
เพิ่มชดเชยดีเซลบี3อีก30สตางค์กองทุนฯตรึงได้26วัน-เรือด่วนขอขึ้นค่าโดยสาร
กบง.เพิ่มชดเชยดีเซลบี 3 อีกลิตรละ 30 สตางค์ สกัดไม่ให้เกิน 30 บาท ส่วนบี 5 ไม่มีการอุดหนุนเพิ่ม เงินกองทุนฯ ตรึงได้อีก 26 วัน ด้านไทยออยล์มองหลังตรุษจีนราคาน้ำมันเริ่มลดลง ส่วนเรือด่วนเจ้าพระยาของปรับค่าโดยสารระยะละ 1 บาท อ้างน้ำมันแพงแบกภาระที่เพิ่มขึ้น
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมมีมติให้ใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนดีเซลบี 3 เพิ่มอีก 30 สตางค์ต่อลิตร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 25 มกราคมนี้ ส่งผลให้ราคาบี 3 อยู่ที่ลิตรละ 29.99 บาท ส่วนดีเซลบี 5 ไม่มีการอุดหนุนเพิ่มแต่อย่างใด ราคาปัจจุบันอยู่ที่ลิตรละ 29.69 บาท
ทั้งนี้ การอุดหนุนบี 3 เพิ่มเติม ส่งผลให้ต้องใช้เงินกองทุนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 3,667 ล้านบาท จากเดิมเดือนละ 3,339 ล้านบาท โดยสถานภาพของกองทุนในปัจจุบันมียอดเงินคงเหลือ 25,417 ล้านบาท ส่วนการใช้เงินกองทุน 5,000 ล้านบาท สามารถตรึงราคาดีเซลได้อีก 26 วันเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันเหลือยอดเงิน 2,904 ล้านบาท หากเงินจำนวนดังกล่าวหมดลง คงต้องหารือกับกระทรวงการคลังต่อไป และต้องพิจารณาแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกด้วย ซึ่งคาดว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์นี้
นายสุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ราคาน้ำมันน่าจะเริ่มปรับลดลงชัดเจนหลังตรุษจีน หรือต้นเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากอากาศจะเริ่มอบอุ่นขึ้น ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลง ประกอบกับความต้องการน้ำมันโดยรวมไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นสูงมาก จึงเชื่อว่าราคาน้ำมันดิบตลาดโลกเฉลี่ยปีนี้จะเป็นไปตามคาดการณ์ประมาณ 83-85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งการที่ราคาน้ำมันลดลงก็จะเป็นผลดีต่อผู้บริโภคโดยรวม ในขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิ ไม่ต้องเข้าไปอุดหนุนราคาดีเซลเพิ่มเติมขึ้นอีก
ด้านนาวาโทปริญญา รักวาทิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้าบริษัทจะทำหนังสือถึงกรมเจ้าท่า เพื่อขอให้อนุมัติปรับค่าโดยสารเรือด่วนเจ้าพระยาทุกประเภทเพิ่มขึ้นอีกระยะละ 1 บาท และเรือข้ามฟากปรับเพิ่ม 50 สตางค์ โดยเสนอให้มีผลตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์นี้ เนื่องจากบริษัทได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก
"หากกรมเจ้าท่าไม่อนุมัติให้ปรับค่าโดยสาร ผลประกอบการของบริษัทปีนี้ก็คงขาดทุนแน่นอน จากที่ในปี 2553 ที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรประมาณ 20 ล้านบาท มีผู้โดยสารใช้บริการวันละประมาณ 3 หมื่นเที่ยว โดยมีค่าใช้จ่ายปีละ 110 ล้านบาท และมีรายได้ประมาณ 130 ล้านบาท" นาวาโทปริญญา กล่าว
สำหรับอัตราค่าโดยสารเรือด่วนในปัจจุบันนั้น เรือด่วนประจำทางค่าโดยสารเริ่มต้น 9 บาท สูงสุด 13 บาท, เรือด่วนพิเศษธงส้ม 14 บาทตลอดสาย, เรือด่วนพิเศษธงเหลือง 19 บาท และ 28 บาท, เรือด่วนพิเศษธงเขียว 12-31 บาท และเรือข้ามฟาก 2 บาท นอกจากนี้ ด้านเรือคลองแสนแสบจะเสนอขอปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารเพิ่มขึ้นอีกระยะละ 1 บาทเช่นเดียวกับเรือด่วนเจ้าพระยา



