
ตกลงผู้ว่าฯกทม.สอบผ่านหรือสอบตก?
โพลล์ล่าสุดของศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เรื่องการสำรวจทัศนคติของประชาชนต่อการทำงานของ ผู้ว่าฯ กทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ภายหลังการทำงานครบ 2 ปี (กรุงเทพโพลล์) พบว่า คนกรุงเทพฯ ให้คะแนนความพึงพอใจผลงานของ กทม. ในยุคอาจารย์สุขุมพันธุ์ 5.36/10 คะแนน
แต่พึงพอใจผลงานด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินน้อยที่สุด (4.93 คะแนน) และให้คะแนนการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ว่าฯ กทม. ได้คะแนน 5.72/10 โดยได้คะแนนด้านความซื่อสัตย์โปร่งใสมากที่สุด (6.19 คะแนน) แต่ได้คะแนนด้านความฉับไวในการแก้ปัญหาน้อยที่สุด (5.44 คะแนน)
ในส่วนของผลงานที่เด่นชัดน่าประทับใจนั้น มีเพียงร้อยละ 30.6 ที่เห็นว่าผู้ว่าฯ มีผลงานเด่นชัดน่าประทับใจ โดยเฉพาะผลงานอันดับแรกๆ ที่เด่นชัดคือ ความสะอาดของกรุงเทพฯ ทั้งทางเท้า ถนน และแม่น้ำลำคลอง (ร้อยละ 17.3) รองลงมา คือการแก้ปัญหาน้ำท่วม และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากน้ำท่วม (ร้อยละ 16.6) การปรับปรุงสภาพถนน ทางเท้า และสะพานข้ามแยกต่างๆ ทั่ว กทม. (ร้อยละ 15.0) การเพิ่มพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพมหานคร เช่น การสร้างสวนสาธารณะ (ร้อยละ 12.4) และการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน เช่น รถประจำทาง รถไฟฟ้าบีทีเอส รถด่วนบีอาร์ที (ร้อยละ 9.1)
อย่างไรก็ตามคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ ร้อยละ 69.4 ยังเห็นว่าผู้ว่าฯ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ไม่มีผลงานที่เด่นชัดน่าประทับใจ และพบว่า คนกรุงเทพฯ ร้อยละ 65.3 เห็นว่าตนเองยังคงมีชีวิตความเป็นอยู่ที่เหมือนเดิม มีเพียงร้อยละ 21.5 ที่เห็นว่าดีขึ้น ขณะที่ร้อยละ 13.2 เห็นว่าแย่ลง (มติชน 20 มกราคม 2554)
เท่านี้ก็ตรมพอแล้วครับ มาเจอคำแถลงของอาจารย์สุขุมพันธุ์เองว่า "(เมื่อสอบถามถึงผลโพลล์ดังกล่าว ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ได้กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเพียงสั้นๆ ว่า) ที่ผ่านมาในช่วง 2 ปี มีแต่การชุมนุมทางการเมืองในกรุงเทพฯ จะให้มีผลงานอะไร" (คม ชัด ลึก 20 มกราคม 2554)
ประเด็นสั้นๆ ที่อยากจะฝากไว้ก็คือ ประการแรก เวลาที่เราจะพูดว่าสอบผ่านหรือตก เราคงต้องถามก่อนว่าเราจะเอาคะแนนเท่าไหร่ถึงบอกว่าผ่านหรือตก ไม่ใช่เกินครึ่งแปลว่าผ่าน ยิ่งเมื่อมาบวกกับเรื่องของความรู้สึกของคน กทม.ว่ายังมีชีวิตความเป็นอยู่เหมือนเดิม (แย่ลงกว่าครึ่งปีก่อนด้วย ทั้งที่ครึ่งปีก่อนมีการชุมนุมที่รุนแรง)
ประการที่สอง เรื่องของการประเมินผลงาน ผมว่าเราคงจะต้องสามารถแยกแยะให้ได้ว่า อะไรคือการประเมินประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติตามนโยบาย-โครงการ และอะไรคือภาพลักษณ์ที่มาจากการประชาสัมพันธ์
เอาเข้าจริงผมก็ไม่แน่ใจว่าเราวัดประเมินการทำงานได้แค่ไหน ที่จะวัดได้คือมีแต่รูปอาจารย์หม่อมทั่วกรุงเทพฯ ไปหมด (แต่อาจต้องแซวกันหน่อยว่าก็รูปอาจารย์ปิดหน้าปิดตา เขาเลยนึกว่าผู้ว่าฯ ป่วยเป็นหวัดหรือเปล่าครับ)
ประการที่สาม ผมค่อนข้างผิดหวังกับคำสัมภาษณ์เรื่องการชุมนุมในฐานะเป็นข้ออ้างว่าทำให้อาจารย์ทำอะไรไม่ได้มาก ทั้งที่ในช่วงนั้นหลายฝ่ายเองก็เห็นว่าอาจารย์เป็นหนึ่งในคนที่พึ่งพาได้ และพยายามทำให้สถานการณ์ไม่เลวร้ายไปกว่านั้นอีกมากด้วยซ้ำ
ผมคิดว่าสิ่งที่อาจารย์อาจจะต้องพิจารณาก็คือ การประชาสัมพันธ์ผลงานและตัวผลงานเองนั้นอาจจะต้องมีความชัดเจนจริงๆ เพราะการใช้ป้ายที่มีแต่รูปนักการเมืองแปะเต็มไปหมดคงไม่ใช่ทิศทางที่ถูกต้องเท่าไหร่ (นั่นคือการประชาสัมพันธ์ตัวเอง ไม่ใช่ประชาสัมพันธ์ผลงาน) ซึ่งทางออกทางหนึ่งก็คือการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการประเมินผลงาน กทม.มากขึ้น (เพราะสภา กทม.เองก็ไม่เคยเป็นที่รู้จัก ทั้งที่มีงบประมาณมหาศาล) และการส่งเสริมให้มีการแข่งขันกันระหว่างเขตต่างๆ
คิดในแง่ดีก็เป็นการยกระดับให้ตัวผู้ว่าฯ เองเป็นผู้บริหารที่ผลักดันให้ทุกคนทำงาน ไม่ใช่มีแต่ภาพของผู้ว่าฯ ซูเปอร์แมนที่ทำทุกอย่างแล้วถึงเวลาพอทำไม่ได้ก็เครียดซะ "ยิ้มไม่ออก" แบบนี้ครับ



