายามแกะรอยคนร้ายกลุ่มนี้อย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งได้จัดวางกำลังเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยให้ครอบคลุมพื้นที่แล้วเพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำในระยะนี้ 

เผยประวัติ“สะอูดี สตาปอ”สงสัยบึ้ม9ศพ

 จากกรณีเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์กระบะของประชาชนที่มีอาชีพหาของป่า เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 9 ราย บาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดที่ถนนในหมู่บ้าน หมู่ 1 บ.ปาแดรู ต.กาตอง อ.ยะหา จ.ยะลา เมื่อเวลา 17.30 น. ของวันที่ 25 มกราคม 54   ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

 ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2554 เวลา 14.00 น. แหล่งข่าวจากชุดสืบสวนสอบสวน ได้เปิดเผยข้อมูลของนายสะอูดี   สตาปอ   ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีด้านความมั่นคง ที่เชื่อว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้   ว่า สำหรับนายสะอูดี    สตาปอ ปัจจุบันอายุประมาณ  30  ปี     อยู่บ้านเลขที่  102/1   บ้านแจเวาะ หมู่  6  ต.บาโร๊ะ อ.ยะหา จ.ยะลา ได้เข้าร่วมกลุ่มก่อเหตุรุนแรงกลุ่มของนายฮูไบดีละห์   รอมือลี แกนนำระดับสั่งการที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา   โดยนายฮูไบดีละห์ ได้มอบหมายให้นายสะอูดี   รับผิดชอบในพื้นที่ ต.กาตอง ต.บาโร๊ะ อ.ยะหา จ.ยะลา

 ทั้งนี้ นายสะอูดี สตาปอ มีหมายจับในคดีความมั่นคง เกี่ยวกับการก่อการร้าย ซ่องโจร และ มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาติ จำนวน 4 หมายจับ คือ หมายจับศาลยะลา ที่ จส.193/51  ลงวันที่ 6 ก.พ.51      ที่ จส.373/50 ลงวันที่ 26 ก.ย.50     ที่ จส.385/51 ลงวันที่ 26 ก.พ.51    ที่ จส 219/49 ลงวันที่ 28 มิ.ย.49

ผู้แทนพระองค์นำของขวัญให้กำลังพลทหาร-ตร.

 เมื่อเวลา 11.30 น. วัที่ห้องประชุมชั้น 2 กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัสมิ์ พระวรชายาฯทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ พลอากาศตรี สรชัย ชีวะกลินศักดิ์ ผู้อำนวยการกองงานพระวรชายาฯเป็นผู้แทนพระองค์ นำของขวัญพระราชทานเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ไปมอบให้แก่กำลังพล ทหาร ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน

 สำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพื้นที่ทรงงานโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารและพระเจ้าวรวงค์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯได้เสด็จเยี่ยมสมาชิกโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลายครั้งและทรงติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และจาการที่ทรงงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทรงได้รับรู้ถึงภารกิจของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ที่ได้เข้าไปปฏิบัติงานด้านความมั่นคง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ กองงานพระวรชายาฯจัดผู้แทนพระองค์เดินทางมามอบของขวัญปีใหม่พระราชทานแก่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจในพื้นที่ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว