
ทุนนอกถึงจังหวะฟันกำไรหุ้น-บาทผู้จัดการตลาดหุ้นไทยชี้ไม่น่าห่วง-ปรับพอร์ตปกติ
นักลงทุนนอกถึงจุดทำกำไรจากทั้งตลาดหุ้นและค่าเงินบาท กระหน่ำขายทั้งหุ้นไทยและเอเชียร่วงกราวรูด "จรัมพร" มองไม่น่ากังวล แม้แรงเทขายจะค่อนข้างรุนแรง ประเมินไม่ได้ว่าจะขายอีกนานแค่ไหน สอดคล้อง "กรณ์" เป็นการขายทำกำไรตามปกติ
ตลาดหุ้นไทยเมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่ผ่านมา ถูกเทขายออกมาอย่างหนักตั้งแต่เปิดตลาด โดยดัชนีปรับลดลงถึง 42.89 จุด มูลค่าการซื้อขาย 37,402 ล้านบาท เป็นการขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ 4,049 ล้านบาท โดยนายจรัมพร โชติกเสถียร ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า นักลงทุนต่างชาติมีการปรับพอร์ตการลงทุนหลังจากที่มีกำไรจากการลงทุนในหุ้น และกำไรจากค่าเงินบาทประมาณ 50% ซึ่งไม่น่ากังวลกับแรงเทขายดังกล่าวมากนัก เพราะที่ผ่านมาตลาดหุ้นปรับเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากแล้ว และสอดคล้องกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ปรับลดลงเช่นกัน
"ยอมรับว่าแรงขายของนักลงทุนต่างประเทศที่ระดับ 2.9 หมื่นล้านบาท ด้วยระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือนนั้น เป็นแรงขายที่ค่อนข้างมาก และเชื่อว่า นักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ก็คงถอนการลงทุนเช่นกัน และไม่สามารถประเมินได้ว่านักลงทุนต่างประเทศจะขายสุทธิอีกนานเพียงใด" นายจรัมพรกล่าว
ด้าน นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การปรับตัวลงของตลาดหุ้นไทยเป็นการปรับลงในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาค จากแรงขายทำกำไรตามปกติหลังตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมามากในช่วงที่ผ่านมา และในระยะสั้นยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามาสนับสนุน
นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บล.เอเซียพลัส กล่าวว่า ขณะนี้นักลงทุนต่างชาติเริ่มมีการโยกเงินกลับไปยังสหรัฐ หลังจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเริ่มแข็งค่าขึ้น และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐก็เริ่มปรับตัวดีขึ้น จึงมีการเทขายหุ้นไทยออกมาส่งผลให้ดัชนีปรับลงค่อนข้างแรง ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะตลาดหุ้นไทยเท่านั้น ตลาดอื่นในภูมิภาคก็มีแรงขายเช่นกัน อย่างตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเศรษฐกิจไทยนั้น พื้นฐานยังไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แม้ว่านักลงทุนต่างชาติจะมีความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อของแต่ละประเทศในแถบภูมิภาคเอเชีย แต่บ้านเราตัวเลขเงินเฟ้อขณะนี้ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และไม่น่ากลัว แต่หากราคาน้ำมันยังปรับตัวขึ้นไปเรื่อยๆ อาจคาดเดาตัวเลขเงินเฟ้อได้ยาก
ด้าน นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ และประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า การที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงรุนแรงจนหลุดระดับ 1,000 จุดนั้น ถือเป็นภาวะปกติ เนื่องจากปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาแรงมากถึง 40% ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเกือบ 10% จึงทำให้นักลงทุนมีการขายทำกำไร ขณะเดียวกันก็มีความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในประเทศเอเชีย ซึ่งมีแนวโน้มว่า ธนาคารของประเทศเอเชียจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก นักลงทุนจึงเลี่ยงที่จะนำเงินเข้ามาลงทุนในภูมิภาคนี้



