ข่าว

แม่ทัพภาค2จวกกัมพูชาติดป้ายยั่วยุ

แม่ทัพภาค2จวกกัมพูชาติดป้ายยั่วยุ

25 ม.ค. 2554

แม่ทัพภาคที่ 2 จวกกัมพูชาตั้งป้ายกล่าวหาทหารไทยรุกล้ำอธิปไตย เป็นการสร้างสงครามความรู้สึก ยั่วยุคนไทยให้ขาดสติ เตือนทุกฝ่ายอย่าหลงมนตร์เขมร ขอให้เชื่อมั่นในทหารและหน่วยงานของรัฐฯ ที่กำลังเดินหน้าสางปัญหาอย่างเต็มที่

 เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 25 ม.ค.2554พลโทธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงการดำเนินการเกี่ยวกับปัญหาที่ทางฝ่ายกัมพูชาขึ้นป้ายประท้วงทหารไทยในพื้นที่ทับซ้อนชายแดนไทย - กัมพูชา ภายในวัดแก้วสิขาคีรีสวาระ ทางด้านทิศตะวันตกของปราสาทเขาพระวิหาร ว่า ขณะนี้การดำเนินการอยู่ในช่วงของการประสานงานกับฝ่ายกัมพูชา แต่การดำเนินการจะเป็นไปในทิศทางใดก็ต้องขึ้นอยู่กับทางผู้นำของฝ่ายกัมพูชาที่จะสั่งการออกมา ขอยืนยันว่าสถานการณ์และความสัมพันธ์ระหว่างทหารตามแนวชายแดนทั้งไทยและกัมพูชายังอยู่ในภาวะปกติ

  แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า การสั่งการทุกอย่างของฝ่ายกัมพูชาต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสมเด็จฮุนเซน ซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศ โดยในเบื้องต้นทางฝ่ายกัมพูชาออกมาอ้างว่า ที่มีการขึ้นป้ายต่อต้านทหารไทยนั้นเป็นการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ในส่วนของฝ่ายทหารก็ไม่มีอำนาจที่จะเข้าไปแก้ไขในส่วนนี้ได้ จึงจำเป็นต้องรอรับคำสั่งจากทางสมเด็จฮุนเซน และกระทรวงการต่างประเทศของฝ่ายกัมพูชาว่าจะดำเนินการจัดการอย่างไรกับปัญหาที่เกิดขึ้น

  ในส่วนการดำเนินการของฝ่ายไทยนั้นทางกองทัพภาคที่ 2 ออกก็ได้มีการประสานกับทางฝ่ายกัมพูชาเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น ว่าให้เร่งรีบดำเนินการแก้ไข แต่ก็ไม่ได้มีการกำหนดระยะเวลาว่าต้องเสร็จสิ้นในเวลาใด ซึ่งในรายละเอียดที่ได้รับรายงานมานั้น ป้ายดังกล่าวถูกติดตั้งขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2554 ที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อมีการตรวจพบทางกองทัพภาคที่ 2 ก็ได้มีการประท้วงด้วยวาจากับผู้นำทหารในพื้นที่มาโดยตลอด แต่ได้รับคำตอบว่าการดำเนินการทุกอย่างทางกระทรวงต่างประเทศของกัมพูชาเป็นผู้ดำเนินการ โดยเป็นการประดิษฐ์ป้ายจากฝั่งกัมพูชาแล้วนำมาติดตั้งในพื้นที่ จากนั้นก็มีการเขียนข้อความที่ก้อนหินภายในวัดฯ ซึ่งเมื่อได้ทราบดังนั้นทางกองทัพภาคที่ 2 ก็ได้มีการประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศของไทยให้ดำเนินการส่งหนังสือประท้วงเป็นลายลักษณ์อักษรไปแล้ว  ส่วนทางกองทัพภาคที่ 2 เองก็จะดำเนินการเจรจาทางทหารควบคู่ไปด้วย 

 พลโทธวัชชัย กล่าวว่า หลังจากนี้ไปคาดว่าทางฝ่ายกัมพูชาเองคงจะไม่ดึงดันที่จะรื้อป้ายออก เนื่องจากเชื่อว่าการเจรจาระหว่างกระทรวงการต่างประเทศของ 2 ประเทศและหน่วยงานต่างๆก็น่าจะมีความเข้าใจระหว่างกัน เพราะได้เคยมีการพูดคุยร่วมกันมาก่อนแล้วว่า พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ทับซ้อน และพื้นที่ดังกล่าวจะตกเป็นของฝ่ายใดก็ต่อเมื่อทางคณะกรรมการปักปันเขตแดนร่วม  หรือเจบีซี เป็นผู้ดำเนินการตัดสิน แต่จนถึงขณะนี้ทุกอย่างก็ยังไม่มีการชี้ขาด จึงยังคงถือว่าพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ทับซ้อนและไม่มีใครสามารถอ้างสิทธิ์ได้ และประชาชนทั้ง 2 ประเทศก็สามารถที่จะเข้าไปดำเนินกิจกรรมบางอย่างในพื้นที่ได้

  แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเองเป็นผู้กำกับดูแลพื้นที่ที่เกิดปัญหาอยู่ในขณะนี้ขอยืนยันว่า ทหารทุกนายทุกคนถือเป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่ง และมีหน้าที่ในการปกป้องดูแลรักษาอธิปไตยของประเทศชาติ  ดินแดนของไทยไม่ว่าจะเป็นจุดใดทางทหารก็จะต้องรักษาไว้จนสุดชีวิต ดังนั้นประชาชนทุกคนไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้  ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการติดป้ายยั่วยุอารมณ์และความรู้สึก ก็ขอให้คนไทยทุกคนมีสติ

 ทั้งนี้สิ่งที่เกิดขึ้นยืนยันว่าไม่ได้มีผลกระทบกับการพิจารณาเขตแดนแต่อย่างใด  แต่อาจจะมีผลต่อความรู้สึกของประชาชน ที่เรียกว่าสงครามความรู้สึก ซึ่งสิ่งนี้ก็จะทำให้ทางกองทัพภาคที่ 2 แก้ไขปัญหานี้ได้ลำบากมากขึ้น ยังไม่แน่ใจว่าปัญหาทุกอย่างจะจบลงได้เร็วหรือช้าเพียงใด ส่วนการตรึงกำลังทหารในพื้นที่แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า ยังมีทหารไทยและกัมพูชา ตรึงกำลังโดยรอบพื้นที่คอยดูแลความเรียบร้อยเช่นเดิม ไม่มีการปรับลดหรือเพิ่มกำลังทหารแต่อย่างใด