ข่าว

สภาป่วนส.ว.สรรหาชี้รัฐดันทุรังแก้รธน.

สภาป่วนส.ว.สรรหาชี้รัฐดันทุรังแก้รธน.

26 ม.ค. 2554

ส.ว.สรรหารกังวลขั้นตอนแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกต้องหรือไม่ “เทอดพงษ์”การันตีไม่ขัด รธน. “เพื่อไทย”โวยขอเลื่อนประชุมต่อ 26 ม.ค. ด้าน“บุญยอด”ท้าส่งศาลรธน.ตีความ

เมื่อเวลา 22.45 น.วันที่ 25 ม.ค.ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว.สรรหา ผู้สงวนคำแปรญัติ ได้อภิปรายว่า กังวลว่าขั้นตอนแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ประเด็นแรกคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุเลขมาตราตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 86 วรรคท้ายที่กำหนดไว้ชัดเจนให้ระบุมาตราเมื่อมีการแก้ไขเพื่มเติมหรือยกเลิก แต่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดมาตรา อีกประเด็นคือตามหลักการที่ประชุมเห็นชอบในวาระ 1 เห็นควรแก้ไขที่มาของส.ส.เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการกำหนดจำนวนส.ส. ที่เพิ่มจาก 480 คน เป็น 500 คน จึงถือว่าเกินหลักการที่ที่ประชุมรัฐสภารับไว้ กระทบต่อการปกครองในระบบสองสภา เฉพาะแค่เรื่องอำนาจในการแบ่งกรรมาธิการซึ่งยังไม่ได้พูดถึงเรื่องรัฐธรรมนูญในมาตรา 291 ที่กระทบกับรูปแบบการปกครองต่อระบบรัฐสภา ดังนั้นขอให้ทบทวนให้ดีก่อน อย่าดันทุรังผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่เช่นนั้นสมาชิกรัฐสภาจะร่วมกันลงชื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าตรากฎหมายชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่

“เทอดพงษ์”การันตีไม่ขัดรธน.

 ด้านนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ ได้ลุกขึ้นชี้แจงทันทีว่า ขอยืนยันว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอน ไม่ผิดรัฐธรรมนูญ ส่วนกรณีที่บอกว่าหลักการแก้ไขที่มาของส.ส. แต่ไปเพิ่มจำนวนส.ส. ขัดต่อหลักการนั้น ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2486 จนถึงปัจจุบัน มีที่มาของส.ส. 2 แนวทางคือ เอาประชากรเป็นตัวตั้งหรือเอาส.ส.เป็นตัวตั้ง แล้วแปรตามจำนวนส.ส.หรือจำนวนประชากร ดังนั้นในร่างนี้เอาส.ส.500 คนเป็นตัวตั้ง

 ขณะที่นายสุรจิต ชิรเวทย์ ส.ว.สมุทรสงคราม ผู้สงวนคำแปรญัตติ กล่าวอภิปรายว่า ประเด็นเปลี่ยนไปแล้วไม่ต้องอภิปราย หากคณะกรรมาธิการฯ ยังไม่ชี้แจงหรือยังไม่กระจ่าง และหากส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความก็ไม่รู้ผลจะเป็นอย่างไร เพราะที่มาของส.ส.ต้องเป็นแบบเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อเท่านั้น ไม่มีจำนวนส.ส. คณะกรรมาธิการฯได้แก้ไขรัฐธรรมนูญเกินหลักการที่ขอไว้ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สมบูรณ์ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 86 ดังนั้นไม่ต้องไปพิจารณาข้ออื่นแล้ว อย่าจับตีไก่งวงจะดีกว่า

“เพื่อไทย”โวยขอเลื่อนประชุมต่อ26ม.ค.

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อการอภิปรายดำเนินมาจนกระทั่งถึงเวลา 23.30 น.ว่าที่ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นอภิปรายว่า การอภิปรายของสมาชิกรัฐสภาโดยเฉพาะในมาตรา 93 นั้นใช้เวลามานานกว่า 8 ชั่วโมงแล้ว ดังนั้นตนจึงขอหารือกับประธานว่าน่าจะพักการประชุมแล้วค่อยมาพิจารณากันต่อในวันที่ 26 ม.ค. นายประสพสุข บุญเดช ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมอยู่ในขณะนั้น จึงได้ขอให้ที่ประชุมช่วยพิจารณาต่ออีก 30 นาที ทำให้นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ส.ส.ชัยนาท พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายว่า ที่ประชุมนี้ได้บอกในครั้งแรกว่าจะพักการประชุมในเวลา 20.00 น. จากนั้นก็ได้เลื่อนเป็นขอพักการประชุมในเวลา 22.00 น. แต่ก็ยังมีการขอเลื่อนเป็นครั้งที่ 3 อีกว่าจะพักการประชุมในเวลา 24.00 น. ดังนั้นตนจึงไม่มั่นใจว่าจะไม่มีการขอเลื่อนเวลาออกไปเป็นเวลา 02.00 น.อีก

 ทั้งนี้นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นกล่าวว่า ขณะนี้ที่ประชุมกำลังทำผิดข้อบังคับการประชุมสภาปี 2553 ในข้อที่ 86 เนื่องจากไม่ได้มีการระบุถึงหลักการและเหตุผลของมาตราของรัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไข ดังนั้นแสดงว่าการพิจารณาของสภาตลอดทั้งวันนี้ทำผิดข้อบังคับการประชุม ทำให้นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นโต้แย้งว่า ขณะนี้ผู้สงวนคำแปรญัตติได้อภิปรายจนเกือบหมดแล้วน่าจะใช้เวลาในการอภิปรายอีกไม่มากจึงน่าจะดำเนินการประชุมต่อไป และยืนยันว่าไม่ได้เป็นการเร่งรัดหรือขัดจังหวะอย่างที่ฝ่ายค้านเข้าใจ ทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอน ส่วนที่ระบุว่าทำผิดข้อบังคับการประชุมสภาข้อ 86 นั้น ตนมองว่าขึ้นอยู่กับการตีความของแต่ละบุคคลมากกว่า เพราะตนก็สามารถตีความได้ว่าเรื่องนี้ได้ดำเนินการมาอย่างถูกต้องแล้ว ดังนั้นถ้าจะมีการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความก็เชิญ

นายประสพสุขจึงต้องกล่าวตัดบทขึ้นว่า ตนวินิจฉัยแล้วว่าไม่ได้กระทำผิดข้อบังคับการประชุมสภา จากนั้นนายประสพสุขได้ลุกขึ้นจากที่นั่งและให้นายชัย ชิดชอบ มาทำหน้าที่ประธานในการประชุมแทน โดยนายชัยกล่าวว่า เราได้ดำเนินการถูกต้องจึงได้เสนอบรรจุระเบียบวาระ 2-3 ต่อไป และถ้าสงสัยประการใดหรือเห็นว่าไม่ถูกต้องก็ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ ไม่มีปัญหา ทำให้นายนิพนธุ์ บุญญามณี ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ และรองประธานคณะกรรมาธิการฯ ต้องลุกขึ้นยืนยันว่า ได้พิจารณาทุกอย่างตามหลักการแล้ว