
ผวา"รุนแรง-ยืดเยื้อ"ซ้ำศก.ดิ่งลึก กกร.ติงงดใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-ยุบสภาไม่ใช่ทางออก
กกร.หนุนรัฐใช้กฎหมายเข้มดูแลการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดง งดใช้ความรุนแรง ชี้ไม่ควรปล่อยยืดเยื้อ หวั่นกระทบการท่องเที่ยว ฉุดเศรษฐกิจรวมเสียหายหนัก ค้านยุบสภาเพราะทำให้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจชะลอ ม.หอการค้าระบุเหตุการณ์รุนแรงจีดีพีติดลบ 5-6%
นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยหลังประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ส.อ.ท.และสมาคมธนาคารไทย ว่าที่ประชุมกกร.ได้หารือประเด็นการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง และสรุปว่ากกร.ยืนยันให้รัฐบาลทำตามกฎหมาย โดยใช้กฎหมายให้เข้มแข็งชัดเจน แต่ไม่ควรใช้ความรุนแรง ซึ่ง กกร. จะติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงอย่างใกล้ชิด หากการชุมนุมมีความรุนแรงก็จะหารือกันภายใน กกร. เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดมาตรการออกมา
ทั้งนี้ กกร.มีข้อสรุป 3 ข้อ คือ 1.ภาคเอกชนทั้ง 3 องค์กรต้องการการดูแลสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปตามกฎหมาย 2.ภาคเอกชนเห็นว่าไม่ควรเกิดความรุนแรง เพราะจะกระทบกับความเชื่อมั่นการลงทุนและการท่องเที่ยว ถ้าเกิดความรุนแรงขึ้นจะเกิดข่าวไปทั่วโลก ส่งผลเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยรวม และ 3.ภาคเอกชนไม่ต้องการให้เหตุการณ์ชุมนุมยืดเยื้อเพราะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
"เบื้องต้นไม่ต้องการให้เหตุการณ์ชุมนุมมีความรุนแรงหรือมีการนำ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินมาใช้ เนื่องจากมีประสบการณ์แล้วว่าถ้าเหตุการณ์รุนแรงจะทำให้ทั่วโลกจับตามองไทย จะส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงการลงทุนและการท่องเที่ยว โดยเห็นว่าปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นขณะนี้ควรได้รับการแก้ไขก่อนเรื่องอื่น" นายสันติกล่าว และว่า การชุมนุมไม่ควรยืดเยื้อเกิน 2 เดือน เพราะจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจลดลงมากกว่าเดิม โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่จะได้รับผลกระทบหนัก
ด้านนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การยุบสภาในขณะนี้ไม่ใช่ทางเลือกที่มีเหตุผล เพราะปัจจุบันไม่มีความขัดแย้งเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้ามีการยุบสภาจะส่งผลให้เศรษฐกิจชะงัก เพราะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะชะลอตัว และทำให้เม็ดเงินที่เตรียมไว้ไม่สามารถลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้ ซึ่งที่ผ่านมาภาคเอกชนต้องการให้งบประมาณเข้าสู่ระบบเพื่อให้เกิดการบริโภค และถ้าการชุมนุมยืดเยื้อจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทันที แต่เชื่อว่ารัฐบาลจะมีความมั่นคงพอเพราะเสียงสะท้อนของประชาชนในขณะนี้ยังสนับสนุนรัฐบาล
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดงที่กำหนดชุมนุมใหญ่ 8 เมษายนนี้ หากสถานการณ์รุนแรงถึงขั้นแตกหัก มีการยึดสถานที่คมนาคมขนส่ง เช่น สนามบิน มีการปะทะกัน จะทำให้เศรษฐกิจไทยติดลบ 5-6% จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะติดลบเพียง 3%



