ข่าว

ชัยชี้5ส.ส.ไม่ปฏิญาณตนห้ามโหวตรธน.

ชัยชี้5ส.ส.ไม่ปฏิญาณตนห้ามโหวตรธน.

25 ม.ค. 2554

“ชัย” ย้ำ 5 ส.ส.ไม่ปฏิญาณตนห้ามโหวต ด้าน “พนิช”สถานภาพไม่แน่ชัดโดนด้วย เจ้าตัวลั่นจะใช้สิทธิ์ร่วมประชุมรัฐสภา ย้ำชัดไม่ลาประชุมตาม“ปู่ชัย”ขอร้อง ส่วนจะร่วมลงมติแก้รธน.หรือไม่ ยังไม่ได้ข้อยุติ "จำลอง" ลั่นภายใน2วันนี้"พธม."จะไม่ย้ายไปไหน

 (25ม.ค.)  ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 10.00 น. ได้มีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่..)พุทธศักราช...(มาตรา 190 ) ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว และร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่..) พุทธศักราช...(มาตรา 93-98 ) ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งก่อนเข้าสู่การพิจารณาโดยนายชัย แจ้งให้สมาชิกรับทราบพ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภาสมัยสามัญทั่วไป  

 จากนั้นนายชัย ขอปรึกษาที่ประชุมว่า มีส.ส.ใหม่ 5 คน ได้แก่ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา นายศุภรักษ์ ควรหา ส.ส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ส.ส.อยุธยา พรรคชาติไทยพัฒนา นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้ปฏิญาณตนต่อสภาของตนเองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 123 ฉะนั้น ส.ส.ใหม่ 5 คน โหวตไม่ได้ ส่วนอีก 1 คน คือ นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ที่กำลังมีปัญหา ตนได้รับการติดต่อจาก กกต.ว่า ถ้าลาประชุมและไม่โหวตวันที่ 25 มกราคม ได้ก็จะเป็นการดี ทำให้สมาชิกรัฐสภาเท่าที่มีอยู่ในขณะนี้มีจำนวน 620 คนนายชัย แจ้งด้วยว่า สำหรับการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในวาระ 2 มีการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุรัฐสภา และสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 จนเสร็จสิ้นการประชุม

 จากนั้นที่ประชุมได้มีการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่..) พุทธศักราช...(มาตรา 190 )   โดยส.ส.ที่แปรญัตติส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการแก้ไขมาตราดังกล่าว และเห็นว่าควรออกเป็นกฎหมายลูกแทน โดยนายพีระพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร เห็นว่าไม่ควรมีการแก้ไขมาตรา 190 เพราะเห็นด้วยที่จะให้มีการนำหนังสือสัญญาและข้อตกลงระหว่างประเทศ เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภา เพื่อความรอบคอบ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประเทศ

 ขณะที่นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว.นครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เห็นว่าควรตัดวรรคท้ายสุดของมาตรา 190 ที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประเภทของหนังสือสัญญาออกไป เพราะทำให้กระบวนการพิจารณาล่าช้า และหากเปลี่ยนให้รัฐสภาเป็นผู้พิจารณาเห็นชอบแทนก็จะทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น

“พนิช”ลั่นจะใช้สิทธิ์ร่วมประชุมรัฐสภา

 นายพนิช วิกิตเศรษฐ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวยืนยันว่าจะใช้สิทธิ์เข้าร่วมประชุมรัฐสภา และจะไม่ลาการประชุมตามที่นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาขอร้อง เนื่องจากว่าตอนนี้สถานะของตนยังคงความเป็นส.ส. และหากมีการเรียกแสดงตน ตนก็จะยืนยันจะแสดงตนอย่างแน่นอน ส่วนจะร่วมโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ขณะนี้ตนได้หารือกับนายวิทยา แก้วภราดัย ประธานวิปรัฐบาล แต่ยังไม่ได้คำตอบยืนยัน ซึ่งหากเกิดปัญหาใดขึ้นตนพร้อมที่จะรับผิดชอบ

กกต.มีมติตั้งอนุกก.สืบสวนข้อกม.กรณี"พนิช"

 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) มีการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยมีนายประพันธ์ นัยโกวิท กกต. ด้านบริหารงานเลือกตั้ง ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมเนื่องจากนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. ที่เดินทางไปต่างประเทศ

 นายประพันธ์ กล่าวภายหลังการประชุมกกต.ว่า ที่ประชุมกกต.ได้รับทราบกรณีกระทรวงการต่างประเทศรายงานข้อเท็จจริงเบื้องต้นเกี่ยวกับทางการประเทศกัมพูชา ได้มีการจับกุมคนไทย 7 คน รวมถึงนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และต่อมาศาลกัมพูชาได้มีคำพิพากษาจำคุก 5 คนไทย โดยรอลงอาญา กกต.จึงเห็นว่าอาจมีปัญหาเกี่ยวกับสมาชิกภาพความเป็นส.ส.ของนายพนิชตามรัฐธรรมนูญมาตรา 106 ( 5 )( 11 ) ที่ระบุว่า สมาชิกภาพความเป็นส.ส.สิ้นสุดลงเมื่อต้องคำพิพากษาให้จำคุกหรือต้องคำพิพากษาถึงที่สุด แม้จะมีการรอการลงโทษ เว้นแต่เป็นการรอการลงโทษในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือไม่ หรือเป็นความผิดลหุโทษ ที่ประชุมจึงมีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวน เพื่อทำหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงข้อกฎหมายว่า เหตุต้องให้สิ้นสภาพนั้น หมายรวมถึงต้องคำพิพากษาศาลในต่างประเทศด้วยหรือไม่ โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จใน 30 วัน และให้เสนอต่อกกต. เพื่อพิจารณา หากที่สุดกกต.เห็นว่า ต้องสิ้นสภาพความเป็นส.ส. ก็ต้องส่งเรื่องไปที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป

 นายประพันธ์ กล่าวถึงกรณีที่นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม พรรคเพื่อไทย ต้องคำพิพากษากลางให้เป็นบุคคลล้มละลาย ซึ่งอาจทำให้ต้องสิ้นสภาพความเป็นส.ส.เช่นเดียวกันว่า ขณะนี้อนุกรรมการสืบสวนสอบสวนได้เสนอรายงานผลการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อกกต.แล้ว ซึ่งที่ประชุมกกต.อาจจะมีการพิจารณาภายหลังจากที่นายอภิชาตเดินทางกลับจากต่างประเทศในการประชุมวันที่ 27 ม.ค.นี้   ซึ่งถ้าหากสำนวนมีความชัดเจนก็น่าจะสามารถลงมติวินิจฉัยได้ทันที และถ้ากกต.วินิจฉัยว่า เป็นเหตุต้องสิ้นสภาพความเป็นส.ส. ก็ต้องส่งเรื่องไปที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป

"จำลอง"ลั่นภายใน2วันนี้"พธม."จะไม่ย้ายไปไหน

 ที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 12.00 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.)  ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุผลของการมาชุมนุมในวันนี้(25ม.ค.)เนื่องจากข้อเรียกร้อง 3 ข้อที่มีไปถึงรัฐบาลยังไม่ได้รับการตอบรับ คือ 1.ถอนตัวออกจากสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลก 2.ยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจ และจัดทำหลักเขตแดนทางบก 2543(MOU43) และ 3. ขับไล่ทหารกัมพูชาออกจากดินแดนไทย โดยทั้ง 3 ข้อ เป็นสิ่งที่รัฐบาล และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  สามารถทำได้เพราะเป็นเรื่องที่ง่าย และสามารถทำได้นานแล้ว แต่รัฐบาลไม่ยอมทำ พธม.จึงจำเป็นต้องชุมนุมตามที่ประกาศไว้คือวันที่ 25 ม.ค. เพราะไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้แล้ว แต่หากรัฐบาลมีทางเลือกให้เรา ให้ประเทศไม่เสียดินแดน พธม.ยินดีทำตาม ที่ผ่านมาประเทศไทยถูกรังแกจากกัมพูชา ทั้งที่กัมพูชาไม่ใช่ประเทศมหาอำนาจอะไรเลย               

 “รูปแบบการเคลื่อนไหวของพธม.ใน 1 - 2 วันนี้ จะยังไม่เคลื่อนไปไหน จะปักหลักอยู่ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ก่อน แต่ถ้าหากนายอภิสิทธิ์ ทำตามเงื่อนไข 3 ข้อที่พธม.เรียกร้อง การชุมนุมจะยุติทันที แต่หากการชุมนุมครั้งนี้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนทั่วไป ก็ขอให้รู้ด้วยว่าเราทำเพื่อแผ่นดินไทย” พล.ต.จำลอง กล่าว    

 ส่วนกรณีที่มีการพบระเบิดหลายชนิดบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ และแยกมิสกวัน ก่อนหน้าการชุมนุมของพธม.จะเริ่ม 1 วันนั้น พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ไม่น่าเป็นห่วงว่ามวลชนจะมีความหวาดกลัว และไม่กล้ามาร่วมการชุมนุม การจับครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ก่อนการชุมนุมตนได้มีการประสานกับ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น.เพื่อดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ชุมนุม ทั้งบริเวณพื้นราบ และตึกสูง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายกลุ่มผู้ชุมนุมทยอยเดินทางมาเพิ่มขึ้น โดยขณะนี้กระจัดกระจายอยู่ในช่องคู่ขนานถนนราชดำเนินนอกตั้งแต่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ถึงแยกสวนมิสกวัน  พร้อมกับเริ่มตั้งเวทีแล้ว

อีสานโพลเผยเสียงเชียร์รัฐดิ่ง-เหตุราคาสินค้าแพง

 ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน(ECBER) คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  เผยผลสำรวจเรื่อง “เสียงสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลของชาวอีสาน”จากกลุ่มตัวอย่าง 700 ราย พบเสียงสนับสนุนการทำงานรัฐบาลลดลง สาเหตุจากราคาสินค้าที่แพงขึ้น คนอีสานส่วนใหญ่เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาค่าครองชีพสูง

"ประพันธ์"เผยสูตรเลือกตั้งแบบใดก็ได้กกต.จัดการเลือกตั้งได้หมด

 นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง (กกต. )ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า เป็นเรื่องรัฐสภา กกต.ไม่มีปัญหาอะไรเลย ไม่ว่ามติที่ออกมาเกี่ยวกับระบบการเลือกตั้ง จะออกมาสูตรใด จะยังคงเป็นเขตใหญ่ 3 เบอร์ หรือเปลี่ยนแปลงเป็นเขตเดียวเบอร์เดียว โดยมีจำนวนส.ส.เขต 375 คน และส.ส.บัญชีรายชื่อ 125 คน ก็ตาม เพราะถ้าเป็นเขตเดียวเบอร์เดียวต้องมีการแบ่งเขตใหม่ กกต.ก็ได้เตรียมการไว้หมดแล้ว โดยเรามีจำนวนประชากรจากทั้งประเทศเตรียมไว้พร้อม

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการมองว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะที่มาของส.ส.ที่มีอยู่หลายสูตรแก้ไขเพื่อประโยชน์ทางการเมือง นายประพันธ์ กล่าวว่า ไม่ว่าสูตรไหนก็มีข้อดีและข้อเสียทั้งสิ้น ที่มีการมองว่า เป็นการแก้ไขเพื่อเอื้อประโยชน์การเมือง ก็เป็นมุมมองแต่ละฝ่าย คนที่มองว่าควรเป็นเขตเดียวเบอร์เดียวก็มองว่า ส.ส.จะได้ดูแลประชาชนได้ทั่วถึงขึ้น ส่วนส.ส.บัญชีรายชื่อที่เพิ่มขึ้นก็จะทำให้พรรคเล็กมีโอกาสมีส.ส.ในระบบบัญชีเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน เพราะถ้าหากยังคงเป็นสัดส่วนแบบ 8 กลุ่มจังหวัดและการใช้หลักเกณฑ์ร้อยละ 5 ในการคำนวณส.ส.สัดส่วน ก็จะทำให้พรรคเล็กไม่มีโอกาสได้ส.ส.ในส่วนนี้เลย

 “ ไม่ว่าจะใช้สูตรใดกกต.ไม่มีปัญหา สามารถจัดการการเลือกตั้งได้ ซึ่งถ้ารัฐสภาสามารถลงมติในวาระ 2 ภายใน 2 วันนี้ และวุฒิสภาพิจารณาในวาระที่ 3 ได้ทันเวลาก่อนที่ส.ว.สรรหาจะครบวาระในวันที่ 18 ก.พ.นี้ ส่วนกฎหมายลูกเข้าใจว่าน่าจะมีบทเฉพาะกาล ในช่วงที่ยังแก้ไขกฎหมายไม่แล้วเสร็จ โดยกกต.สามารถออกระเบียบในการดำเนินการจัดการเลือกตั้งได้ ซึ่งก็จะทำได้เร็วไม่มีปัญหา อย่างที่พูดกันว่าจะยุบสภาในช่วงเดือนพ.ค.นี้นั้น รับรองว่ากกต.ทำทันอยู่แล้ว ” นายประพันธ์กล่าว

         นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า ความคิดเห็นที่แตกต่างกันนั้นถือว่า เป็นเรื่องธรรมดา แต่อยากขอให้เคลื่อนไหวกันอยู่ในกรอบ อย่าใช้ความุรนแรง เพราะเวลานี้บรรยากาศทางการเมืองเข้าใจว่า ทุกคนมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้งอยู่แล้ว เพราะรู้ว่าเป็นทางออกของการแก้ไขปัญหา ใครมีปัญหาอะไรก็ใช้เสียงประชาชนเป็นเครื่องตัดสิน ส่วนตัวจึงเห็นว่าไม่น่าจะมีเหตุการณ์อะไรรุนแรง ส่วนที่ว่าจะมีการปฏิวัตินั้นคิดว่า คงไม่มี เพราะทั้ง 2 ฝ่ายก็หลีกเลี่ยงที่จะปะทะกัน