ข่าว

 ความด้านของคน

ความด้านของคน

26 ม.ค. 2554

ข่าวสารจากคอลัมน์สื่อมวลชน เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ระดับ รองผู้บังคับการ-สารวัตร ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน คือ ฝ่ายการเมืองส่งบัญชี ตำแหน่งที่ต้องการ มาให้ ผบ.ตร.ดำเนินการกำชับห้ามต่อรอง ต้องปฏิบัติลูกเดียว

 กฎเกณฑ์ของ ก.ตร.ให้แต่งตั้งเลื่อนตำแหน่ง 33% ของบัญชีอาวุโส ที่เหลือให้พิจารณาตามความเหมาะสม

 เหมาะสมในสายตาใคร? มีความหมายว่าตามอำเภอใจของผู้มีอำนาจใช่หรือไม่?

 ในหน่วยงานหลักๆ ของ สตช. เช่น บช.น., บช.ภ.1-9, บช.ก., สตม., รับฟังจากผู้บัญชาการ อย่างน้อย 3 หน่วย บอกว่า
 "มันทำบัญชีที่ส่งมาครบตำแหน่งว่าง มันเอาหมดเลย"

 "33% ที่บังคับให้ต้องเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ได้ไม่มีปัญหา ส่งไปอยู่หน่วยงานสนับสนุน ธุรการ" "ขัดกฎเกณฑ์ กรณีย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่ง เพราะไม่ครบ 2 ปี อย่ามีปัญหานะ ให้ทำการยกเว้นคุณสมบัติและกฎเกณฑ์มาเดี๋ยวสั่งให้"

 ผบช.บางหน่วย บ่นพึมพำว่า "เป็นผู้บัญชาการ ไม่มีสิทธิ์เลือกลูกน้องเลยแม้ตำแหน่งเดียว" ฝ่ายการเมืองจัดทำมาให้เสร็จ

 ผบ.ตร.หรือ? ก็ดูหน้าตาท่านยามนี้ซิ เหมือนคนอมทุกข์ ท้องผูก ถ่ายอุจจาระไม่ออกมา 3 วัน น่าสงสารจริงๆ

 นี่คือ ความหน้าด้านของคนที่เอาแต่ได้ ระบบราชการเสียหายหมด

 ขนาด อาจารย์ป๋อม พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ว่าที่ ก.ตร. ที่นายตำรวจระดับผู้กำกับฯ ขึ้นไป เลือกให้มาทำหน้าที่เป็นปากเสียงให้ตำรวจโดยเฉพาะการโยกย้ายครั้งนี้จะได้มีความเป็นธรรมเกิดขึ้นกับองค์กรตำรวจเสียที เพราะดูไร้ศักดิ์ศรี ตกเป็นทาสของนักการเมืองมานานหลายปีแล้ว

 พอท่านอชิรวิทย์ ออกมาโวยวายถึงพฤติกรรมของนักการเมืองที่กดขี่ ข่มขู่ ผู้บังคับบัญชาของตำรวจให้ปฏิบัติตามในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจทุกครั้ง

 นักการเมืองพวกนี้ ก็เอาหูทวนลม ลอยหน้าลอยตาปฏิเสธ

 ทำไมบิ๊กตำรวจ ไม่รวมตัวกันออกมาสู้

 นักการเมืองจำนวนมาก กระทำการผิดกฎหมายกันมากมาย

 ลองสั่งการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดี, ออกหมายจับ สักสิบยี่สิบราย ดูซิมันจะผยองอยู่อีกหรือไม่

 คมพิทักษ์ราษฎร์