ข่าว

ส่งสัญญาณบาทอ่อนเอื้อส่งออก"หม่อมเต่า"ชี้การเมือง-เงินเฟ้อปัจจัยเสี่ยงศก.ไทย

ส่งสัญญาณบาทอ่อนเอื้อส่งออก"หม่อมเต่า"ชี้การเมือง-เงินเฟ้อปัจจัยเสี่ยงศก.ไทย

26 ม.ค. 2554

ประธานบอร์ด ธปท.ชี้ การเมือง-เงินเฟ้อปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย หนุนปล่อยบาทอ่อนเอื้อส่งออก แต่ต้องดูแลไม่ให้เงินเฟ้อสูงมาก ด้าน ม.หอการค้าไทยแนะรัฐต่ออายุมาตรการตรึงราคาสินค้า พร้อมขยายเพดานตรึงน้ำมันดีเซลเป็นลิตร 31-32 บาท สกัดเงินเฟ้อพุ่ง

ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ประธานกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ปัญหาการเมืองและเงินเฟ้อถือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเติบโตของภาพรวมเศรษฐกิจไทย ซึ่งหากต้องการให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ก็ต้องพยายามไม่ให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง เพราะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ลงทุนได้ ดูได้จากในต่างประเทศจะเห็นว่าประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อสูงการเติบโตทางเศรษฐกิจมักจะไม่ดีนัก เพราะคนไม่กล้าลงทุน

 "เงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นส่วนหนึ่งก็เป็นผลจากเงินบาทอ่อนค่าลง มันคือปัญหางูกินหาง ที่เวียดนามไปไม่รอดก็คงเพราะเหตุนี้ ซึ่งการดูแลของ ธปท.และคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ต้องทำให้เกิดความสมดุลระหว่างอัตราแลกเปลี่ยน ดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และระดับทุนสำรองระหว่างประเทศ" ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าว

 อย่างไรก็ตาม การที่ภาคส่งออกเป็นรายได้หลักของประเทศ หากอุตสาหกรรมนี้ขยายตัวดี ก็น่าจะส่งผลดีต่อภาพรวมการเติบโตของเศรษฐกิจไทยด้วย ดังนั้น เมื่อเงินบาทอ่อนค่าส่งผลดีต่อการส่งออก การดูแลค่าเงินของ ธปท. จึงค่อนข้างผ่อนคลายในกรณีที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง

 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า รัฐบาลควรต่ออายุมาตรการตรึงราคาสินค้าที่จะสิ้นสุดในสิ้นเดือนมีนาคม 2554 ออกไปอีก เพื่อชะลอการปรับขึ้นราคาสินค้า ซึ่งจะเป็นตัวกดดันอัตราเงินเฟ้อให้ปรับตัวสูงขึ้น และเป็นเหตุให้ ธปท.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.5-1% เพื่อสกัดเงินเฟ้อ โดยควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในไตรมาส 3 ของปีนี้ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการ

 ส่วนการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ไม่ควรเกินเดือนมีนาคม และควรขยายเพดานการตรึงราคาน้ำมันดีเซล ไปอยู่ที่ 31-32 บาทต่อลิตร เพื่อให้ประชาชนมีเวลาในการปรับตัว ซึ่งการขยายระยะเวลาตรึงราคาน้ำมันนานเกินไป หรือมีการใช้งบประมาณส่วนอื่น เช่น การลดภาษีสรรพสามิต จะไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาว

 นายธนวรรธน์กล่าวถึงการชุมนุมทางการเมืองด้วยว่า เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ ซึ่งสะท้อนจากบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลงต่อเนื่อง และแม้การเมืองจะยังไม่บั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค แต่ก็มีผลต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความเชื่อมั่นในภาคการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ทางการเมืองได้ และมีความรุนแรงเกิดขึ้น จะมีผลต่อเศรษฐกิจอย่างแน่นอน