ข่าว

มาร์คปัดจัดฉากจับมือระเบิดป่วนพธม.

มาร์คปัดจัดฉากจับมือระเบิดป่วนพธม.

26 ม.ค. 2554

นายกฯเยือนราชประสงค์ปัดจัดฉากจับมือบึ้ม งงแกนนำพธม.กล่าวหา ระบุแม้จับได้แต่ใช่ว่าจะหมดไป พบกระเป๋าต้องสงสัยข้างทำเนียบฯ ตร.เข้าตรวจสอบพบกล่องบรรจุแก้ว 10 ใบ นครบาลส่งกำลังคุมเข้ม 3 จุดสารพัดม็อบ แจงภารกิจรักษาความปลอดภัยพื้นที่กทม. พร้อมขอโทษคนกรุง ทำรถต

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 25 ม.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำต่อบรรดาผู้นำคริสต์ศาสนานิกายต่าง ๆ จากทั่วโลก ในการประชุมระดับสูงระหว่างสมณสภาเสวนาระหว่างศาสนาแห่งนครรัฐวาติกันกับสภาคริสตจักรโลก ณ ห้องบอลรูม โรงแรมอโนมา ย่านราชประสงค์

 จากนั้นนายกฯให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนิน ที่อาจจะเป็นการชุมนุมที่ยืดเยื้อว่า ขณะนี้ต้องเปิดโอกาสให้เขาได้ชุมนุมและใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญในการแสดงความคิดเห็น และตนคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไปก็ให้การมาทำความเข้าใจกันในแง่ของจุดยืนของฝ่ายต่าง ๆ เพราะตนยืนยันว่าสิ่งที่เป็นประเด็นในการชุมนุม ก็เพื่อต้องการให้รัฐบาลปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทย ซึ่งตนยืนยันว่านั่นคือเป้าหมายของรัฐบาลเช่นเดียวกัน แต่มีการมองข้อมูลและวิธีการที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ต้องให้เวลากับกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะนี้ยังไม่มีการประสานไปยังกล่มผู้ชุมนุมเพราะวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการชุมนุมที่มีขึ้นเมื่อช่วงบ่าย ขอย้ำว่าเราต้องดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อย ไม่มีปัญหาอะไร

 ส่วนที่มีข้อกังวลว่าการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรจะมีความรุนแรงกิดขึ้นเหมือนที่เคยมีการชุมนุมครั้งผ่าน ๆ มา นายกฯ กล่าวว่า เราก็พยายามแก้ปัญหานี้และที่มีการดำเนินการจับกุมเมื่อวันที่ 24 ม.ค ที่ผ่านมาก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่เราสามารถหยุดยั้งได้ ทั้งนี้เราจะพยายามเต็มที่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงกับผู้ชุมนุม

 “ผมรู้สึกแปลกใจที่แกนนำบางคนออกมากล่าวหารัฐบาล ทั้งที่จริง ๆ แล้วผู้ที่ถูกจับกุมเป็นกลุ่มคนที่มีการติดตามมาก่อนหน้านี้แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องที่อยู่ ๆ จะมาจัดฉากหรือทำอะไรกัน แต่ถ้ามีระเบิดแล้วจับไม่ได้รัฐบาลก็ถูกกล่าวหาอีก ผมยืนยันว่ารัฐบาลมีหน้าที่ดูแลกลุ่มผุ้ชุมนุมทุกกลุ่ม ทุกสีซึ่งเราได้พยายามขอความร่วมมือเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยในการชุมนุมทุกฝ่ายแม้เราจะจับผู้กระทำผิดได้กลุ่มหนึ่งแล้วแต่เราก็พยายามติดตาม ”นายกฯกล่าว

ระทึก!!พบกระเป๋าลึกลับข้างทำเนียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจพบกระเป๋าต้องสงสัย ซึ่งเป็นกระเป๋าที่ติดโลโก้เนสกาแฟ วางอยู่ในที่ศาลที่พักผู้โดยสาร ตรงบริเวณทางเข้าประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล โดยการพบกระเป๋าต้องสงสัยครั้งนี้พบโดยสิบตำรวจสวัสดิ์ มาตรา บบก.น.9  โดยพบในช่วงที่มีการสับเปลี่ยนกำลัง และหลังจากพบจึงได้ติดตามหาเจ้าของกระเป๋า แต่ไม่สมารถที่จะหาติดเจ้าของกระเป๋าได้ จึงเข้าตรวจสอบ และแจ้งผู้บังคับชาได้รับทราบ หลังจากนั้นจึงนำเทปมากั้นไม่บุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าไปภายในบริเวณดังกล่าว

 หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบกระเป๋าต้องสงสัย พบกล่องกระดาษสีน้ำตาลบรรจุอยู่ในภายใน โดยบนกล่องได้เขียนข้อความว่า "ลักกี้"  และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดกล่องดังกล่าวออกมาได้พบแก้วกระเบื้องจำนวน 10 ใบ

 พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า การชุมนุมวันนี้มีด้วยกัน 3 จุด คือกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ หน้าทำเนียบ ถนนพิษณุโลก มีประมาณ 300 คน กลุ่มพันธมิตรฯอยู่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์และผู้ชุมนุมเสื้อแดง (นปช.) นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข เริ่มเวลา 15.00 น.ถึง 24.00 น.บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ใช้กำลังตำรวจดูแลความสงบเรียบร้อยทั้งหมด 4,000 นาย

 พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ผู้ปฏิบัติทุกนายลงพื้นที่เข้าจุดอย่างพร้อมเพรียงทุกจุดโดยเฉพาะบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ใช้กำลัง 16 กองร้อย ทำเนียบ 4 กองร้อยดูแลรอบนอกรอบในอย่างแน่นหนาพร้อมกำลังสนับสนุนตำรวจภูธรภาค 1, 2, 7 ตชด. และ บชก.ขณะที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยใช้กำลัง 1 กองร้อย นอกจากนี้ยังมีการจัดวางกำลังดูแลความเรียบร้อยที่หน้ารัฐสภา สถานที่ราชการสำคัญ และบ้านพักบุคคลสำคัญด้วย

 "ตำรวจจะทำหน้าที่หลักใน 4 ภารกิจด้วยกันคือ ดูแลผู้ชุมนุมให้อยู่ในเงื่อนไขโดยสงบปราศจากอาวุธ ไม่ก่อให้เกิดความวุ่ยวาย ดูแลสถานที่ราชการสำคัญบ้านพักบุคคลสำคัญและทางเข้าออกสถานที่ราชการ วัดและโรงเรียน ดูแลมาตรการแก้ไขจัดการจราจร ให้ส่งผลกระทบประชาชนน้อยที่สุด และสุดท้ายการดูแลไม่ให้กลุ่มต่อต้านและคัดค้านกระทบกระทั่งปะทะกันและดูแลมือที่ 3 ไม่ให้แทรกแซงสถานการณ์ ทั้งนี้กำลังตำรวจอย่างเดียวคงไม่เพียงพออยากขอความร่วมมือจากผู้ชุมนุมและประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาด้วยหากเห็นสิ่งผิดปกติหรือบุคคลต้องสงสัยให้แจ้ง จนท.ที่อยู่ใกล้เคียงในทันทีหรือโทรแจ้ง 191 เราพร้อมตรวจสอบทุกสถานการณ์ทันที " พล.ต.ต.ปิยะกล่าวและว่า

 ตำรวจจะดำเนินการตามแผนกรกฎ 53 อย่างเคร่งครัดเน้นการเจรจากับผู้ชุมนุมเป็นหลักก่อน โดย ผบ.ตร.และ ผบช.น.เน้นย้ำผู้ปกิบัติทุกนายให้อดทนอดกลั้น ปราศจากอาวุธพกพาประจำกายมีเพียงโล่ห์และกระบองเท่านั้น อยากย้ำเตือนไปยังผู้ชุมนุมว่า อย่าได้ปิดล้อมสถานที่ราชการ หรือบุกรุกเข้าไปอย่างเด็ดขาดเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายทันที พร้อมกันนี้ ผบ.ตร.และผบช.น.ฝากขอโทษพี่น้องคนกรุงเทพฯที่ได้รับผลกระทบด้านการจราจรจากการชุมุนมและการเรียกตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งมีการตั้งด่านตรวจค้นอาวุธและสิ่งผิดกฎหมายรวมถึงบุคคลต้องสงสัย


 ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ช่วงเช้าวันเดียวกันตนได้เชิญพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา สบ 10 และพล.ต.ท.จักรทิพย์ ผบช.น. ชัยจินดา ผบช.น. มาเข้าพบเพื่อรายงานเหตุการรณ์   ที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาพร้อมอาวุธและวัตถุระเบิดจำนวนมาก ที่จะใช้เตรียมก่อเหตุป่วนการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เคยสั่งการไว้ก่อนหน้านี้แล้ว โดยเห็นจากเหตุการณ์ที่กลุ่มคนเสื้อเหลืองเข้ามาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลในสมัยที่นายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัดสิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี มันมีกระบวนการที่เอาปืนเอ็ม 79 มายิงใส่ ทำให้ประชานได้รับบาดเจ็บหลายครั้ง จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรำวจดูแลให้ความปลอดภัยกับผู้ที่ชุมนุมด้วย ในขณะเดียวกันก็ต้องดูแลให้ผู้ชุมนุมปฏิบัติในกรอบกฎหมาย ตำรวจจะต้องรับลงานทั้งสองด้าน  

 “ผมได้มอบหมายให้พล.ต.อ.อัศวินเป็นหัวหน้าทีมในการดูแล ไม่ให้มีการก่อเหตุหรือทำร้ายประชาชน โดยทางพล.ต.อ.อัศวินได้ตั้งทีมงานขึ้นมา ทีมหาข้อมูลต่างๆ มาวิเคราะห์ว่ามีคนกลุ่มไหนจะมาก่อเหตุได้บ้าง ในขณะที่ตำรวจนครบาลได้ตั้งด่านตรวจเป็นพิเศษเพื่อคอยตรวจตราอาวุธต่างๆ ไม่ให้นำเข้ามาในพื้นที่การชุมนุม เ หตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นการทำงานที่ได้ผลและต้องขยายผลกันต่อไป เราต้องพยายามทำทุกอย่างทำให้บ้านเมืองอยู่ในความสงบให้ได้ มันมีคนที่ไม่หวังดีต้องการให้บ้านเมืองวุ่นวาย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่เสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทซศ กระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน เราก็ต้องผนึกกำลังทำงานให้แข็งแรงขึ้น”   รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง " นายสุเทพกล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า   ผู้ต้องหาที่จับกุมมาได้ เคยมีประวัติอาชญกรรมมาก่อนหรือไม่ และมีการตั้งข้อสังเกตุว่าวัตถุระเบิดที่จับได้ยังใหม่ผิดปกติ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ตนไม่ทราบรายละเอียด ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมารายงานให้ทราบก่อน  

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ระเบิดที่จับกุมมาได้เท่าที่สอบสวนจะนำมาก่อเหตุในช่วงที่กลุ่มพันธมิตรฯชุมนุมกันใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ให้ตำรวจเป็นผู้แถลงดีกว่า ตนจะให้ทางผบ.ตร. เป็นผู้แถลงและชี้แจงข้อเท็จจริงทุกเรื่องที่ดำเนินการไปนั้น ต้องรายงานให้ประชาชนได้รับทราบ ตนขอให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา เห็นอะไรที่ผิดสังเกตุ มีลักษณะที่บ่งบอกว่าคนกลุ่มนี้จะก่อเหตุร้ายในบ้านเมืองขอให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ ตนวิตกกังวลตั้งแต่แรกแล้วได้บอกกับเจ้าหน้าที่ให้ระวัง อย่าให้คนมาสร้างสถานการณ์ อย่ามาทำร้ายคน เพราะตนเคยเห็น มันเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น  

 ผู้สื่อข่าวถามว่า อาวุธและวัตถุระบิดที่ปรากฎภาพตามสื่อต่างๆ เห็นว่ายังมีสภาพใหม่อยู่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง   กล่าวว่า   ตนไม่ทราบ เพราะไม่มีความรู้เรื่องจรวด เรื่องระเบิดเลย ให้ตำรวจดำเนินการดีกว่า

 ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลจะแก้ไขการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯอย่างไร เพราะประกาศจะชุมุนมยืดเยื้อจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ทำให้รัฐบาลทำงานเหนื่อยขึ้น เท่าที่ตนฟังข้อเสนอของผู้ชุมนุมที่เสนอมานั้นไม่ว่าจะเป็นให้นรัฐบาลยกเลิกเอ็มโอยู ปี 43  ให้รัฐบาลผลักดันคนเขมรออกจากพื้นที่ ซึ่งเป็นข้อเสนอที่เป็นอันตรายต่อบ้านเมือง นายกฯคงไม่สามารถปฏิบัติตามข้อเสนอนั้นได้ เมื่อนายกฯปฏิบัติไม่ได้กลุ่มผู้ชุมนุมก็จะชุมนุมยืดเยื้อตามที่ประกาศเอาไว้ ทำให้ตนสงสัยว่าผู้ชุมนุมตั้งใจยื่นข้อเสนอที่รัฐบาลทำไม่ได้หรือไม่ หรือมีเจตนาอะไร ความจริงบ้านเมืองกำลังเริ่มสงบเรียบร้อยดีอยู่แล้ว ถ้าจะกรุณาช่วยกันก็ทำให้บ้านเมืองสงบ และอีกไม่นานก็จะมีการเลือกตั้ง เริ่มต้นกันใหม่ได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า แกนนำรัฐบาลเคยพูดคุยกันด้วยดีกับกลุ่มพันธมิตรฯ จะมีโอกาสพูดคุยกันอย่างนั้นเพื่อหาทางออกร่วมกันหรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง  กล่าวว่า กรณีนี้นายกฯจะเป็นผู้ดูแล ส่วนตนมีหน้าที่ดูแลสถานการณ์การชุมนุมว่าช่วงที่มีการชุมนุมต้องดูแล อย่าให้มีใครไปทำร้ายนายกฯ หรือเกิดเหตุการณ์อย่างที่นายกฯเคยเจอในยุครัฐบาลก่อน ๆ   รวมทั้งจะต้องคอยดูไม่ให้ผู้ชุมนุมทำผิดกฎหมาย เช่นบุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่    ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ตั้งใจที่จะทำอะไรให้ดูแรงเกินเหตุ แต่เราพยายามแก้ปัญหาไปตามสถานการณ์ และจนถึงขณะนี้ยังสามารถใช้กฎหมายปกติดูแลได้ ยังไม่มีความาจำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษหรือพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หากมีความจำเป็นจะชี้แจงให้ทราบ   ส่วนที่มีข่าวว่ามีการจัดเตรียมบ้านพิษณุโลกเอาไว้เป็นทำเนียบฯสำรองนั้น ตนยืนยันว่าไม่มีการเตรียมอะไร ยังทำงานอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล   ก็เข้ามาในทำเนียบฯทุกวัน