ข่าว

อีสานยิ้มอานิสงส์ยางราคาดี
ใช้จ่ายเงินสะพัดในหมู่บ้านสูงถึง9ล.

อีสานยิ้มอานิสงส์ยางราคาดี ใช้จ่ายเงินสะพัดในหมู่บ้านสูงถึง9ล.

26 ม.ค. 2554

ชาวสวนยางอีสานยิ้มร่า เหตุราคายางพุ่ง เกิดการใช้จ่ายอย่างคึกคัก ประธานกลุ่มผู้ปลูกยางพารารับที่น่าเป็นห่วงคือการก่อหนี้ล่วงหน้า ทั้งถอยป้ายแดง ซื้อเครื่องอำนวยความสะดวก ยอมรับส่วนตัวระมัดระวัง เพราะไม่ต้องการให้เกิดปัญหา

 รายงานข่าวเปิดเผยว่า จากการที่ราคายางพารามีการปรับตัวขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 160 บาท ทำให้เกษตรกรหลายรายเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการปลูกยางพารากันมากขึ้น ขณะที่บางรายที่มีต้นยางอายุ 5-6 ปี ต่างเปิดหน้ายางทั้งที่ยังไม่ได้ขนาด เส้นรอบวงของลำต้นเพียง 35 เซนติเมตร เท่านั้น ทั้งที่ยางพาราที่เหมาะกับการเปิดหน้ายางต้องมีอายุ 7 ปีขึ้นไป เส้นรอบวงของลำต้นประมาณ 50 เซนติเมตร จึงจะเหมาะสำหรับการเปิดหน้ายาง   ส่วนราคาที่ดินก็มีความเคลื่อนไหวที่คึกคัก จากที่ดินว่างเปล่าไร่ละ 2 หมื่นบาท แต่ปัจจุบันราคาที่ดินว่างเปล่าจะซื้อขายกันไร่ละ 5.5-6 หมื่นบาท ส่วนราคาที่ดินที่ปลูกยางพาราอายุ 2-3 ปี ไร่ละ 8 หมื่นบาท ราคาที่ดินปลูกยางพาราพร้อมกรีดไร่ละ 1.5 แสนบาท

 นายคำปิ่น บุญตา ประธานกลุ่มผู้ปลูกยางพารา หมู่ 2 บ้านโนนทอง ต.โนนทัน อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู กล่าวว่า ปลูกยางพาราเพราะเห็นตัวอย่างจากชาวสวนยางในภาคใต้ที่ขายยางแผ่นได้ราคาดี และไม่ต้องดูแลต้นยางมากนัก โดยปลูกยางมาตั้งแต่ปี 2541 การที่ปัจจุบันราคายางกิโลกรัมละ 161 บาท ขึ้นลงแล้วแต่สภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ช่วง 4-5 เดือน ที่ผ่านมา มีรายได้จากการขายยางแผ่นเฉลี่ยวันละ 1,500 บาท หรือเดือนละ 2-2.5 หมื่นบาท    ทำให้ชาวสวนยางมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ

 นายคำปิ่น กล่าวต่อว่า มีเกษตรกรบางรายขายยางได้เดือนละ 1 แสนบาท ทำให้เริ่มเกิดการใช้จ่ายที่ฟุ้งเฟ้อ ทั้งการซื้อรถป้ายแดง เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแม้แต่การลงทุนซื้อปุ๋ยเพื่อเร่งต้นยางโตให้ทันกับราคายางที่พุ่งสูง ทำให้บางคนหันไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อมาซื้อในสิ่งที่ตนเองต้องการ เพราะคิดว่าเมื่อขายยางได้ราคาดีก็จะมีเงินมาใช้หนี้นายทุนได้ ทั้งนี้การที่ราคายางพาราพุ่งขึ้นสูง ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชุมชนชนบท จากการคำนวณการซื้อขายราคายางแผ่น พบว่าในระยะนี้มีเงินสะพัดในหมู่บ้านเดือนละกว่า 8-9 ล้านบาท 

 "สำหรับผมเงินจากการขายยางพาราไม่เคยนำไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เงินที่หาได้มากในช่วงนี้ก็ต้องเก็บออม และใช้จ่ายระมัดระวังเหมือนเดิม จะใช้เงินเมื่อถึงคราวจำเป็นเท่านั้น ไม่อยากให้เกิดปัญหา ตั้งใจว่าจะแบ่งเงินส่วนหนึ่งเก็บไว้ และต้องออมไว้ใช้ช่วงฤดูฝน ที่อาจจะเก็บเกี่ยวน้ำยางได้น้อย และลงทุนซื้อปุ๋ยบำรุงต้นยางพาราให้สมบูรณ์ด้วย" นายคำปิ่น ระบุ

     นายบุญมา พูลพันธ์ เกษตรกรรายแรกของหมู่บ้านที่ปลูกยางพารา กล่าวว่า ปลูกยางพาราในพื้นที่ 10 ไร่ เมื่อปี 2533 ก่อนที่จะมีเกษตรกรรายอื่นปลูกตามมา ปัจจุบันก็มีรายได้ในช่วงเปิดกรีดวันละ 3,000-4,000 บาท