ข่าว

ผ่านร่างแก้ไขรธน.กรณีทำสนธิสัญญา

ผ่านร่างแก้ไขรธน.กรณีทำสนธิสัญญา

25 ม.ค. 2554

รัฐสภาผ่านร่างแก้ไขรธน.ม. 190 วาระที่สองแล้วด้วยเสียง 343 ต่อ 205 เสียง คงตามกมธ.แก้ไข ด้าน“รสนา” จวก รัฐบาลชอบทำให้รัฐสภาเป็นตรายาง เสนอแก้เนื้อหาเพื่อตั้งกมธ.กลั่นกรองก่อนเสนอรัฐสภา

 (25ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 มาตรา 190 ว่าการด้วยการทำสนธิสัญญากับต่างประเทศ ที่จะต้องผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภา มีสมาชิกขอแปรญัตติไว้จำนวน 36 คน โดยการอภิปรายในมาตรา 190

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้อภิปรายส่วนใหญ่เป็น ส.ว.ในกลุ่ม 40 ส.ว. อาทิ นายวรินทร์ เทียมจรัส นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย นายสุรจิต ชิรเวทย์ ส.ว.สรรหา นายประเสริฐ ชิตพงษ์ ส.ว.สงขลา และน.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม.

 น.ส.รสนา กล่าวว่า การแก้ไขมาตรา 190 ควรแก้ไขให้ชัดเจน เพื่อเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของชาติทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของ ประเทศ ทั้งนี้รัฐบาลมักจะเสนอเรื่องอย่างเร่งด่วนทำให้รัฐสภาเป็นเหมือนตรายางที่เซ็นเช็คเปล่าไปทำอะไรก็ได้ ดังนั้นหากมีการแก้ไขมาตรานี้ ควรจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการรัฐสภาขึ้นมาพิจารณากลั่นกรอง เนื้อหาสาระของหนังสือสัญญาและการดำเนินการของคณะรัฐมนตรี ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาด้วย

 น.ส.รสนา กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยเสียเปรียบอย่างมากจากการเปิดเขตการค้าเสรีกับต่างประเทศโดยพบว่าธุรกิจขนาดใหญ่กว่า 40% และธุรกิจขนาดกลางและเล็ก 60% เสียเปรียบเพราะขาดความพร้อมในการเข้าสู่ระบบการค้าเสรี หากปล่อยไว้อย่างนี้โดยไม่มีการแก้ไขการทำเขตการค้าเสรีอาเซียนในอนาคตจะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งหาประโยชน์ที่ให้ต่างประเทศเข้ามาตั้งฐานการผลิตเพื่อลดภาระภาษีและบริษัทแม่ของต่างประเทศที่มาผลิตในไทยก็ส่งกำไรกลับประเทศตัวได้เป็นจำนวนมาก รวมไปถึงการลงทุนอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 "ปล่อยไว้อย่างนี้ต่อไปสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นสึนามิทางเศรษฐกิจที่ถล่มประเทศไทยและทับถมให้คนในประเทศเสียหายทั้งหมด ดังนั้น รัฐบาลต้องดำเนินการแก้ไขในส่วนนี้อย่างเร่งด่วนนอกเหนือไปจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเดียว" น.ส.รสนา กล่าว

 ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งมาตรา 190 และมาตรา 93-98 เพราะมันเร่งรีบเกิน เอออออห่อหมกไปตามกัน อย่างมาตรา 190 แก้เสร็จแล้วก็เหมือนเดิม แบบนี้เท่ากับหลอกประชาชน ขณะที่นายพีระพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ที่กำหนดให้ออกฎหมายภายหลังอาจไม่ตรงกับวรรคสองแล้วก็ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอีก

 นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ประธานคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ ชี้แจงว่า ที่บอกว่าเขียนไปเขียนมากลับไปที่เก่าเหมือนเดิมนั้น ยืนยันว่าไม่ได้กลับไปร่างเก่า แต่ได้มีการแก้ไข โดยให้มีกฎหมายว่าด้วยการกำหนดประเภทกรอบเจรจา เพื่อเป็นกรอบแนวทางให้ทำงานได้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่อภิปรายนาน 5 ชั่วโมง ที่ประชุมได้ลงมติด้วยเสียง 343 ต่อ 205 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง และไม่ลงคะแนน 2 เสียง และจะมีการโหวตวาระที่สามในวันที่ 10 ก.พ. นี้