ข่าว

ชทพ.เสียงแตกไม่เอาสูตร375+125

ชทพ.เสียงแตกไม่เอาสูตร375+125

26 ม.ค. 2554

ที่ประชุมรัฐสภาผ่านร่างแก้ไขรธน.สูตรส.ส. 375+125 ฉลุย "ปู่ชัย"นัดลงมติวาระ 3 วันที่ 11 ก.พ.เวลา 10.00 น.ชทพ.เสียงแตก “ เด็กเสธ.หนั่น” สวนมติ ไม่เอาสูตร 375+125 ขณะที่ฝั่งเติ้งงดออกเสียง 4 เสียง ด้านส.ว.เลือกตั้งผนึกกลุ่มม40กว่า 60 ไม่เอาด้วย ขณะที่ส.ส.ร

(26ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายชัย ชิดชอบ ประธานที่ประชุม ได้เปิดให้สมาชิกผู้สงวนคำแปรญัตติในมาตรา 94 อภิปรายต่อเนื่อง แต่ปรากฏว่าการประชุมสภายังไม่ราบรื่น โดย ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ได้ชิงลุกขึ้นเสนอญัตติให้สภาวินิจฉัยกรณีที่มีสมาชิกทักท้วงว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผิดข้อบังคับที่ 86 แต่นายชัย ได้แย้งว่า ที่ประชุมรับญัตติดังกล่าวไม่ได้ เพราะถ้าเป็นญัตติซ้อนจะทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตกไป

จากนั้นนายชัย ได้รีบตัดบท ด้วยการเสนอปิดการอภิปราย โดยอ้างว่าสมาชิกได้อภิปรายโดยรวมไปแล้ว แต่ถูก นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นทักท้วงว่าสมาชิกเพิ่งอภิปรายไปแค่มาตรา 93 และ94 เท่านั้น ต้องเปิดให้ผู้สงวนคำแปรญัตติได้อภิปรายครบถ้วนก่อน จึงจะปิดอภิปรายได้ นายชัย จึงเปิดให้สมาชิกที่สงวนคำแปรญัตติอภิปรายต่อ ซึ่งการอภิปรายเป็นไปอย่างกว้างขวาง

ทั้งนี้ในช่วงท้ายของการประชุม บรรดาส.ส.พรรคเพื่อไทย ต่างรุมติติงการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ โดยนายสงวน พงศ์มณี ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ได้ตั้งข้อสังเกตว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ยังตกหล่นไม่ได้แก้ไขในมาตรา 103 ของรัฐธรรมนูญปี 50 ให้สอดคล้องกับมาตรา 93-98 ในร่างแก้ไขนี้ เนื่องจากมาตรา 103 เป็นการเขียนเพื่อใช้กับการเลือกตั้งแบบเขตใหญ่เรียงเบอร์ เช่น วรรค 1 กำหนดว่าพรรคการเมืองที่จะส่งสมาชิกเข้าเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใด ต้องส่งสมาชิกเข้าสมัครรับเลือกตั้งให้ครบจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีได้ในเขตเลือกตั้งนั้น และจะส่งเกินจำนวนดังกล่าวไม่ได้ ดังนั้นหากมีการแก้ไขให้เป็นเขตเลือกตั้งแบบเบอร์เดียวก็จะทำไม่ได้ จึงไม่ควรดันทุรัง ควรให้กรรมาธิการกลับไปทำใหม่

ด้านนายนิคม ไวยรัชพานิชย์ ส.ว.ฉะเชิงเทรา รองประธานวุฒิสภา ได้เสนอให้กรรมาธิการกลับไปพิจารณาใหม่ เมื่อเสร็จแล้วจึงเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาอีกครั้ง

นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่า คณะกรรมาธิการรับงานจากที่ประชุมรัฐสภาในวาระ 1 เพียงแค่นี้ และได้ทำตามกรอบที่รับมาแล้ว และจากการศึกษามาตรา 103 ก็พบว่าไม่มีปัญหาอะไร สามารถเลือกตั้งได้ จึงจะไม่ถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับไป

จนกระทั่งเวลา 02.15 น. หลังจากที่ประชุมใช้เวลาในการพิจารณามาตรา 3 ของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งประกอบด้วยมาตรา 93-98 รวม 11 ชั่วโมง ในที่สุดก็ได้ลงมติเป็นรายมาตรา โดยเห็นชอบในมาตรา 93 ซึ่งเป็นไปตามสูตร 357+125 ด้วยคะแนน 298 ต่อ 211 งดออกเสียง 35 ไม่ลงคะแนน 3 ส่วนมาตรา 94 ที่ประชุมเห็นชอบด้วยคะแนน 301 ต่อ 198 งดออกเสียง 40 ไม่ลงคะแนนเสียง 2 ส่วนมาตรา 95 ที่ประชุมเห็นชอบด้วยคะแนน 307 ต่อ 192 งดออกเสียง 41ไม่ลงคะแนนเสียง 2 ส่วนมาตรา 96 ที่ประชุมเห็นชอบ ด้วยคะแนน 302 ต่อ 200 งดออกเสียง 40 ไม่ลงคะแนนเสียง 1 ส่วนมาตรา 97 ที่ประชุมเห็นชอบ ด้วยคะแนน 306 ต่อ 192 งดออกเสียง 43 ไม่ลงคะแนนเสียง 1 และในมาตรา 98 ที่ประชุมเห็นชอบด้วยคะแนน 306 ต่อ192 งดออกเสียง 42 ไม่ลงคะแนนเสียง 2 ทั้งนี้น่าสังเกตว่ามีส.ส.พรรคเพื่อไทยร่วมโหวตไม่เห็นด้วยทุกมาตรา จากเดิมที่เคยแถลงว่าจะงดออกเสียง

อย่างไรก็ตาม นายชัย ได้นัดประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติในวาระ 3 ในวันที่ 11 ก.พ. เวลา 10.00 น. พร้อมกับสั่งปิดประชุมในเวลา 02.35 น. รวมที่ประชุมใช้เวลาในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับจำนวน 16 ชั่วโมง

ชทพ.เสียงแตกลงติไม่เอาสูตร375+125

 ผู้สื่อข่าวรายงานการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ ..พ.ศ.. มาตรา 93 ส.ส.ระบบเขต 375 คน ส.ส.ระบบสัดส่วน 125 คน โดยมีสมาชิกลงมติเห็นชอบ 298 เสียง ไม่เห็นชอบ 211 เสีย งดออกเสียง 35 เสียง ไม่ลงคะแนน 3 เสียง  พรรคเพื่อไทย ส.ส. งดออกเสียง 7 เสียง 1.นายกนก  ลิ้มตระกูล ส.ส.อุตรดิตถิ์ 2.นายจตุพร  พรหมพันธุ์ ส.ส.ระบบสัดส่วน 3.นายฉลาด ขามช่วง ส.ส.ร้อยเอ็ด 4.นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย 5.   นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ส.ส.อยุธยา 6. นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ ส.ส.ลำปาง 7. นายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี   ส่วนส.ส.ที่เห็นด้วยคือ1.นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ ส.ส.สัดส่วน   2.นายจิรพันธ์ ลิ้มสกุลศิริรัตน์ ส.ส.สมุทรปราการ 3.นายปิยะรัช หมื่นแสน ส.ส.ร้อยเอ็ด

 ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนาที่ไม่เห็นด้วย 1. นายพีระเดช  ศิริวันสาณฑ์ ส.ส.นครสวรรค์  2. นายศิริวัฒน์   ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร 3.พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ส.ส.ระบบสัดส่วน ส่วน ส.ส.งดออกเสียง   คือ 1.   นายนิอาริส เจตาภิวัฒน์  ส.ส.นราธิวาส  2.นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี   3.นายภราดร  ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง  4. นายวัชระ ยาวอหะซัน ส.ส.นราธิวาส   ขณะที่พรรคเพื่อแผ่นดินงดออกเสียงคือ นายแวมาฮาดี แวดาโอะ ส.ส.ระบบสัดส่วน    ส่วนส.ส.ไม่เห็นด้วยคือนายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ส.ส.ระบบสัดส่วน

 ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์งดออกเสียงคือน.ส.ปรีชญา   ขำเจริญ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์    ส่วนพรรคประชาราชไม่เห็นด้วยคือ   น.ส.ตรีนุช   เทียนทองและ , นายสรวงศ์  เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว    ส่วนส.ส.ที่ไม่ลงคะแนนเสียง   2 เสียง คือ พ.ต.ท.นุกูล แสงศิริ ส.ส.นครสวรรค์   พรรคภูมิใจไทย   และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ( เป็นรัฐมนตรี)

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่รัฐสภาโหวตเห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 93 ที่มีการแก้ไขให้มีส.ส.ระบบเขต 375 คนและส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ 125 คน ด้วยเสียง 298 ต่อ 211 งดออกเสียง 35 ไม่ลงคะแนน 3  ด้านส.ว.ที่ไม่เห็นด้วย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม 40 ส.ว.และส.ว.เลือกตั้ง ทั้งหมด   38 คน ประกอบด้วย 1 .นายกฤช   อาทิตย์แก้ว ส.ส.กำแพงเพชร   2 . นางกอบกุล พันธ์เจริญวรกุล   ส.ว.สรรหา   3.นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ส.ว.ราชบุรี 4. พล.ต.ต. เกริก   กัลยาณมิตร   ส.ว.สรรหา 5. นายคำนูณ สิทธสมาน ส.ว.สรรหา 6. นายจิตติพจน์   วิริยะโรจน์   ส.ว.ศรีสะเกษ   7.นายชลิต แก้วจินดา   ส.ว.สรรหา 8. นายฐิระวัตร   กุลละวณิชย์ ส.ว.สรรหา 9.นายดิเรก   ถึงฝั่ง   ส.ว.นนทบุรี   10.นายตวง อันทะไชย ส.ว.สรรหา   11.นายถาวร   ลีนุตพงษ์ ส.ว.สรรหา   12. นายธนู   กุลชล ส.ว.สรรหา   13.นายธวัช   บวรวนิชยกูร ส.ว.สรรหา 14. นางนฤมล ศิริวัฒน์   ส.ว.อุตรดิตถ์   15.นายนิคม   ไวยรัชพานิช ส.ส.ฉะเชิงเทรา 16.พล.ท.พงษ์เอก อภิรักษ์โยธิน ส.ว.พะเยา 17.พล.ต.ท.พิชัย สุนทรสัจบูลย์ ส.ว.อุดรธานี 18.นายพีระ มานะทัศน์ ส.ว.ลำปาง 19.นายมงคล ศรีกำแหง ส.ว.จันทบุรี   20.นายมณเฑียร บุญตัน ส.ว.สรรหา 21.พล.ต.ท.ยุทธยา ไทยภักดี ส.ว.สรรหา 22.น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม.23.นางรสสุคนธ์ ภูริเดช ส.ว.สรรหา 24.พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว.สรรหา 25.นายวรวุฒิ โรจนพานิช ส.ว.สรรหา 26.นายวรินทร์ เทียมจรัส ส.ว.สรรหา 27.นายวันชัย แสงสุขเอี่ยม ส.ว.สรรหา 28.นายวิทยา อินาลา ส.ว.นครพนม 29.นายวิระ มาวิจักขณ์ ส.ว.สรรหา 30.นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา 31.นายสมศักดิ์ บุญเปลื้อง ส.ว.ลำพูน   32.นายสุพจน์ เลียดประถม ส.ว.ตราด 33.น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี 34.นายสุรจิต ชิรเวทย์ ส.ว.สมุทรสงคราม 35.นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว.สรรหา 36.พล.ต.ต.องอาจ สุวรรณสิงห์ ส.ว.เลย 37.นายอนันต์ อริยะชัยพาณิชย์ ส.ว.สุรินทร์ 38.นายอนุศักดิ์   คงมาลัย ส.ว.สรรหา

 ส่วนส.ว.ที่งดออกเสียงมีกลุ่ม 40 ส.ว.และส.ส.เลือกตั้ง ส.ว.สรรหา คือ 1. นายทรงศักดิ์   ศรีอนุชาต   ส.ว.สรรหา 2.น.ส.ทัศนา บุญทอง ส.ว.สรรหา 3.นายธีระจิตต์   สถิโรตมวงศ์   ส.ว.สรรหา 4.นายบุญส่ง โควาวิสารัช ส.ว.แม่ฮ่องสอน 5.นายประวัติ ทองสมบูรณ์ ส.ว.มหาสารคาม 6.นายประสพสุข บุญเดช ส.ว.สรรหา 7.นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา 8.ม.ร.ว.ปรียานันทนา รังสิต ส.ว.สรรหา 9.นางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ส.ว.สรรหา 10.นายไพโรจน์ ถัดทะพงษ์ ส.ว.สรรหา 11. พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ ส.ว.สรรหา 12.นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ส.ว.สรรหา 13.นายสมัคร เชาวภานันท์ ส.ว.สรรหา 14.นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัยธานี 15.นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว.นครศรีธรรมราช 16.นายสุโข วุฑฒิโชติ ส.ว.สมุทรปราการ 17.นายสุพจน์ โพธิ์ทองคำ ส.ว.สรรหา   18.นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ ส.ว.ปราจีนบุรี 19.นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล ส.ว.สรรหา 20.พล.ต.อ.อำนวย เพชรศิริ ส.ว.สรรหา 21.นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ ส.ว.ขอนแก่น 22.พ.ต.อ.พายัพ ทองชื่น ส.ว.สรรหา ส่วนกลุ่มที่งดออกเสียงบางส่วนมาจากกลุ่ม 40ส.ว. และมีส.ว.ที่ไม่ลงคะแนน คือ 1.นายทวีศักดิ์   คิดบรรจง ส.ว.บุรีรัมย์    อย่างไรก็ตามกลุ่มส.ว.ที่เห็นด้วยส่วนใหญ่เป็นส.ว.สายใต้ของพรรคประชาธิปัตย์   และส.ว.สายภาคอีสานของพรรคภูมิใจไทย

ปธ.วิปรบ.ยันพรรคร่วมหนุนสูตร375 + 125ไม่ได้เล่นละคร

 นายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีที่มีส.ว.ออกมาระบุว่ามีความผิดปกติในการลงมติร่างแก้ไขรัฐ ธรรมนูญ วาระที่ 2 ที่ส่วนใหญ่อภิปรายหนุนสูตร ส.ส. 400 + 100   แต่กลับลงมติ สูตร 375+125   ว่า   ถ้าความผิดปกติหมายถึงพรรคร่วมรัฐบาล ขอเรียนว่าพรรคร่วมรัฐบาลได้มีการหารือกันเป็นระยะๆ และก่อนหน้าการประชุมวิปรัฐบาล เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ที่ผ่านมา ตนได้แจ้งไปยังแต่ละพรรคให้ไปประชุมหารือการลงมติของพรรคตัวเอง โดยทางพรรคประชาธิปัตย์ได้แจ้งในที่ประชุมวิปว่า พรรคมีจุดยืนสนับสนุนร่างตามร่างเดิมของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งหากพรรคร่วมมีมติเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ก็จะไม่รับร่างดังกล่าว โดยแต่ละพรรคได้แจ้งผลการหารือของแต่ละพรรคว่าพร้อมจะสนับสนุนร่างของรัฐบาล

 เมื่อถามว่าแสดงว่า ผลการลงมติไม่ถือเป็นเรื่องผิดปกติใช่หรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า เป็นเรื่องของการแสดงความคิดเห็น และพรรคร่วมรัฐบาลได้แจ้งกับทางพรรคประชาธิปัตย์ว่าต้องการระบบเขตเดียวเบอร์ เดียว แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ยอมรับมาตลอดจนกระทั่งมีข้อสรุปจากคณะกรรมการศึกษา พิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญชุดนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธาน เข้าสู่การพิจารณา พรรคประชาธิปัตย์จึงได้ยอมรับ ดังนั้น สิ่งที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องการก็ได้รับเรียบร้อยแล้ว และจำนวน ส.ส.เขตที่จะหายไป   25 เสียง ก็ได้อธิบายเหตุผลไปหมดแล้ว ซึ่งพรรคเล็กต้องการเขตเดียวเบอร์เดียว เพื่อสะดวกในการรณรงค์หาเสียง   เมื่อ ถามว่ามีการมองว่าพรรคประชาธิปัตย์เล่นละครกับพรรคร่วมรัฐบาล นายวิทยา กล่าวว่า เป็นอย่างนั้นจริงๆ บางคนก็คิดอย่างนั้น แต่เมื่อมติพรรคเป็นอย่างไร ก็แล้วแต่กติกาของพรรคนั้นเราก็เคารพ อาจจะไม่เห็นด้วยกับมติพรรค เขาก็สวน แต่ในพรรคประชาธิปัตย์ก็มีคนที่ไม่ได้เห็นด้วยมาโดยตลอด และแปรญัตติในสภาด้วย   แต่เมื่อถึงเวลาก็เคารพมติพรรค

             เมื่อถามว่า ส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาที่ยังมีการสนับสนุนสูตร 400 + 100   นายวิทยา กล่าวว่า ต้องรอดูผลการลงมติในวาระ 3   เนื่องจากวาระที่ 2 อาจเป็นการโน้มน้าวไปในทิศทางนั้น แต่ในวาระ 3 จะมีความชัดเจนว่าเอาหรือไม่เอา เนื่องจากเมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา มีการแปรญัตติ 12-13 สูตร ทำให้ส.ส.อาจเลือกไม่ถูก แต่วันที่ 11 ก.พ. นี้ ที่จะมีการประชุม โดยให้มีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภา คือ 313 เสียง ซึ่งก่อนมีการพิจารณาในวาระ 3 อาจจะมีการหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล

วิปฝ่ายค้านจี้คนวิ่งเต้นแก้รธน.ทบทวนบทบาท

 นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงผลลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 93-98   ที่ผลปรากฎว่าที่ประชุมรัฐสภาสนับสนุนร่างแก้ไขตามมติเสียงกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญข้างมาก ว่า ขอให้ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการล็อบบี้ผลลงมติดังกล่าว จนเกิดการเปลี่ยนแปลงมติของสมาชิก เพื่อให้เป็นไปในทิศทางที่ต้องการทบทวนบทบาท เพราะหากทำเช่นนี้อีกฝ่ายนิติบัญญัติก็ไม่มีอะไรเหลือแล้ว อย่างไรก็ตามตนไม่มองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวเป็นแผนสะกัดพรรคเพื่อไทยนการเลือกตั้ง แต่หากมีการล็อคสเปกตั้งแต่แรกแบบนี้ เชื่อได้ว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชชีวะ นายกรัฐมนตรีอยากเป็นนายกฯ อีกรอบ และพรรคประชาธิปัตย์ก็อยากเป็นแกนนำรัฐบาล

 “ ที่ผมรู้มาคือช่วง 4 - 5 โมงเย็นมีการเปลี่ยนแปลง แบบนี้ต้องบอกว่าไม่แน่จริงนี่หว่า และกระบวนการที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่สะท้อนอนาคตบ้านเมืองได้อย่างชัดเจนว่าจะเป็นไปในทิศทางใด   ซึ่งผมคาดว่าประชาชนที่มีความรู้สึกดีกับระบอบประชาธิปไตย อาจจะเสียความรู้สึก ดังนั้นในการเลือกตั้งครั้งต่อไป หวังว่าจะไม่ใช่ องค์กรอิสระ อย่าง กกต. อำนาจรัฐ และเงินไปกระทำการใดที่มิชอบ” นายวิทยา กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามถึงการประเมินการลงมติของสมาชิกรัฐสภาในวาระ 3 นายวิทยา กล่าวว่า มีให้ลุ้น เพราะจะเป็นการลงมติด้วยการเปล่งเสียงทีละคน   ดังนั้นประชาชนจะได้เห็นว่าสมาชิกรัฐสภาแต่ละคนคิดยังไงกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนมั่นใจว่าผลการลงมติจะแตกต่างจากวาระ 2 อย่างแน่นอน

 เมื่อถามว่าหากจำนวน ส.ส.มีการเปลี่ยนแปลงตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทยจะแก้เกมการเมืองแบบนี้อย่างไร นายวิทยา กล่าวว่า “โปรดติดตามตอนต่อไป ผมไม่กลับ ไม่ห่วง แต่อย่าเปลี่ยนใจแล้วกัน” 

 “5ส.ส.ใหม่”ปฎิญาณตนทำหน้าที่ต่อที่ประชุมสภาฯแล้ว

 เมื่อเวลา 13.15 น. ที่รัฐสภา   มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 ( สมัยสามัญทั่วไป) โดยมีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ทั้งนี้ ส.ส.ใหม่ จำนวน 5 คน ได้แก่นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา นายศุภรักษ์ ควรหา ส.ส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคชาติไทยพัฒนา นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย   ได้ปฏิญาณตนเข้ารับตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 123    โดยนายชัย ได้กล่าวต้อนรับ ส.ส.ใหม่ทั้ง 5 คน และระบุว่าสามารถทำหน้าที่ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป